สาวญี่ปุ่นแจ้งความอ้างเงินหายสามล้านเยนขณะนั่งเครื่องมาไทย

  • วันที่ 17 เม.ย. 2561 เวลา 09:02 น.
  • | เปิดอ่าน 4,229
Share on Google+
LINE it!

สาวญี่ปุ่นแจ้งความอ้างเงินหายสามล้านเยนขณะนั่งเครื่องมาไทย

ผู้จัดการนางแบบชาวญี่ปุ่น แจ้งความตร.สุวรรณภูมิ อ้างเงินหายกว่าสามล้านเยนขณะนั่งเครื่องมาไทย เจ้าหน้าที่ตรวจสอบยังไม่พบสิ่งผิดปกติ

เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และตัวแทนสายการบินไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว เร่งตรวจสอบหลังรับแจ้งจากหญิงสาวชาวญี่ปุ่น วัย 49 ปี ซึ่งเป็นผู้จัดการนางแบบสาวชาวญี่ปุ่น ที่เดินทางมาจากสนามบินฮาเนด่ะ ประเทศญี่ปุ่น ด้วยเที่ยวบิน TG 661 การบินไทย มายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในเวลา 05.00 น. ของวันที่ 16 เม.ย. 2561 และได้มาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ ว่ากระเป๋าสตางค์จำนวน 2 ใบ ที่ใส่มาในกระเป๋าเดินทาง ภายในมีเงินสดสกุลเยน รวมแล้ว 3 ล้านเยน ได้หายไป

ผู้เสียหายชาวญี่ปุ่นรายนี้ ซึ่งสื่อสารภาษาไทยได้เนื่องจากเคยอยู่เมืองไทยมาก่อน เปิดเผยว่า ตนและน้องสาวเดินทางจากประเทศญี่ปุ่นพร้อมกับนำเงินสดจำนวน 3 ล้านเยนใส่ในกระเป๋าใบเล็กสีฟ้า พร้อมกับกล้องถ่ายรูปจำนวน 1ตัว ใส่มาในกระเป๋าเดินทางใบเล็กสีน้ำเงิน เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อมาทำศัยกรรมที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศไทย ซึ่งมีการนัดหมอไว้แล้ว จึงเดินทางมาจากสนามบินฮาเนดะ ซึ่งตอนแรกจะนำกระเป๋าสัมภาระที่มีเงินสดและทรัพย์สินเก็บอยู่ติดตัวขึ้นเครื่องมาด้วย แต่พนักงานของสายการบินแจ้งว่ามีผู้โดยสารจำนวนมากและไม่มีที่ว่างเพียงพอที่จะนำกระเป๋าขึ้นไปเก็บบนกล่องเก็บสัมภาระและแนะนำให้โหลดมาใต้เครื่อง ด้วยความรีบจนลืมว่าในมีเงินสดอยู่จึงไม่ได้เอาออก

จนกระทั่งมาถึงสุวรรณภูมิ ได้เปิดกระเป๋าดูก็พบว่ากระเป๋า 2 ใบที่ใส่กล้องและเงินสดได้หายไปจึงเดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ในวันนี้ ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวถือเป็นเงินที่สำคัญมากสำหรับตนเองเนื่องจากเป็นเงินที่เตรียมมารักษาและผ่าตัดทำศัยกรรมให้กับนางแบบที่ตนดูแลอยู่

ขณะที่เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอกับผู้เสียหายและพนักงานทุกคนที่เข้ากะทำงานในการทำหน้าที่ เกี่ยวกับการลำเรียงกระเป๋าของผู้เสียหาย พร้อมทั้งประสานงานฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามตัวพนักงานทุกคนที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำและเก็บดีเอ็นเอและลายนิ้วมือไว้เป็นหลักฐานก่อนจะพาตัวไปค้นห้องพักทุกราย แต่ไม่พบสิ่งปกติ

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดรวมถึงระบบการขนถ่ายสัมภาระของทางสายการบิน ทั้งจากสนามบินต้นทาง ซึ่งก็ได้รับการประสานและได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี พบว่า กระเป๋าของผู้เสียหายที่ระบุว่าเงินสดหายไปนั้น ถูกลำเลียงเข้าตู้ขนถ่ายสัมภาระโดยต้นทางของสนามบินฮาเนดะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้วเช่นกันก็ไม่พบว่ามีพนักงานรายได้ผิดสังเกตหรือเปิดกระเป๋าของผู้เสียหายแต่อย่างใด

หลังเดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ก็พบว่าซีลที่ล็อกตู้มานั้นไม่มีชำรุดเสียหาย และสายการบินได้ตรวจสอบเส้นทางการขนย้ายสัมภาระจากใต้ท้องเครื่องบินมายังสายพานก็ไม่พบสิ่งผิดปกติทั้งตู้ไม่มีการเปิดออก ระยะเวลาเดินทางของตู้สัมภาระมายังสายพานลำเรียง รวมไปถึงพนักงานที่ยกกระเป๋าออกมาจากตู้และวางใส่สายพานก็ไม่สิ่งผิดปกติ

ด้านพ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผกก.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้กล่าวว่า จากการตรวจสอบขั้นตอนการทำงานตามระบบมาตรฐานที่วางไว้ทั้งของสนามบินสุวรรณภูมิและสายการบิน แล้วไม่พบสิ่งปกติใด ขณะเดียวกันได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เก็บดีเอ็นเอ ในกระเป๋าทุกใบของผู้เสียหายแล้ว โดยเฉพาะภายในกระเป๋า เพื่อใช้พิสูจน์ลายนิ้วมือแฝงว่าตรงกับพนักงานขนถ่ายสัมภาระในสนามบินสุวรรณภูมิรายใดหรือไม่ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ โดยตนมั่นใจในระบบของสายการบินและมาตรฐานของสนามบิน ขณะที่การประสานงานทางสนามบินต้นทางก็ตรวจสอบไม่พบสิ่งปกติเช่นกัน คงต้องรอผลการตรวจสอบดีเอ็นเอ ซึ่งจะจะเร่งติดตามผลการตรวจดีเอ็นเอให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้คลี่คลายคดีนี้ให้ได้โดยเร็ว

Share on Google+
LINE it!