แจงป้ายประกาศเศรษฐกิจแย่ตลาดวโรรส เชียงใหม่ เป็นภาพเก่าเมื่อ 2 ปีก่อน

  • วันที่ 11 มิ.ย. 2561 เวลา 11:20 น.

แจงป้ายประกาศเศรษฐกิจแย่ตลาดวโรรส เชียงใหม่ เป็นภาพเก่าเมื่อ 2 ปีก่อน

แจงป้ายประกาศเศรษฐกิจแย่ตลาดวโรรสเชียงใหม่ เป็นภาพเก่าเมื่อ 2 ปีก่อน

หลังจากเกิดเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเศรษฐกิจในจังหวัดเชียงใหม่ที่มีต้นเหตุสืบเนื่องจากกรณีที่สมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพถ่ายของป้ายผ้าโดยมีข้อความว่า “ไม่มีลูกค้า ไม่มีเงินจ่าย ลูกน้องแล้วครับ” ซึ่งเป็นภาพที่ถ่ายบริเวณถนนวิชยานนท์ ย่านตลาดวโรรส จ.เชียงใหม่ พร้อมข้อความในโพสต์ระบุว่า "ตลาดวโรรส" กาดหลวงบ้านเราถึงขนาดนี้แล้วหรือ??? สวัสดีไทยแลนด์" นั้น 

ล่าสุดเว็บไซต์เชียงใหม่นิวส์รายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 มิ.ย.61 ผู้สื่อข่าวเชียงใหม่นิวส์ได้ทำการลงพื้นที่สำรวจในย่านดังกล่าว ไม่พบป้ายผ้าดังกล่าวจึงได้สอบถามข้อมูลกับผู้ที่ประกอบอาชีพในละแวกนั้น ทั้งพ่อค้าแม่ค้า คิวสามล้อถีบ และพนักงานขายในร้านค้าต่างๆ ได้ให้ข้อมูลตรงกันว่าไม่พบป้ายผ้าที่มีข้อความลักษณะดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม แม่ค้ารายหนึ่งในย่านดังกล่าวที่ได้เห็นภาพที่ทางผู้สื่อข่าวเชียงใหม่นิวส์ให้ดู ได้เปิดเผยว่า ป้ายผ้าดังกล่าวเป็นของร้านจำหน่ายเสื้อร้านหนึ่งที่เปิดกิจการในย่านนี้ ซึ่งตนเคยเห็นมานานแล้วเมื่อประมาณ 2 ปี ที่แล้ว ซึ่งครั้งนั้นมีกระแสว่า “เศรษฐกิจไม่ค่อยดี แม้แต่ร้านเชียงใหม่ใจดียังขายของไม่ได้เลย” ซึ่งคนที่ทำป้ายก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับร้านเชียงใหม่ใจดีเลย และทำให้คนที่เห็นป้ายนึกว่าร้านเชียงใหม่ใจดีเป็นผู้ทำป้าย เพราะมีรูปป้ายร้านติดอยู่ด้วย และก็ไม่รู้ว่าทำไหมถึงมีคนกลับมาแชร์ภาพนี้กันอีก ส่วนตัวตนยอมรับว่าช่วงนี้อาจจะขายสินค้าได้ไม่ได้ค่อย แต่ก็ขายได้ อาจเนื่องด้วยระยะนี้มีฝนตกบ่อยประกอบกับไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาจับจ่ายของซื้อของมากเท่ากับช่วงอื่นๆ

ขณะที่สมาชิกเฟซบุ๊กชื่อ "ธนวรรธน์ จรณชัยวัจน์" ผู้โพสต์ภาพต้นเรื่องได้ออกมาขอโทษผ่านเฟซบุ๊กโดยระบุว่า

"ผมต้องขออภัยพี่น้องสื่อมวลชนและพี่น้องชาวเชียงใหม่เกี่ยวกับกรณีภาพเก่า ตลาดวโรรส ต.ช้างม่อย อ.เมือง จ.เขียงใหม่ ที่ผมเอามาจากเพื่อนในกลุ่มไลน์ที่เรียนสถาบันเดียวกัน โดยไม่ได้ตรวจสอบให้ดีเสียก่อน เจตนาของผมเพียงแค่สำนึกรักบ้านเกิด เพราะผมเกิดและโตที่นี่ เพียงแค่ไม่อยากเห็นเศรษฐกิจบ้านเกิดของผมเป็นเช่นนี้เท่านั้น จึงขออภัยมา ณ ที่นี้"

ที่มา chiangmainews , ธนวรรธน์ จรณชัยวัจน์

ข่าวอื่นๆ