ชินวรณ์จี้สอศ.เร่งเคลียร์ปมตั้งสถาบันอาชีวะฯ

  • วันที่ 18 ต.ค. 2553 เวลา 19:03 น.

ชินวรณ์ กำชับ คณะกรรมการอาชีวศึกษา เร่งปรับปรุงร่างกฎกระทรวงการจัดตั้งสถาบันอาชีวศึกษาเสนอกฤษฎีกาใหม่ หลังต้องถอนร่างจากกฤษฎีกา เนื่องจากติดปัญหาข้อกฎหมาย

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) ได้รายงานกรณีที่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ได้ถอนร่างกฎกระทรวงการรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาเพื่อจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา พ.ศ.... จากการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยได้ชี้แจงว่ายังติดปัญหาในเรื่องของข้อกฎหมาย และการดำเนินการที่ยังไม่ตกผลึกของคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(บอร์ด กอศ.) นั้นได้ให้นโยบายและเร่งรัดให้มีการดำเนินการใน 3 เรื่องคือ 1. เลขาธิการ กอศ. ต้องทำความเข้าใจกับบอร์ด กอศ.ซึ่งให้คำแนะนำในการจัดตั้งสถาบันการอาชีวฯ เพื่อสร้างความคิดเห็นให้ตกผลึกเสียก่อน 2. ในกรณีการจัดตั้งสถาบันการอาชีวฯ นั้นต้องเสนอเป็นกฎกระทรวงเข้ามาเพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ จึงได้ให้ สอศ.เร่งจัดทำกฎกระทรวงที่ปรับปรุงใหม่เข้าไปสู่การพิจารณาของกฤษฎีกาโดยเร็วที่สุด และ  3. ในหลักการบริหารจัดการ การจัดตั้งสถาบันการอาชีวฯ เพื่อต่อยอดในการเรียนสายอาชีพ ได้มีโอกาสเรียนต่อถึงระดับ ป.ตรี ดังนั้นจึงมอบให้ สอศ.เตรียมสถานศึกษาที่มีความพร้อมทั้งด้าน สถานที่ บุคลากร เครื่องมือ เพื่อสามารถดำเนินการให้เกิดเป็นรูปธรรมต่อไป

น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศธ. กล่าวว่าไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวใดๆ ที่ทำให้เกิดความล่าช้าตามที่มีผู้พยายามจะให้ข่าว อย่างไรก็ตามเพื่อให้เกิดความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน ในการประชุม บอร์ด กอศ.ครั้งต่อไปต้องขอเข้าไปชี้แจง และให้ข้อมูลเรื่องการจัดตั้งสถาบันการอาชีวฯ ทั้งหมดพร้อมๆ กับ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง กรรมการท่านใดไม่เข้าใจเรื่องไหนก็จะได้พูดคุยกันให้กระจ่างโดยเอาข้อมูลข้อเท็จจริงมาพูดกัน

ด้าน น.ส.ศศิธารา กล่าวว่า ขณะนี้ สอศ. ได้ขอทบทวนรายละเอียดกฎกระทรวงฯ  เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ตามข้อคิดเห็นจากกฤษฎีกา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่เห็นว่าร่างกฎกระทรวงฯ ดังกล่าวมีผลให้เกิดการยกเลิกบทบัญญัติในบางมาตราใน พ.ร.บ.การอาชีวศึกษา พ.ศ.2551 อาทิ มาตรา 7 , 8 ,9 ,12 และมาตรา 51-55 โดยจะต้องออกกฎหมายในระดับ พ.ร.บ. ที่มีลำดับศักดิ์เท่าเทียมกัน รวมถึงต้องมีการคำนึงถึงความพร้อมไม่ควรดำเนินการรวมสถานศึกษาอาชีวฯ ในคราวเดียวกัน หรือแม้แต่ในประเด็นปัญหาข้อกฎหมายเรื่องการโอนทรัพย์สินและบุคลากรจะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ

“เนื่องจากร่างกฎกระทรวงฯ  ที่จัดร่างโดยการว่าจ้างมหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง เป็นผู้ดำเนินการนั้นพบข้อบกพร่องในหลายประเด็น ที่เป็นการไม่สอดคล้องกับ พ.ร.บ.การอาชีวศึกษา กฎกระทรวง และระเบียบต่างๆ รวมทั้งไม่สัมพันธ์กับการปฎิบัติงานและจะมีผลให้ไม่สามารถดำเนินงานต่อไปได้ ทาง สอศ.จึงอาจต้องมีการยกเลิกสัญญาว่าจ้าง และคิดค่าปรับกับทางมหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึงต่อไป อย่างไรก็ตามคาดว่าคงใช้เวลาอีก 2-3 เดือน ก่อนจะส่งร่างกฎกะทรวงกลับสู่กฤษฎีกาพิจารณาต่อไป และมั่นใจว่าสถาบันการอาชีวฯ จะเปิดได้ทันปีการศึกษา 2554 แน่นอน” เลขาธิการ กอศ. กล่าว 

ข่าวอื่นๆ