"ห้องน้ำปั๊ม-พุ่มไม้" เจาะลึก outdoor รสนิยมทางเพศท้าทายกฎหมาย

วันที่ 14 ส.ค. 2561 เวลา 21:08 น.
"ห้องน้ำปั๊ม-พุ่มไม้" เจาะลึก outdoor รสนิยมทางเพศท้าทายกฎหมาย
เปิดพฤติกรรมเซ็กส์ outdoor ในสถานที่สาธารณะ รสนิยมทางเพศที่ท้าทายและเข้าข่ายอนาจารตามกฎหมาย

--------------------------------

โดย...วรรณโชค ไชยสะอาด

ภาพถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นเกลื่อนสวนสาธารณะ กลายเป็นข่าวใหญ่ในสังคมไทย โดยมีผู้ระบุว่าต้นเหตุมาจากกลุ่มชายรักชายที่มักนัดกันมามีเพศสัมพันธ์และสำเร็จความใคร่กันอย่างเป็นประจำตามมุมมืดและที่ลับภายในสวน

แม้เซ็กส์ outdoor จะเป็นเรื่องผิดกฎหมายในประเทศไทย สร้างความลำบากใจไม่น้อยให้กับประชาชนที่มาออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจภายในสวน อย่างไรก็ตามกลับเป็นเรื่องท้าทายและได้รับความนิยมสำหรับคนบางกลุ่ม ? 

ชี้เป้าจนได้รับความนิยม

“ช่วงหัวค่ำ สวนสาธารณะและสนามกีฬาใกล้ปิด เดินวน 2-3 รอบถ้าใครเล่นด้วย ก็ยักคิ้ว พยักหน้า หรือทำท่าลูบเป้า เดินมาหากัน พากันไปทำข้างต้นไม้หรือจูงกันเข้าห้องน้ำเลย” เอ็ม เจ้าของธุรกิจค้าขายเสื้อผ้าเล่าพฤติกรรมฉาวในวงการเกย์ให้ฟัง

เขาบอกต่อว่า เซ็กส์ outdoor และเซ็กส์กับคนแปลกหน้า สำหรับชาวเกย์ไม่ใช่เรื่องใหม่และมีมานานแล้ว ไม่เฉพาะแค่สวนสาธารณะ แต่ห้องน้ำปั๊ม ห้องน้ำห้างสรรพสินค้าหลายแห่งกลายเป็นสถานที่รวมตัวของกลุ่มคนที่โหยหาความเสียว

บางคนประสบความสำเร็จเจอคู่นอนที่ถูกใจ ยังมีการรีวิวแชร์ข้อมูลต่อๆ กันภายในกลุ่ม ถือเป็นการชี้เป้าให้สถานที่นั้นได้รับความนิยมในหมู่ชายรักชายมากยิ่งขึ้น ขณะที่หลายคนตั้งกลุ่มไลน์นำคลิปนอกสถานที่มาเผยแพร่เพื่อแลกเงินค่าเข้ากลุ่มอีกด้วย

“ชี้เป้าครับ ชั้น 5 ห้าง... บันไดหนีไฟตึก... ปั๊มน้ำมัน...ใต้ต้นไม้ริมขวา พฤติกรรมคือเดินเข้าห้องน้ำ ถ้าต้องการก็ควักอวัยวะเพศออกมาโชว์ ยืนให้ห่างจากโถ พยักหน้าให้กันสักหน่อย พวกที่จ้องอยู่แถวนั้นเขาจะรู้กัน เดินเข้ามาจับเลย ไม่ต้องพูดสักคำ”

ชายวัย 28 ปีบอกว่า ปั๊มน้ำมันคือสถานที่นิยมสูงสุดในการมีเซ็กส์นอกสถานที่ โดยอุปกรณ์หลักในการไล่ล่าความเสียวคือถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น

โอ็ค พนักงานออฟฟิศ บอกว่า เกย์บางจำพวกนิยมนัดเสียวกันตามสถานที่สาธารณะ เนื่องจากตื่นเต้น เร้าใจ ไม่ต้องเสียเงินค่าตัวและค่าโรงแรม มาไวกลับไว ทำบ่อยๆ เข้าก็กลายเป็นติดใจ เเละคิดว่าหากต้องการมีเซ็กส์ ก็สามารถมาหาตามสถานที่แบบนี้

อย่างไรก็ดียืนยันว่าไม่เฉพาะแค่เกย์เท่านั้น เรื่องเซ็กซ์ outdoor มีให้เห็นทุกเพศ เพียงแค่กลุ่มเกย์อาจจะเปิดเผยมากกว่า โดยเฉพาะภายหลังการมีโซเชียลมีเดีย

ป้ายประกาศจากปั๊มน้ำมันบางจากสาขาพระราม 2 เมื่อปี 2557

 

ไม่กลัวโดนจับได้

ลองไปฟังความคิดเห็นจาก แอดมินเพจ “gthai movie เกย์เว้ยเฮ้ย” เพจข่าวสารสำหรับชาวเกย์ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 5 แสนราย

เขาบอกว่า พฤติกรรมมีเซ็กส์ outdoor ในที่สาธารณะไม่ใช่เรื่องดี และส่งผลให้สังคมมองชาวเกย์และเพศที่สามแย่มากขึ้น

“พอเป็นข่าวขึ้นมาจะเกิดการด่าแบบเหมารวมว่าชาวเกย์ทั้งประเทศมีพฤติกรรมไม่ดีไปเสียหมด คนเป็นเกย์ต้นทุนต่ำและลำบากอยู่แล้วกับกระแสข่าวที่ไม่ดี เพราะยังมีคนอีกมากที่มองเราในแง่ลบ”

เหตุผลที่ชาวเกย์นิยมนัดเจอและกล้ามีเซ็กส์กันตามสถานที่สาธารณะอย่างเช่น สวนสุขภาพ ห้องน้ำภายในปั๊มน้ำมัน เนื่องจากต้องการประสบการณ์ที่ตื่นเต้น เร้าใจ แถมยังฟรี ไม่ต้องเสียเงินค่าตัวหรือค่าโรงแรม นอกจากนั้นยังไม่กลัวโทษจากการกระทำผิดอีกด้วย

“เกย์นั้นมีความเป็นเพศชาย กล้าทำอะไรห่ามๆ เสี่ยงๆ มากกว่าเพศหญิง พวกชายแท้อาจจะมีความต้องการนอกสถานที่เหมือนกัน แต่เขาถูกปฏิเสธหรือไม่ได้รับการตอบสนองจากฝ่ายหญิง

ขณะเดียวกันถ้าหากถูกจับได้ ผู้ชายและเกย์เขาจะรู้สึกว่า โอเค แค่เสียค่าปรับ เป็นประสบการณ์ขำขัน โดนล้อเลียนนิดหน่อยไม่นานก็จบ แต่สำหรับผู้หญิงหากไปทำอะไรแบบนี้แล้วถูกจับได้ขึ้นมา ชีวิตพังเลย เดือดร้อน สังคมรุมประณามและชีวิตนี้อาจจะหาแฟนไม่ได้อีกเลยด้วยด้วยซ้ำ”

เร้าใจได้ภายใต้กฎหมายและสิทธิ

ในมุมมองของ นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ สูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านฮอร์โมนต่อมไร้ท่อและการเจริญพันธ์ บอกว่า เซ็กส์ในสถานที่แปลกๆ อยู่ในตำราที่เรียกว่าจินตนาการเพิ่มความสุข เมื่อมนุษย์ต้องทำกิจกรรมเดิมๆ คาดการณ์หรือรับรู้จัดเริ่มต้นและจุดจบอย่างชัดเจนไปนานๆ ก็มักจะเกิดความเบื่อหน่ายต่อกิจกรรม ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องทางเพศ และหากได้เจอเรื่องแปลกใหม่ ก็จะทำให้พวกเขาเกิดความรู้สึกตื่นเต้น น่าเร้าใจ อย่างไรก็ตามทุกการกระทำต้องคำนึงถึงเรื่องจริยธรรม คุณธรรม และกฎหมายประกอบด้วย

“หากเป็นในสวนหลังบ้าน โรงรถหรือห้องด่านฟ้าส่วนตัว แบบนั้นไม่มีใครว่า ยังถือว่ามีสติสัมปัชชัญญะ เป็นเรื่องส่วนตัวและไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ไม่ได้ไปละเมิดสิทธิหรือบีบบังคับใคร เป็นสิทธิการแสดงออกภายใต้กฎหมายว่าด้วยเพศ Sexual Right ซึ่งไม่ละเมิดสิทธิมนุยชน (Human Right)”

สวนลุมพินี

สำหรับพฤติกรรมการนัดเจอคนแปลกหน้าเพื่อมีเซ็กส์กัน นพ.พันธ์ศักดิ์ บอกว่า หากกระทำบนความยินยอมพร้อมใจ แสวงหาความตื่นเต้น ไม่ใช่ลักษณะติดเป็นนิสัย มีการป้องกันตัวเองจากโรคภัยอย่างเต็มที่ และไม่ผิดกฎหมายอนาจาร ลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติหรือเข้าข่ายติดเซ็กส์ ที่เป็นลักษณะขาดไม่ได้ มีความต้องการอยู่ตลอดทุกวัน และแสวงหาเซ็กส์อย่างต่อเนื่อง

คุณหมอเคยอธิบายว่า กลไกที่ทำให้เกิดแรงขับดันทางเพศ เกิดจากฮอร์โมนเพศ โดยในเพศชาย ได้แก่ ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ส่วนเพศหญิง ฮอร์โมนหลักๆ คือ เอสโตรเจน (Estrogen)

หากพูดถึงระดับอารมณ์ทางเพศแล้ว เพศชาย จะมีความต้องการทางเพศมากกว่าผู้หญิง ซึ่งก็เป็นผลจากฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ที่เป็นแรงขับให้ผู้ชายต้องการเจริญพันธุ์เพื่อถ่ายทอดพันธุกรรม

ผู้ชายจึงรู้สึกมีความสุขและถึงจุดสุดยอดทุกครั้งเมื่อได้มีเซ็กซ์ ในทางกลับกัน นิยามฮอร์โมนเอสโตรเจน ว่าเป็นฮอร์โมน แห่งความรัก เพราะเป็นตัวขับดันให้ ผู้หญิงแสวงหาความรัก การดูแล การเอาอกเอาใจ เป็นหลัก

การตัดสินใจมีเซ็กซ์ของผู้หญิงจึงมีความซับซ้อนกว่าผู้ชาย คือ 1.ต้องคิดว่าผู้ชายรัก 2.มีความพร้อม และ 3.บรรยากาศเป็นใจ

สำหรับชาวเกย์แม้ไม่มีงานวิจัยอย่างชัดเจนถึงความต้องการทางเพศ แต่ด้วยเพราะมีลักษณะของความเป็นชายที่ความกล้าแสดงออก เปิดเผยด้วยกันทั้งคู่ หากถูกใจกันและมีความต้องการตรงกัน ก็ง่ายที่จะนำพาไปสู่การทำกิจกรรมทางเพศร่วมกัน

อย่าตีตราเฉพาะคนเป็นเกย์

ดนัย ลินจงรัตน์ ผู้อำนวยการสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย องค์การที่ทำหน้าที่ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศอย่างยั่งยืน บอกว่า สังคมจำเป็นต้องมองสถานการณ์ในความเป็นจริงว่า พฤติกรรมเซ็กส์ Outdoor ตามที่สาธารณะนั้นเกิดขึ้นได้กับทุกเพศไม่เฉพาะแค่กับเกย์หรือกลุ่มชายรักชายเท่านั้น

“การบอกว่าเกย์ชอบเซ็กส์ Outdoor ทำให้เกย์ตกเป็นจำเลย ที่ผ่านมาคนที่ถูกมองเป็นจำเลยของสังคมจะพยายามดิ้นรนออกไปอยู่นอกระบบ เมื่อไปอยู่นอกระบบ มันก็กระทบกับการป้องกันโรค การส่งต่อให้ความรู้และข้อมูลในเรื่องคุณภาพชีวิตที่ดี และทำให้อัตราการแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวีในกลุ่มของชายรักชายนั้นพุ่งสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา”

อย่างไรก็ตามเขาบอกว่า การสร้างจำเลยทางสังคมขึ้นผลกระทำนั้นไม่ใช่แค่ตกอยู่กับผู้เป็นจำเลยเท่านั้น แต่คนส่วนใหญ่ที่รอดพ้นจากการเป็นจำเลยเนื่องจากถือศีลธรมก็ถูกกระทำด้วย เพราะคิดว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องของตนจึงละเลยการดูแลตัวเองไป

เห็นได้จากอัตราการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ กลายเป็นว่ากลุ่มหญิง-ชายในการสมรสที่รู้สึกว่าเซ็กส์ของตัวเองถูกต้องปลอดภัย มีอัตราการติดเชื้อรายใหม่ตามกลุ่มชายรักชายมาติดๆ และยังไม่เห็นการรณรงค์ ซึ่งเชื่อว่าสถานการณ์จะรุนแรงขึ้นตามลำดับ

 

ดนัย บอกอย่างมั่นใจว่า ปัจจุบันกลุ่มชายรักชายเรียนรู้มากขึ้นในเรื่องการป้องกัน และมีเซ็กส์ Outdoor ในที่สาธารณะลดน้อยลงกว่าอดีตมากหากเทียบกับในยุคที่สังคมรังเกียจกลุ่มเพศทางเลือก สิ่งที่อยากให้สังคมเข้าใจคือ เซ็กส์ Outdoor ไม่ได้เป็นปัญหา ปัญหาอยู่ที่การยอมรับ วิธีจัดการและเปิดพื้นที่ให้กับสถานการณ์และความต้องการของคนในสังคม ไม่ใช่เพียงแค่นำเรื่องศีลธรรมมาบดบังความเป็นจริงของสังคมเท่านั้น

“มีบางกลุ่มที่ชอบเซ็กส์ Outdoor จริงๆ เราต้องไปดูว่า สิ่งที่เขาเป็นนั้นสร้างความเดือดร้อนหรือไม่ ถ้าสร้างความเดือดร้อนเราต้องมาจัดการร่วมกันในเรื่องนโยบายสาธารณะ และเขาต้องได้รับการช่วยเหลือ ไม่ใช่การประนาม

ถ้าป้องปรามอย่างเดียวคิดว่าแก้ปัญหาไม่ได้ คนเราต้องมีพื้นที่แสดงออก ปลดปล่อยตัวเอง อาจจะต้องมองถึงพื้นที่เซฟโซนที่ปลอดภัยต่อตัวเขาเองและในขณะเดียวกันก็ต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นด้วย ถ้านโยบายสาธารณะของเรายังไม่มีพื้นที่แบบนี้ ยากที่จะป้องปรามให้คนอยู่ในกติกาสงบนิ่ง เพราะความตื่นเต้นในเซ็กส์ Outdoor หรือความตื่นเต้นท้าทายในกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งในชีวิตของมนุษย์นั้นเกิดขึ้นได้ เป็นความชอบและรสนิยมส่วนบุคคล” เขาบอกและทิ้งท้ายว่า

“มนุษย์เป็นสัตว์สังคมและข้อตกลงทางสังคมเป็นเรื่องใหญ่ แต่เราจะไม่ทอดทิ้งใครในสังคม ด้วยฐานคิดศีลธรรมของคนส่วนใหญ่”

Outdoor สาธารณะ ปรับ 5,000 บาท

ตามกฎหมายในประเทศไทย การนัดมีเพศสัมพันธ์โดยสมัครใจ โดยที่ไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ถือว่าไม่มีความผิดทางกฎหมาย อย่างไรก็ตามการมีเพศสัมพันธ์กันในสถานที่สาธารณะ ซึ่งเป็นที่ที่บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้จะมีความผิดตามมาตรา 388 ที่ระบุไว้ว่า

"ผู้ใดกระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล โดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย หรือกระทำการลามกอย่างอื่น ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท"

และหากนำภาพอนาจารไปเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ ยังมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โทษจำคุกสูงสุด 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท

นอกจากนั้นหากกลุ่มคนดังกล่าวนัดหมายมีเพศสัมพันธ์กันและมีการจ่ายค่าตอบแทน ถือมีโทษในเรื่องของการค้าประเวณี และหากมีคนกลางหรือผู้ที่เป็นธุระจัดหาให้มีการร่วมเพศ ผู้ที่เป็นคนจัดหาก็จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ค้ามนุษย์อีกด้วย