กองปราบฯจับลูกเขยปืนโหด ฆ่าเมีย-พ่อตา 2 ศพ

  • วันที่ 17 เม.ย. 2561 เวลา 11:58 น.

กองปราบฯจับลูกเขยปืนโหด ฆ่าเมีย-พ่อตา 2 ศพ

กองปราบฯตามรวบลูกเขยโหดยิงภรรยา-พ่อตาดับ ค้นห้องพบจดหมายลาตายคาดเตรียมก่อเหตุฆ่าตัวตายหนีความผิด สารภาพทำไปเพราะบันดาลโทสะหลังตามง้อไม่สำเร็จ

เมื่อวันที่ 17 เม.ย. พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผู้กำกับการ 3 กองปราบปราม (ผกก.3 บก.ป.) นำกำลังชุดสืบสวนจับกุมตัว นายสมหมาย อาสากูล อายุ 34 ปี ชาว อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ตามหมายจับศาลอาญาจังหวัดนางรอง ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร โดยสามารถจับกุมตัวได้เมื่อเวลา 01.45 น. ของวันที่ 17 เม.ย. ภายในห้องเช่าไม่มีเลขที่ ม.12 ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี

การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจาก นายสมหมาย ได้ใช้อาวุธปืนสั้น ชนิดลูกโม่ ขนาด .38 ยิง น.ส.อรณี ยอดสว่าง อายุ 25 ปี ภรรยา และใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิง นายสำเนา ยอดสว่าง อายุ 56 ปี พ่อตา เสียชีวิตหลังจากตามง้อขอคืนดีกับภรรยาไม่สำเร็จ เหตุเกิดที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 76 บ้านหนองมะค่า ม.14 ต.สะเดา อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา

พ.ต.อ.บุญลือ กล่าวว่าผู้ก่อเหตุมีปัญหากับครอบครัวผู้ตาย เพราะหลังแต่งงานทางครอบครัวฝั่งภรรยาก็กีดกันไม่ให้ยุ่ง ด้วยความสงสัยและน้อยใจ วันก่อเหตุจึงเดินทางไปคุยกับครอบครัวฝ่ายภรรยาและก่อเหตุดังกล่าว หลังก่อเหตุก็ได้ขึ้นรถหนีมาที่กบินทร์บุรี

ทั้งนี้จากการตรวจสอบภายในห้องเช่าดังซึ่งเป็นสถานที่จับกุมเจ้าหน้าที่พบจดหมายลาตายไว้ในห้องพักที่ถูกจับกุม คาดว่าหากจับกุมช้ากว่านี้น่าจะก่อเหตุฆ่าตัวตาย ทั้งนี้ปืนที่ยิงมีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายแต่เป็นของพ่อคนร้าย

นายสมหมาย ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยในวันเกิดเหตุตนได้ไปตามง้อปรับความเข้าใจกับ น.ส.อรณี ภรรยาแต่ไม่เป็นผล พร้อมทั้งถูกด่าด้วยถ้อยคำรุนแรงจึงเกิดบันดาลโทสะ ใช้อาวุธปืนของพ่อตนเองที่แอบขโมยมายิงใส่ น.ส.อรณี จนเสียชีวิต ระหว่างนั้น นายสำเนา พ่อของ น.ส.อรณี ซึ่งเห็นเหตุการณ์เข้าพอดีจึงวิ่งปรี่เข้ามายื้อยุดฉุดกระชากปืนจากตนด้วยความตกใจจึงลั่นไกใส่นายสำเนา จนเสียชีวิตไปอีกราย ทั้งนี้ภายหลังเกิดเหตุตนทำอะไรไม่ถูกจึงรีบหนีขึ้นรถโดยสารเดินทางไปหาที่กบดานตามต่างจังหวัดแบบไม่มีจุดหมาย ก่อนจะมาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี กระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้

ผู้ต้องหากล่าวว่า ความขัดแย้งระหว่างตนและภรรยาเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนมี.ค. 2560 หลังครอบครัวตนและภรรยาต้องการให้ตนแต่งงานกัน โดยที่ไม่เคยรักใคร่หรือชอบพอกันมาก่อน โดยมีสินสอดเป็นเงินจำนวน 8 หมื่นบาท พร้อมกับทองคำหนัก 1 บาท ทั้งนี้พอแต่งงานกันแล้วตนก็พา น.ส.อรณี มาอยู่กินกันที่ จ.ฉะเชิงเทรา เนื่องจากตนต้องมาทำงานเป็นช่างประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ที่โรงงานแห่งหนึ่ง แต่พอหลังจากใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้เพียงแค่ 1-2 สัปดาห์ น.ส.อรณี ก็เริ่มมีท่าทีเปลี่ยนไป ทำตัวห่างเหินเหมือนรังเกียจและไม่ยอมใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ก่อนจะหนีกลับมาอยู่ที่บ้านเกิด ซึ่งที่ผ่านมาหลังจากแต่งงานกันมา 1 ปี ตนและ น.ส.อรณี เคยร่วมรักกันเพียงแค่ 1 ครั้งเท่านั้น

"ก่อนแต่งงานครอบครัวเคยบอกผมว่า อยู่ๆกันไปเดี๋ยวก็รักกันเอง แต่พอเอาเข้าจริงกลับกลายเป็นผมที่รักเธอฝ่ายเดียว ส่วนเธอกลับทำเหมือนผมเป็นคนน่ารังเกียจ ไม่ยอมให้เข้าใกล้ แม้แต่ตอนนอนยังต้องเอาหมอนข้างมาวางกันกลางไม่ให้ใกล้ชิดกัน สุดท้ายผมอยากฝากขอโทษที่ก่อเหตุดังกล่าว ที่ทำไปเพราะเป็นอารมณ์ชั่ววูบ"นายสมหมายกล่าว

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ รับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวอื่นๆ