"ศรีวราห์"รับมอบ 5 ผู้ต้องหาโยงกลุ่มเสื้อแดงฮาร์ดคอร์ อาวุธอื้อจ้องป่วนม็อบอยากเลือกตั้ง

  • วันที่ 25 พ.ค. 2561 เวลา 15:23 น.

"ศรีวราห์"รับมอบ 5 ผู้ต้องหาโยงกลุ่มเสื้อแดงฮาร์ดคอร์ อาวุธอื้อจ้องป่วนม็อบอยากเลือกตั้ง

พล.ต.อ.ศรีวราห์รับมอบผู้ต้องหา 5 คน โยงกลุ่มเสื้อแดงฮาร์ดคอร์  พร้อม อาวุธสงคราม จากทหารหลังการข่าวชี้ เตรียมป่วนม็อบกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 25 พค. ที่ กองบังคับการปราบปราม พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ  คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ควบคุมตัว นายวิชาญ รักชาติ อายุ 34 ปี , น.ส.ประคองศรี ศิริมั่น อายุ 39 ปี , นายวินัส ปริกเพชร อายุ 34 ปี , นายประดิษฐ์ทอง ชัยปัญหา อายุ 58 ปี และ นายสมบัติ แก้วสุข อายุ 29 ปี ผู้ต้องหา พร้อมของกลาง อาวุธสงครามหลายรายการ ซึ่งพบว่ามีการลักลอบเคลื่อนย้ายในช่วงเวลาซึ่งมีการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง มาส่งมอบให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี โดยมี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช รอง ผบช.ส. พล.ต.ต.ธีรพล จินดาหลวง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทราพล.ต.ต.ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ รอง ผบก.สส.ภ.1 รอรับมอบตัวผู้ต้องหาทั้งหมด

ทั้งนี้ ภายหลังการรับมอบตัว แพทย์จาก รพ.ตำรวจ ได้ตรวจร่างกายผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย และมีการถ่ายรูป พิมพ์ลายนิ้วมือทำประวัติ ตามขั้นตอนการรับมอบตัว ก่อนดำเนินการสอบสวน

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า มีการลักลอบเคลื่อนย้ายอาวุธสงครามจำนวนมาก โดยเกรงว่าจะมีผู้ไม่หวังดีนำไปก่อเหตุสร้างความเสียหาย โดยเฉพาะในช่วงที่มีการนัดหมายชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ประท้วงต่อต้านรัฐบาล คสช.จึงเร่งระดมกวาดล้าง ต่อมาทาง สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย ได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดบนถนนหน้าวัดโค้งงาม หมู่ 7 ต.โยนก อ.เชียงแสน เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา พบรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีเทา ทะเบียน กพ 4475 เชียงราย ซึ่งคนขับ ได้ลอบขนกระสุนปืนขนาด 5.56 มม.10,000 นัด จึงยึดไว้ดำเนินคดี

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวต่อว่า จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลการจับกุมดังกล่าวโดยทราบว่า นายวิชาญ เป็นผู้สั่งการให้มีการขนกระสุนปืนดังกล่าว ทางตำรวจ สภ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา และเจ้าหน้าที่ทหาร จึงติดตามจับกุมนายวิชาญ ได้ที่บ้านพักเลขที่ 16/3 หมู่ 1 ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ยึดของกลาง กระสุนปืนขนาด 9 มม. ปลอกกระสุนปืน ขนาด 9 มม. กริ๊บกระสุนปืนกลเอ็ม 60 ขนาด 7.62 จํานวน 2 นัด 1 ปลอก จึงมีการแจ้งความดำเนินคดีในข้อหา มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย

รอง ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังขยายผลพบว่ามีการนำอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไปซุกซ่อนที่บ้านพักของ น.ส.ประคองศรี ในพื้นที่ อ.เสาไห้ จ.สระบุรี และ นายวินัส ในพื้นที่ อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี เจ้าหน้าที่จึงสนธิกำลังกันเข้าตรวจค้น ยึดอาวุธปืนและกระสุนปืนได้อีกหลายรายการ ประกอบด้วย วัตถุระเบิดชนิดขว้าง เอ็ม 26 เอ 1 รวม 5 ลูก ปืนขนาด 6.35 มม.ปืนขนาด .38 กระสุนปืนขนาด 5.56 มม.4,542 นัด กระสุนปืนขนาด 9 มม.25 นัด , ขนาด.38 รวม 25 นัด จึงยึดไว้และคุมตัวทั้งสองพร้อมของกลางไว้สอบสวนดำเนินคดี และยังพบด้วยว่ามีการจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนบางส่วนให้นายประดิษฐ์ทอง นายสมบัติ กับพวก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลติดตามจับกุมนายประดิษฐ์ทอง และนายสมบัติ ไว้ได้ รวมทั้งได้เข้าตรวจยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุนอีกหลายรายการ ซึ่งเป็นการกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระกัน โดยพนักงานสอบสวนที่ จ.เชียงราย และ จ.ฉะเชิงเทรา ได้ขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหาไว้แล้ว

สอบสวนนายวิชาญ ให้การว่า มีติดต่อขอซื้ออาวุธดังกล่าวผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์จากบุคคลหนึ่ง แล้วนำไปขายต่อให้กับผู้ต้องหาอีก 4 ราย โดยยอมรับว่ามีการซื้อขายกันมาแล้วเป็นเวลา 3-4 เดือน อย่างไรก็ดี จากการสอบปากคำในเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดยังคงให้การปฏิเสธและยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเสื้อแดงฮาร์ดคอร์ แต่อย่างใด

อย่างไรก็ดี จากตรวจสอบทางการข่าวพบว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้มีความเกี่ยวข้องและเตรียมนำอาวุธดังกล่าวไปก่อเหตุในช่วงการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง และยืนยันว่ามีความเชื่อมโยงกลุ่มแดงฮาร์ดคอร์ โดยไม่ได้เป็นการจัดฉากแต่อย่างใด เนื่องจากมีพยานหลักฐานชัดเจน และเชื่อว่ายังคงมีอาวุธสงครามกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก สำหรับการจับกุมครั้งนี้เป็นเพียง 1 ใน 3 ของอาวุธที่มีอยู่ทั้งหมดเท่านั้น

ทั้งนี้ อาวุธที่ตรวจยึดไว้ได้ทั้งหมด ทางหน่วยเก็บกู้วัตถระเบิด หรืออีโอดี ระบุว่า ในส่วนของระเบิดของกลาง มีความเกี่ยวพันกับการนำมาใช้ก่อเหตุในช่วงการชุมนุมการทางเมือง ในปี 2553 ประมาณ 15 เหตุการณ์ โดยตรวจสอบพบว่ามีเลขนัมเบอร์ตรงกัน ซึ่งได้มีการเร่งตรวจสอบว่าตรงกับเหตุการณ์ใดบ้าง และขณะนี้ได้สั่งการให้ตรวจสอบเป็นพิเศษ ในพื้นที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว และที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เนื่องจากทราบว่ากลุ่มแดงฮาร์ดคอร์ มีการเคลื่อนไหวและอาจแฝงตัวเข้าไปในบริเวณดังกล่าว

ข่าวอื่นๆ