ศรีวราห์สอบปากคำ"ทนายสุกิจ" เจ้าตัวแจงไม่เกี่ยวข้องบุกรุกป่า

  • วันที่ 19 มิ.ย. 2561 เวลา 20:48 น.

ศรีวราห์สอบปากคำ"ทนายสุกิจ" เจ้าตัวแจงไม่เกี่ยวข้องบุกรุกป่า

รองผบ.ตร.เข้าสอบปากคำ "ทนายสุกิจ" หลังถูกจับกุมคดีบุกรุกป่าสงวน เจ้าตัวยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่รู้ตัวว่าถูกออกหมายจับ

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 18.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. ได้คุมตัวนายสุกิจ พูนศรีเกษม ทนายความผู้ต้องหาในความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้, พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ, พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และ ร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (ไก่ฟ้าหลังเทา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มาส่งมอบให้พนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปทส. โดยมี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข ผบก.ปทส. พ.ต.อ.สุวัฒน์ อินทสิทธิ์ รอง ผบก.ปทส.และพ.ต.อ.อัศฐา จารุกานนท์ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.ปทส. ร่วมกันสอบปากคำกรณีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช จ.ตากพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ ภายหลัง บก.ปทส.รับโอนคดีจาก สภ.พะวอ จ.ตาก

นายสุกิจ กล่าวเพียงสั้นๆว่า ไม่รู้ตัวว่าถูกออกหมายจับ ขณะที่ถูกจับกุม มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมีอ่านหมายจับให้ฟัง แต่จับใจความอะไรไม่ได้ และไม่มีการระบุชื่อตน เมื่ออ่านเสร็จก็กระชากตนลงนอนกับพื้น ตนยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีบุกรุกป่าสงวน ตนเพียงเข้าไปช่วยโครงการ โดยการนำรถน้ำไปบริการให้กับชาวบ้านฟรี ซึ่งกรณีดังกล่าวมีการฟ้องร้องกันตั้งแต่ปี 2557 ขณะนี่อยู่ระหว่างการไต่สวนในชั้นศาล

สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนม.ค.61 ทางเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีผู้บุรุกพื้นที่ป่าบริเวณหมู่8 ต.ด่านละเมา อ.แม่สอด จ.ตาก เป็นการบุกรุกคดีเพิ่มจากคดีอาญาเลขที่148/2557 ของสภ.พะวอ จ.ตาก ในวันที่4ก.พ.ที่ผ่านมา ทางนายสุธน เวียงดาว หัวหน้ากรมอุทยานตากสินมหาราชพร้อมตำรวจสภ.พะสอและทางบก.ปทส.เข้าตรวจสอบที่ดินดังกล่าว พบนายบรรพจน์ อาจวงษ์สา อายุ26ปีและนายสำรวย พรเจริญ อายุ66ปีอยู่ในจุดเกิดเหตุได้รับการว่าจ้างให้เฝ้าที่ดินดังกล่าวและทาสีอาคารบ้านพัก

เจ้าหน้าที่พบว่ามีการยึดถือครองทำประโยชน์ โดยการใช้รถแบ็คโฮทำการขุดตักปรับสภาพหน้าดินให้ราบเป็นวงกว้าง ภายในพื้นที่มีการปลูกสร้างอาคารจำนวนหลายหลัง ด้านหน้าอาคารมีป้ายคอนกรีตเขียนชื่อ โครงการอาหารกลางวันเด็กและนักเรียนมูเซอใหม่ และสาธารณสุขเบื้องต้นชาวไทยภูเขา โดยยังพบรถยนต์ ทั้งรถบรรทุก รถกระบะ รถแบ็กโฮ รถแทรกเตอร์ เครื่องปั่นไฟและซากไก่ฟ้าหลังเทา2ซาก ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกนก ลำดับที่7 ตามพ.ร.บ.ป่าสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ.2535

นอกจากนี้ที่ดินดังกล่าวตั้งอยู่ภายในเขต ป่าสงวนแห่งชาติป่าละเมา ตามแผนที่แนบท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่945พ.ศ.2524 และอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช ตามแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฏีกา ซึ่งประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาเล่มที่96 ตอนที่210 ลงวันที่23ธ.ค.2524 โดยพื้นที่ตรงนี่เป็นป่าต้นน้ำชั้นคุณภาพลุ่มน้ำที่1A และลุ่มน้ำที่2มีเนื้อที่ประมาณ4-3-92ไร่ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายต่อรัฐประมาณ396,852บาท โดยไม่พบว่านายสุกิจและผู้ต้องหาที่อยู่ในพื้นที่2คน มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง หรือได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงยึดทรัพย์สินในพื้นที่ทั้งหมด มอบหมายให้นายสุธนแจ้งความต่อสภ.พะวอ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด

ต่อมาได้ยื่นคำร้องต่ออำนาจศาลออกหมายจับ นายสุกิจ นายบรรพจน์ และนายสำรวยในความผิด5 ข้อหาดังกล่าว คือ 1.ร่วมกันยึดถือครอบครองรวมตลอดการถึงก่นสร้างหรือเผาป่า และกระทำด้วยประการใดให้เป็นการทำลาย หรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ที่หิน ที่กรด หรือที่ทราย หรือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดอันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดิน 2.ร่วมกันก่อสร้างแผ้วถาง หรือเผาป่า หนือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป้าหรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ภายในเขต อุทยานแห่งชาติ ร่วมกันยึดถือครอบครองที่ดิน รวมตลอดถึงก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยได้กระทำแก่ต้นน้ำ ลำธาร โดยไม่ได้รับอนุญาต 4.ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ร่วมกันยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยได้กระทำแก่ต้นน้ำลำธารโดยไม่ไดรับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และ5.ร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (ไก่ฟ้าหลังเทา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวอื่นๆ