สั่งตม.สกัดจับ2พระคดีทุจริต กองปราบฯเชื่อสาวลาวลูกศิษย์คนสนิท'พระพรหมเมธี'เตรียมพาหนีออกนอก

วันที่ 30 พ.ค. 2561 เวลา 06:30 น.
สั่งตม.สกัดจับ2พระคดีทุจริต กองปราบฯเชื่อสาวลาวลูกศิษย์คนสนิท'พระพรหมเมธี'เตรียมพาหนีออกนอก
กองปราบปรามประสานด่าน ตม.ทั่วประเทศช่วยสกัดจับพระผู้ใหญ่หนีคดีเงินทอนวัด เเชื่อสาวลาวลูกศิษย์คนสนิท'พระพรหมเมธี'เตรียมพาหนีออกนอก

ตำรวจกองปราบปรามประสานไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ให้เฝ้าระวังการเดินทางออกนอกประเทศของพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร สองผู้ต้องหาร่วมกันฟอกเงินในคดีเงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม พร้อมกับลูกศิษย์อีก 1 คน ซึ่งเป็นหญิงชาวลาวที่ใกล้ชิดกับพระพรหมเมธี ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยหลบหนี

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าผู้บังคับบัญชาระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้กองปราบปรามตรวจสอบเอกสารสิทธิที่ดินจำนวนมากของฆราวาสที่ค้นพบในกุฏิของอดีตพระอรรถกิจโสภณ เลขานุการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร วัดสามพระยา ผู้ต้องหาในคดีเดียวกัน ซึ่งถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ว่าเกี่ยวข้องกับการรับจำนองโฉนดที่ดิน หรือออกเงินกู้ด้วยหรือไม่

นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม (มส.) และในฐานะรองโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ในวันที่ 30 พ.ค. 2561 จะมีการประชุม มส. โดยมีการนำวาระแต่งตั้งทางปกครองคณะสงฆ์ใน มส. แทนตำแหน่ง มส.ของพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา และเจ้าคณะกรุงเทพฯ ที่ถูกจับกุมให้สึกและอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งตำแหน่งทางปกครองสงฆ์ที่อดีตพระพรหมดิลกเคยดำรงตำแหน่งนั้นจะขึ้นอยู่กับกรรมการ มส. เป็นผู้พิจารณาว่าจะเลือกใครมาดำรงตำแหน่ง นอกจากนี้ ที่ประชุมยังจะต้องรายงานกรณีตำรวจดำเนินคดีกับพระชั้นผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตเงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรมให้ที่ประชุมรับทราบด้วย

ทั้งนี้ มีรายงานว่าจะมีการเสนอชื่อ พระธรรมสุธี เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง พระอารามหลวง และยังเป็นรองเจ้าคณะกรุงเทพฯ รูปที่ 1 ให้ดำรงตำแหน่งแทนอดีตพระพรหมดิลก

นายกฤช กระแสทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ ผู้ต้องหาคดีอั้งยี่ซ่องโจรและปลอมแปลงพระปรมาภิไธย กลับมาคุมขังที่แดน 4 เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังเข้าตรวจอาการหมอนรองกระดูทับเส้นประสาท โดยอาการป่วยของนายสุวิทย์ยังไม่ถึงขั้นต้องย้ายมาโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เพียงแต่นายสุวิทย์คงต้องนั่งรถเข็น หรือให้เพื่อนนักโทษช่วยพยุงยามทำกิจวัตรของผู้ต้องขัง เพราะยังไม่สามารถลงน้ำหนักที่เท้าได้

นอกจากนี้ ในส่วนของอดีตพระอรรถกิจโสภณ เลขานุการเจ้าคณะกรุงเทพฯ ผู้ต้องหาคดีทุจริตเงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม ซึ่งถูกคุมขังและมีอาการเจ็บป่วยอาการหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ แพทย์โรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ทำการตรวจและส่งตัวกลับมาคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เช่นเดิม

นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความของนายสุวิทย์ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ กล่าวว่า ได้เตรียมพยานบุคคลซึ่งเป็นผู้ใหญ่ที่มีชื่อเสียงมายืนยันในแนวทางสู้คดีของนายสุวิทย์ อย่างไรก็ตาม ไม่อาจเปิดเผยชื่อได้ว่าผู้ใหญ่ที่มีชื่อเสียงคนดังกล่าวเป็นใคร เพราะคดีนี้มีความละเอียดอ่อน

"ยืนยันเหมือนเดิมว่าอดีตพระพุทธะอิสระยังไม่ต้องการให้ยื่นประกันตัว และไม่ต้องการให้อ้างอาการเจ็บป่วยเพื่อขอประกันตัวด้วย เพราะไม่อยากให้มองว่าได้รับอภิสิทธิ์ใดๆ และไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ต้องเดือดร้อน" นาย ธีรยุทธ กล่าว