"พ้นทุกข์ด้วยการให้อภัย" จอห์น มกจ๊กยกโทษให้มือปาหินทำสามีเสียชีวิต

  • วันที่ 05 ส.ค. 2561 เวลา 16:16 น.

"พ้นทุกข์ด้วยการให้อภัย" จอห์น มกจ๊กยกโทษให้มือปาหินทำสามีเสียชีวิต

ตลกแคระเอ่ยปากยกโทษให้กับมือปาหินใส่รถตู้ที่ทำให้สามีของเธอเสียชีวิตเมื่อปี 2547

เมื่อปี พ.ศ. 2547 โจ้ มกจ๊ก ตลกแคระ ได้เสียชีวิตจากวัยรุ่นที่ปาหินเข้ามาในรถขณะเดินทางกลับจากการแสดงตลก โดยก้อนหินโดนใบหน้าและศีรษะเป็นเหตุให้โจ้เสียชีวิต

วันเวลาผ่านไปราว 14 ปี วันนี้เพจเฟซบุ๊ก ความสุขประเทศไทย ได้นำเสนอเรื่องราวอันน่าชื่นชมของ จอห์น มกจ๊ก ภรรยาของ โจ้ มกจ๊ก เมื่อเธอได้ให้อภัยผู้กระทำความผิดพร้อมอวยพรให้ไปใช้ชีวิตดีๆ ต่อไป

เนื้อหาทั้งหมดระบุว่า

"พี่ให้อภัยนะ ไปใช้ชีวิตดีๆ”

ตลกสาวร่างเล็กที่อดีตชีวิตของเธอมีครอบครัวที่สมบูรณ์ แต่ชีวิตต้องกลับมาพลิกผัน เมื่อสามีต้องมาเสียชีวิตจากเหตุวัยรุ่นปาหินใส่รถตู้ เธอเก็บความทุกข์ใจเอาไว้หลายปี ก่อนตัดสินใจที่จะ "พ้นทุกข์" นี้ด้วย "การให้อภัย"

เธอบอกว่า “ก่อนให้อภัยเรานอนไม่ค่อยหลับ ชีวิตไม่มีความสุข เวลาก้าวเดินเหมือนเท้าจมอยู่ในโคลน แต่หลังจากให้อภัยแล้ว เวลาก้าวเดินรู้สึกเบาขึ้น”

เชื่อว่าทุกคนเคยทำผิดพลาดในชีวิต สำหรับเยาวชนผู้ก้าวพลาด การได้รับการให้อภัยจากครอบครัวของเหยื่อเป็นสิ่งที่มีความหมายมาก และที่บ้านกาญจนาภิเษกก็เป็นสถานที่ที่พยายามนำพาเรือชีวิตเยาวชนผู้ก้าวพลาดมุ่งหน้าเข้าหาฝั่งและช่วยเยียวยาทุกฝ่าย

ป้ามล ทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน บ้านกาญจนาภิเษก เล่าถึงความพยายามทางที่ช่วย “ปลดล็อค” ให้กับทุกคน แม้ว่าหนทางนั้นจะดูมืดมนมองไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เลยก็ตาม

"คดีเด็กปาก้อนหินเข้าไปในรถตู้โดนตลกร่างเล็กเสียชีวิต พอเราได้ทำงานกับเด็กคนนั้น เราได้เห็นแสงสว่างเล็กๆ ในตัวเขา เหมือนที่เคยเห็นจากเด็กทุกคนที่เคยทำผิดพลาด แต่เมื่อเขาถูกสื่อพาดหัว เขาก็อยู่ในตำแหน่งที่ไม่มีใครลืมเขา

ดังนั้นทุกครั้งที่มีการปาหินเกิดขึ้นในประเทศไทย สื่อก็จะย้อนกลับมาเอ่ยถึงเด็กคนนั้นเสมอ มันเหมือนกับเขาถูกทำให้คนจดจำในฐานะตำนานการปาหินและนำไปสู่การตอกย้ำว่าเขาเป็นคนดีไม่ได้"

ในที่สุดเราตัดสินใจไปพบเหยื่อการปาหินซึ่งเป็นภรรยาของตลกร่างเล็ก ตอนแรกเธอก็ไม่ชอบเรา แต่เราก็เข้าใจและรับได้นะ แต่หลังจากหนึ่งปีของการทำงานผ่านไป เราก็ได้ยินสิ่งที่ไม่คาดฝัน เมื่อเธอบอกว่า

“หนูอยากพบเด็กคนนั้น อยากให้อภัยเขา”

วันแห่งการขอโทษและการให้อภัยจึงเกิดขึ้นท่ามกลางแสงเทียนและพิธีกรรมที่ศักดิ์สิทธิ์ เธอโอบกอดเด็กหนุ่มคนที่ปาหินใส่สามีเธอจนเสียชีวิตพร้อมกับบอกว่า “พี่ให้อภัยนะไปใช้ชีวิตดีๆ” นับจากวันนั้นไม่ว่าสื่อจะพูดถึงเด็กหนุ่มที่เคยผิดพลาดคนนั้นว่าอย่างไรก็ไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้ว เพราะความรู้สึกของเขาได้รับการให้อภัยโดยเหยื่อแล้ว

ขณะเดียวกันหลังการให้อภัยผู้กระทำผิดที่เป็นบาดแผลลึกในใจของผู้สูญเสียมานานหลายปี ภรรยาของตลกท่านนี้ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการคนค้นคนถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นว่า

“ก่อนให้อภัยเรานอนไม่ค่อยหลับ ชีวิตไม่มีความสุข เวลาก้าวเดินเหมือนเท้าจมอยู่ในโคลน แต่หลังจากให้อภัยแล้ว เวลาก้าวเดินรู้สึกเบาขึ้น”

ด้วยเหตุนี้ คุณค่าของการให้อภัยจึงไม่ได้อยู่ที่ตัวผู้กระทำผิดได้รับการปลดปล่อยจากความผิดบาปในใจเท่านั้น หากครอบครัวของเหยื่อก็ได้เป็นอิสระจากโซ่ตรวนอดีตด้วยเช่นกัน

 

 

 

ข่าวอื่นๆ