"แม่เอ็กซ์ จักรกฤษณ์"ห่วง"หมอนิ่ม" ขอเจอหน้าหลานบ้าง

วันที่ 26 มิ.ย. 2561 เวลา 13:14 น.
"แม่เอ็กซ์ จักรกฤษณ์"ห่วง"หมอนิ่ม" ขอเจอหน้าหลานบ้าง
ศาล เลื่อนอ่านคำตัดสินศาลอุทธรณ์คดีหมอนิ่มกับพวก จ้างฆ่า "เอ็กซ์ จักรกฤษณ์" เหตุ ทนายอี๊ดหลบหนี ให้ออกหมายจับ นัดอ่านอีกครั้ง 7 ส.ค. ด้าน แม่เอ็กซ์ ห่วงสุขภาพ "หมอนิ่ม" อยากเจอหน้าหลานบ้าง

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ศาลจังหวัดมีนบุรี  นัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีจ้างวานฆ่า นาย จักรกฤษณ์ หรือ เอ็กซ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักยิงปืนทีมชาติไทย คดีนี้พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลจังหวัดมีนบุรี และนายมานพ พณิชย์ผาติกรรม บิดาเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายจิรศักดิ์ กลิ่นคล้าย มือปืน, น.ส.สุรางค์ ดวงจินดา มารดา พญ.นิธิวดี หรือ หมอนิ่ม, พญ.นิธิวดี หรือ หมอนิ่ม ภู่เจริญยศ อดีตภรรยาเอ็กซ์ จักรกฤษณ์, นายสันติ หรืออี๊ด ทองเสม ทนายความ และนายธวัชชัย เพชรโชติ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์พามือปืนไปก่อเหตุ เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, จ้างวานใช้ ยุยงส่งเสริมให้ฆ่า, มีและพกพาอาวุธปืน ยิงอาวุธปืนในที่ทางสาธารณะ

คดีนี้สืบเนื่องจากวันที่ 19 ต.ค. 2556 เอ็กซ์ จักรกฤษณ์ ถูกยิงขณะขับรถยนต์ปอร์เช่ อยู่บนถนนรามคำแหง หลายนัดได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ตำรวจสืบสวนสอบสวนพบว่าเอ็กซ์จักรกฤษณ์ มีความขัดแย้งรุนแรงกับบุคคลในครอบครัว ถึงขั้นร่วมกันวางแผนจ้างวานมือปืนฆ่านายจักรกฤษณ์ จึงขอศาลอนุมัติหมายจับและจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 5 คน

คดีนี้เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2559 ศาลจังหวัดมีนบุรีได้มีคำพิพากษาประหารชีวิต สถานเดียวหมอนิ่ม และ นายสันติ หรือ ทนายอี๊ด ส่วนคนขับขี่รถจักรยานยนต์ และมือปืนให้ จำคุกตลอดชีวิต ส่วนนางสุรางค์ มารดา หมอนิ่ม ให้ยกฟ้อง ต่อมาศาลอุทธรณ์ มีคำสั่งให้หมอนิ่มประกันตัว โดยตีราคาประกัน 2.5 ล้านบาท ซึ่งในวันนี้ จำเลย ที่ 1, 2, 3 และ 5 ได้เดินทางมาตามนัดของศาล ขาดเพียงจำเลยที่ 4 ที่ไม่เดินทางมา อีกทั้งยังไม่สามารถติดต่อได้

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าว เข้าข่ายการหลบหนี จึงได้ขอเลื่อนการอ่านคำพิพากษาคดีจ้างวานฆ่าเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ เป็นวันที่ 7 ส.ค. 2561 เวลา 09.00 น. เพื่อดำเนินการออกหมายจับนายสันติ หรือ อี๊ด พร้อมปรับนายประกันเต็มสัญญา ก่อนที่จะมีการนัดอ่านคำพิพากษาต่อไป

ขณะที่นางบุญคิด พณิชย์ผาติกรรม มารดาของนายจักรกฤษณ์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาหมอนิ่มและมารดาดูแลหลานๆอย่างดี ส่วนตัวอยากพบเจอกับหลานบ้าง ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นตนเองอโหสิกรรมให้ทั้งหมดแล้ว แต่อยากให้หมอนิ่มดูแลรักษาสุขภาพด้วย เพราะมีเป็นโรคซีสต์ในสมอง ทั้งนี้ก็รู้สึกเห็นใจและเข้าใจหมอนิ่ม เนื่องจากนายจักรกฤษณ์ก็มีส่วนผิดด้วยจึงไม่เข้าข้างฝ่ายใด ยืนยันไม่ได้ต้องการเงินทองจากหมอนิ่ม เพียงต้องการพบหน้าหลานเท่านั้น

ด้านทนายความฝ่ายโจทก์กล่าวว่า หากวันที่7สิงหาคม คือ วันที่กำหนดอ่านคำพิพาษาศาลอุทธรณ์อีกครั้ง นายสันติที่ถูกออกหมายจับยังไม่เดินทางมาฟังคำพิพากษา ศาลก็สามารถอ่านคำพิพากษาลับหลังได้ ส่วนการยื่นขอจัดการมรดกนั้น ทางหมอนิ่มแจ้งว่าต้องการให้ผ่านพ้นคดีนี้ไปก่อน ส่วนสาเหตุที่วันนี้นายมานพ บิดาของนายจักรกฤษณ์ไม่เดินทางมาวันนี้ด้วย เนื่องจากยังทำใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ จึงไม่อยากมาเผชิญหน้ากับฝ่ายจำเลย

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต