จับผู้ค้ายารายใหญ่ลอบขนช่วงสงกรานต์ ยึดยาไอซ์กว่า250ก.ก.

  • วันที่ 17 เม.ย. 2561 เวลา 11:48 น.

จับผู้ค้ายารายใหญ่ลอบขนช่วงสงกรานต์ ยึดยาไอซ์กว่า250ก.ก.

ปส.แถลงผลการจับกุมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ รวบเอเยนต์ยาเสพติดรายใหญ่กลุ่มว้าเหนือ ตรวจยึดไอซ์กว่า 250 ก.ก. มูลค่ากว่า 750 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 17 เม.ย. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. (ปป.1) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รองผบช.ก. พล.ต.ต.สุรศักดิ์ ขุนณรงค์ ผบก.ปส.1 พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก.ปส.2 พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ เพร็ชรกำเนิด ผบก.ปส.3 และ พล.ต.ต.กิตติ สะเภาทอง ผบก.ปส.4 ร่วมแถลงข่าว แผนป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติดในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ ปี 2561 ปฏิบัติการในห้วงวันที่ 28 มี.ค. ถึง 17 เม.ย. 2561 โดยสามารถจับกุมได้ 88 คดี ผู้ต้องหาจำนวน 101 คน จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 140 คน ยาบ้า 171,543 เม็ด ยาไอซ์ 254.96 กิโลกรัม เฮโรอีน 54.60 กิโลกรัม กระท่อม 110 กิโลกรัม ยาอี 742 เม็ด ตรวจยึดทรัพย์สินรวม 11,303,600 บาท รวมประมาณราคายาเสพติดและทรัพย์สินที่ตรวจนึดได้ทั้งสิ้น 322,118,900 บาท

พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวว่า เนื่องจากช่วงเทศกาลหยุดยาวทาง บช.ปส.จึงได้ทำการระดมกวาดล้าง จับกุมเครือข่ายผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดทุกประเภท โดยรวมถึงผู้สนับสนุนช่วยเหลือ กลุ่มกระบวนการค่ายาเสพติดต่างๆ และให้ใช้มาตรการยึดทรัพย์สินกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดอย่างเข้มข้น

สำหรับคดีที่น่าสนใจได้แก่ เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ลิขิต กล้วยดำรง ผกก.3 บก.สกส.พร้อมกำลัง เจ้าหน้าที่.กก.3 บก.สกส. ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติดกลุ่มว้าเหนือ จำนวน 3 คน ประกอบด้วย นายมนตรี ยอดมณีบรรพต ชาวจ.เชียงราย นายบรรจง แซ่ลี ชาวจ.เชียงราย นายสินชัย แซ่ลี ชาวจ.เชียงราย พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์จำนวน 250 กิโลกรัม รถยนต์บรรทุกสิบล้อ ทะเบียน 81-9305 ศรีสะเกษ จำนวน 1 คัน รถยนต์กระบะบรรทุก โตโยต้า รุ่น วีโก้ ทะเบียน กท 6132 เชียงราย จำนวน 1 คัน โทรศัพท์มือถือจำนวน 3 เครื่อง มูลค่าของกลางรวม 750 ล้านบาท โดยสามารถจับกุมตัวทั้งหมดได้ภายในปั๊มน้ำมันพีที ถ.เชียงคำ-จุน ต.เชียงบาล อ.เชียงคำ จ.พะเยา

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่ากลุ่มเครือข่ายยาเสพติดว้าเหนือซึ่งเป็นเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่จะมีการลักลอบลำเลียงขนยาเสพติดล็อตใหญ่มูลค่ามหาศาลจากฝั่งประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เข้ามาภายในพื้นที่ประเทศไทยเพื่อส่งต่อให้กับเอเยนต์ยาเสพติดในพื้นที่ โดยใช้ ถ.เชียงคำ-จุน เป็นเส้นทางในการลำเลียง จึงจัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์

กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบรถยนต์ต้องสงสัยจำนวน 2 คัน เป็นรถบรรทุกสิบล้อ 1 คันและรถยนต์กระบะอีก 1 คัน ตรงตามที่สายลับแจ้งจึงเฝ้าสะกดรอยติดตามมาจนถึงบริเวณปั๊มน้ำมันพีที จึงได้แสดงตัวเข้าทำการตรวจสอบพบผู้ต้องหาทั้ง 3 คน อยู่ภายในรถ ด้วยท่าทีมีพิรุธ คล้ายกับกำลังตื่นกลัว จึงทำการตรวจค้นกระบะบรรทุกของรถสิบล้อ กระทั่งพบยาเสพติดของกลางบรรจุอยู่ภายในกระสอบจำนวน 13 กระสอบ น้ำหนักรวม 250 กิโลกรัม โดยมีเมล็ดข้าวโพดปิดทับอำพรางสายตา เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไปทำการสอบปากคำ พร้อมกับตรวจยึดของกลางไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างจากนายทุนประเทศเพื่อนบ้านให้นำยาเสพติดดังกล่าวมาส่งให้กับเอเย่นยาเสพติดรายหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อนำไปกระจายขายต่อให้กับเอเย่นต์รายย่อยในพื้นที่ภาคกลางกระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากสืบทราบว่าจุดหมายปลายทางในการส่งลำเลียงยาเสพติดล๊อตนี้ที่แท้จริงน่าจะอยู่ที่ชายแดนภาคใต้รอยต่อติดกับประเทศมาเลเซีย เพราะหากสามารถนำยาผ่านไปถึงพื้นที่ดังกล่าวได้ของกลางยาเสพติดจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว จากเดิมยาไอซ์ที่มีการซื้อขายในพื้นที่ภาคกลางจะอยู่ที่กิโลกรัมละ3ล้านบาทแต่การซื้อขายในพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศมาเลเซียจะอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 13.5 ล้านบาท

นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติของนายมนตรี 1 ในผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวได้นั้นพบว่า เป็น 1 ในเอเยนต์ยาเสพติดรายสำคัญของกลุ่มว้าเหนือที่เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัวอยู่ เนื่องจากทราบว่านานมนตรีคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการขนลำเลียงยาบ้าจำนวน 9,400,000 เม็ดและยาไอซ์ จำนวน 788 กิโลกรัม จากพื้นที่ สปป.ลาว เข้าสู่พื้นที่ประเทศไทย ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตรวจยึดและจับกุมผู้ร่วมขบวนการ บริเวณชายแดนบ้านไทยเจริญ ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย เมื่อช่วงต้นเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไอซ์และยาบ้า ไวัในครอบครองเพื่อจำหน่ายก่อนส่งตัวให้ พนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ภาพ :www.policenews.co.th

 

ข่าวอื่นๆ