ม้งเมือง 2018 เชื่อมอดีต มองปัจจุบัน เดินสู่อนาคต

วันที่ 28 เม.ย. 2561 เวลา 10:35 น.
ม้งเมือง 2018 เชื่อมอดีต มองปัจจุบัน เดินสู่อนาคต
โดย พรเทพ เฮง

คนภาคเหนือรู้จักม้งในชื่อ “แม้ว” หรือคนจีนเรียกว่า “เหมียว” ซึ่งในภาษาจีนหมายถึง ต้นข้าวอ่อน หน่อ หรือวัชพืช กับที่นา ถือเป็นคำเรียกชนพื้นเมืองซึ่งเป็นลูกของแผ่นดินและทำนามาอย่างยาวนาน แต่คนไทยนำมาใช้ในเชิงล้อเลียน โดยเปรียบเทียบกับเสียงแมว โดยถือว่าเป็นคนป่าเถื่อน เนื่องจากสมัยก่อนม้งอพยพมาแผ่นดินไทย จะอยู่แต่ป่าเขา ห่างความเจริญ ไม่เหมือนปัจจุบัน แต่แท้จริงกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ซึ่งมีประชากรในประเทศไทยประมาณกว่า 2 แสนคน และคนม้งมีเส้นทางชีวิตที่มาอย่างยาวนาน

ในปี 2561 สมาคมม้งกรุงเทพและเครือข่าย (Hmong Bangkok and Network Association-HBNA) ได้จัดงานสังสรรค์น้องพี่ 40 ปี ม้งกรุงเทพและเครือข่าย และเปิดตัวสมาคมอย่างเป็นทางการครั้งแรก พร้อมร่วมมือกับเครือข่ายตระกูลม้งในประเทศไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงที่จะให้ความร่วมมือระหว่างทั้งสององค์กร (MOU) เพื่อส่งเสริมกิจกรรมด้านการศึกษา การอาชีพ การทำประโยชน์ต่อสังคม รวมถึงกิจกรรมด้านอื่นๆ ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของกลุ่มสู่สาธารณชน

ปัจจุบัน คนม้งจากยอดดอยได้เข้ามาเป็น “ม้งเมือง” จำนวนไม่น้อยและก้าวผ่านพ้นคำหยอกล้อว่า “ม้งพัฒนาแล้ว” มาสู่ความเป็นจริงที่พัฒนาตัวเองและชุมชนที่อยู่อย่างน่าสนใจ

การเดินทางจากอดีตอันยาวไกล

 

แต่ส่วนหนึ่ง รศ.ดร.ประหยัด ก็บอกว่าต้องยอมรับความจริงว่า ที่ผ่านมามีพี่น้องม้งหลายคนไปเกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติด ซึ่งทำให้ภาพลักษณ์ของม้งเองโดยส่วนใหญ่เสียไปเยอะมาก

“เพราะฉะนั้นผมจึงมองเรื่องการศึกษากับการประกอบธุรกิจ ส่งเสริมอาชีพที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการเกษตรหรืออะไรอื่นๆ ก็แล้วแต่ ซึ่งสมาคมม้งฯ จะเป็นตัวกลางในการอบรมถ่ายทอดจากผู้รู้หรือผู้มีประสบการณ์หรือผู้ประกอบการรุ่นใหม่ๆ ผมเชื่อว่าสองปัจจัยนี้ จะเป็นกลไกขับเคลื่อนภาพลักษณ์ของม้งให้ดีขึ้น ให้สังคมรู้ว่าจริงๆ ชาวม้งก็ทำสิ่งดีๆ เป็นนะ ซึ่งเราก็ทำมาตลอด

ปัจจุบันภาพลักษณ์ของม้งค่อนข้างจะติดลบในเรื่องของการเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด ทั้งม้งไทยและม้งลาว โดยคำว่าม้งในความเห็นของผมกลายเป็นสัญลักษณ์ในด้านลบไปเสียอย่างนั้นแล้ว ต้องฟื้นฟูและเปลี่ยนภาพลักษณ์ตรงนี้ให้ได้”

การเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของม้งเป็นภาระที่หนักมาก รศ.ดร.ประหยัด มองว่าด้วยพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง รัชกาลที่ 9 พระองค์ท่านได้วางรากฐานผ่านทางโครงการพระราชดำริโครงการต่างๆ ไว้เยอะมาก มีพระราชประสงค์ที่จะทำการช่วยเหลือคนม้งให้ห่างไกลจากยาเสพติดให้มากขึ้น

“สิ่งที่พวกเราทำก็คือการสานต่อพระราชปณิธานของพระองค์ท่านให้ประสบความสำเร็จและเป็นจริงมากยิ่งขึ้น ผมเป็นรุ่นกลางที่เชื่อมรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ ผมมองว่าคนม้งรุ่นใหม่มีความรู้มากขึ้นออกมาเห็นโลกกว้างมากขึ้น แน่นอนในขณะเดียวกัน ความคิดที่เป็นจิตสาธารณะหรือจิตอาสากลับมีน้อยลงถูกแทนที่ด้วยแนวคิดปัจเจกชนนิยม ต่างคนต่างอยู่ที่มีเยอะมากขึ้น เราก็พยายามเป็นตัวเชื่อมพาน้องๆ ชาวม้งที่มีใจอาสามาร่วมงานเพื่อที่เขาจะได้มาสานต่องานของสมาคมม้งฯ ต่อไป”

การทบทวนอดีตและนับหนึ่งเพื่อฟื้นภาพลักษณ์ของม้งที่ติดอยู่ในด้านมืดที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ทางสมาคมม้งฯ ก็เชื่อมต่อกับนานาชาติอย่างม้งในสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย รศ.ดร.ประหยัด บอกว่าเมื่อเขารู้ข่าวก็ให้ความสนใจและจับตามองในหลายๆ โครงการ และเข้ามาร่วมมือเป็นอย่างดี พร้อมกับขับเคลื่อนโครงการในอนาคตให้เพิ่มมากขึ้น

“พี่น้องม้งที่อยู่ในต่างประเทศจะเป็นแหล่งกำลังทุนที่จะช่วยให้โครงการที่เราจะทำหรืองานของคนม้งสำเร็จได้ง่ายมากขึ้น อยากฝากว่าพี่น้องม้งส่วนใหญ่มีใจสู้และสัมมาอาชีพที่สุจริต คนม้งโดยดั้งเดิมเนื้อแท้เป็นคนทำงานหนัก แล้วก็มีความจริงจัง อาจจะมีบางส่วนหรือบางคนที่หลงผิดไปกับขบวนการยาเสพติดเลยทำให้ภาพลักษณ์ไม่ดี อยากจะให้มองอีกด้านที่ดีด้วย

คนม้งไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ได้ยินหรือได้ฟัง พี่น้องม้งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวง รัชกาลที่ 9 และราชวงศ์จักรีมากมายมหาศาลในการที่ได้เข้ามาพำนักอาศัยเป็นประชากรในประเทศนี้ เราสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ร่วมพัฒนาประเทศไทยตามกำลังตามหน้าที่ตามบทบาทที่ตัวเองมีอยู่อย่างสุจริต ผมเชื่อว่าที่สุดแล้วภาพลักษณ์ที่ไม่ค่อยดีจะค่อยๆ เลือนไป”