"ต้องเป็นโค้ชคนก่อนโค้ชทีม" ชาญวิทย์เผยถึง "โค้ชเอก" ลูกศิษย์ที่เคยสอน

  • วันที่ 05 ก.ค. 2561 เวลา 20:10 น.
  • | เปิดอ่าน 53,943
Share on Google+
LINE it!

"ต้องเป็นโค้ชคนก่อนโค้ชทีม" ชาญวิทย์เผยถึง "โค้ชเอก" ลูกศิษย์ที่เคยสอน

ชาญวิทย์ ผลชีวิน อดีตกุนซือทีมชาติไทยพูดถึงโค้ชเอกพล จันทะวงษ์ ลูกศิษย์ที่ติดอยู่ภายในถ้ำ เผยจะประสบความสำเร็จในวิถีโค้ชต้องนั่งในใจเด็กให้ก่อน

----------------------------------

โดย...วรรณโชค ไชยสะอาด

“เอกเป็นคนนอบน้อมนะ นิสัยใจคออ่อนน้อมถ่อมตน ขี้อายด้วยที่จะมาคุยกับผู้ใหญ่ แม้กระทั่งจะมาขอถ่ายรูปกับผม ยังต้องให้รองนายกเทศมนตรีมาบอกขอถ่ายรูปด้วยหน่อย” โค้ชหรั่ง ชาญวิทย์ ผลชีวิน อดีตกุนซือทีมชาติไทยพูดถึง "โค้ชเอกพล จันทะวงษ์" หนึ่งในลูกศิษย์ที่มาร่วมฝึกอบรมโค้ชในหลักสูตรซี ไลเซนส์ เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

การอบรมครั้งนั้นแรกเริ่มโค้ชเอกพลไม่ได้ลงทะเบียน เนื่องจากขาดแคลนกำลังทรัพย์ อย่างไรก็ตามเมื่อทีมงานคณะผู้อบรมเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจผ่านปากผู้ใหญ่ในพื้นที่อำเภอแม่สายจึงให้โอกาสเขาเรียนฟรีตลอด 14 วันของการอบรม

“เอกเขาตอบแทนพวกเราและโค้ชที่มาร่วมอบรมทุกคนด้วยการเอาเด็กทีมหมูป่ามาช่วยรับส่งบอล ยิงประตู และทดสอบแบบฝึกหัดระหว่างอบรม ซึ่งพวกเด็กๆ ก็ได้รับความรู้ไปด้วย"

สิ่งที่อดีตโค้ชทีมชาติไทยสังเกตเห็นจากโค้ชเอกคือความเป็นผู้นำ เป็นที่รักของลูกทีม มีเมตตา ตลอดจนสามารถมอบบทเรียนและทักษะชีวิตนอกสนามให้กับลูกทีมได้

“เขาผูกพันกับเด็กมากนะ มันไม่ใช่แค่ชีวิตโค้ช แต่ยิ่งกว่า เป็นทั้งพี่ เพื่อน และบางทีอาจจะเป็นพ่อด้วย”

กิจกรรมสาธารณะและจิตอาสาอย่างโครงการก้าวคนละก้าวของ ตูน บอดี้สแลม ปรากฎว่าโค้ชเอกและลูกทีมได้เข้าร่วมโครงการด้วย ซึ่งเรื่องพวกนี้ อ.ชาญวิทย์ มองว่าเป็นทักษะชีวิตนอกห้องเรียนที่สำคัญมาก ทำให้เด็กได้รู้จักกับความเสียสละเพื่อประโยชน์สาธารณะ

ความสำเร็จของคนเป็นโค้ชไม่ใช่แค่เรื่องเเท็กติกในสนามฟุตบอล แต่ยังหมายถึงการช่วยให้ชีวิตนักเตะมีชีวิตด้านอื่นๆ นอกสนามด้วยที่ดี เห็นคุณค่าและผลักดันให้พวกเขาเกิดความเชื่อมั่นในตัวเอง

“ก่อนจะนั่งเป็นโค้ช ต้องนั่งในใจเด็กให้ได้ก่อน ต้องเป็นโค้ชคนก่อนโค้ชฟุตบอลนะ ความสำเร็จของโค้ชหลายคนคือการได้หัวใจของนักฟุตบอลในทีม ไม่ใช่มีหน้าที่แค่สอน พอเลิกแล้วกลับบ้าน เด็กไทยต้องการมากกว่านั้น ทำไมซิโก้ (เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง) ถึงอยู่ในใจเด็กหลายคน ทำไมปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ถึงบอกว่าโค้ชเทวดา ประวิทย์ ไชยสาม นั้นเป็นเหมือนกับพ่อเลย”

อ.หรั่งเชื่อว่าเมื่อโค้ชและเยาวชนทั้ง 13 คนได้รับการช่วยเหลือออกจากถ้ำ ชีวิตจะเปลี่ยนแปลงไปทันที จะได้รับโอกาสที่ไม่เคยได้ และหวังว่าทั้งหมดจะต่อยอดไปสู่ความสำเร็จได้ในอนาคต

“พวกเขาเป็นเด็กชายขอบ แต่ตอนนี้กลายเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศแล้ว ทุกคนควรจะได้โอกาสทั้งด้านการศึกษาและการกีฬาที่ดีขึ้น ไม่ใช่แค่เด็กกลุ่มนี้นะ แต่ผมหมายถึงอีกหลายๆ คนที่ขาดโอกาสอยู่ด้วย” อดีตกุนซือทีมชาติไทยบอก

เขาทิ้งท้ายถึงโค้ชเอกว่า "ขอให้ฝึกฝน ขยันและตั้งใจศึกษาหลักสูตรโค้ชในระดับสูงต่อไป"

Share on Google+
LINE it!