รื้อบ้านป่าแหว่งสะดุดขัดกม.

  • วันที่ 24 พ.ค. 2561 เวลา 06:48 น.

รื้อบ้านป่าแหว่งสะดุดขัดกม.

กรมธนารักษ์หารือเข้มแก้ปัญหาบ้านพักตุลาการ 45 หลัง เชิงดอยสุเทพ รับติดข้อกฎหมายทำให้ไม่สามารถรื้อได้ ชี้เงินหลวงสร้างต้องเข้ากฎ3ข้อ'เลิกใช้แล้ว-อยู่เกิน25ปี-ความลับทหาร'

น.ส.อมรรัตน์ กล่ำพลบ รองอธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาบ้านพักตุลาการ ที่ก่อสร้างบริเวณเชิงดอยสุเทพ ที่มีนาย สุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้สรุปว่าจะไม่มีการใช้ประโยชน์ในอาคารที่ก่อสร้างดังกล่าว

น.ส.อมรรัตน์ กล่าวว่า กรมธนารักษ์ได้ตั้งชุดเจ้าหน้าที่เพื่อรับโอนพื้นที่ดังกล่าวกลับไปอยู่ในความดูแลของกรมธนารักษ์โดยประเด็นที่จะพิจารณาต่อไปคือ จะทำอย่างไรกับบ้านพักตุลาการทั้ง 45 หลัง อาคารคอนโดอีก 9 อาคาร และการปลูกป่าทดแทน

สำหรับการปลูกป่านั้น ไม่มีปัญหาสามารถดำเนินการได้ทันที โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังว่างอยู่ แต่สำหรับตัวโครงสร้างอาคารที่ก่อสร้างไปแล้ว ยังมีปัญหาว่าจะดำเนินการอย่างไรให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยกรมธนารักษ์จะตั้งคณะทำงานที่ประกอบด้วยหน่วยงานหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นกรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณและสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเข้ามาร่วมพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม

ทั้งนี้ ตามกฎหมายกำหนดว่า สิ่งปลูกสร้างที่ก่อสร้างด้วยเงินงบประมาณแผ่นดิน หากจะรื้อถอนจะต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีกฎกระทรวง กำหนดขอบเขตไว้ในสามประการ กรณีที่จะรื้อทิ้งอาคารที่ก่อสร้างด้วยเงินงบประมาณ คือ เป็นอาคารที่เลิกใช้งานแล้ว เป็นอาคารที่ใช้งานมาเกินกว่า 25 ปี และเป็นเรื่องความลับทางการทหาร อย่างไรก็ตาม กรณีบ้านพักตุลาการ ไม่ได้เข้าทั้งสามข้อดังกล่าว ซึ่งจำเป็นต้องไปดูกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องว่าจะให้ดำเนินการอย่างไรต่อไป

รองอธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า แนวทางการรื้อถอนก็เป็นเรื่องที่ได้นำมาพิจารณาเช่นกันว่า จะรื้อถอนแบบใดเช่น จะเป็นการรื้อแบบยกอาคารไปตั้งไว้ที่อื่น หรือเป็นการทุบทิ้งเลย ซึ่งการรื้ออาคารแบบยกโยกย้ายไปตั้งที่อื่น ค่ารื้อย้ายอาจสูงกว่าการทุบทิ้ง

นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า ขอเชิญชาวเชียงใหม่มาร่วมกันนำร่องฟื้นฟูปลูกต้นไม้บริเวณพื้นที่ สร้างบ้านพักตุลาการที่เชิงดอยสุเทพ ในวันที่ 27 พ.ค.นี้ เพื่อคืนผืนป่าให้กลับมาดังเดิม ตามข้อสรุปในการแก้ไข ซึ่งจะมีการปลูกทั้งป่า หญ้าแฝกรักษาหน้าดิน แจกกล้าพันธุ์ไม้และร่วมกันทำฝายชะลอน้ำในจุดที่ทำได้ โดยขณะนี้เตรียมการไว้พร้อมหมดแล้ว

อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวอีกว่า ส่วนพื้นที่ที่เป็นอาคาร ต้องรอการส่งมอบให้ชัดเจนก่อน และหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงตามแนวทางการ แก้ไขปัญหาที่ให้ทางกรมอุทยานแห่ง ชาติฯเข้ามาดูแล ก็จะเริ่มดำเนินการในทันที ซึ่งได้ทำแผนเสนอให้นายกรัฐมนตรีรับทราบไปแล้ว ก็ต้องรอความชัดเจน หลังจากนั้น โดยทางกรมฯ ยังยืนยันมี ความพร้อมถ้าหากได้รับนโยบาย ทั้งเรื่องของการฟื้นฟูผืนป่า หรือการจะพิจารณาขยายเขตอุทยานให้ครอบคลุม แต่ปัจจุบันต้องรอให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ล่าสุดมีการตั้งคณะทำงานเพื่อเข้ามาพิจารณากันแล้ว แนวโน้มน่าจะเป็นไปในทางที่ดีขึ้น

ข่าวอื่นๆ