เตือน23จังหวัดรับพายุฤดูร้อน

วันที่ 07 เม.ย. 2561 เวลา 07:51 น.
เตือน23จังหวัดรับพายุฤดูร้อน
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนทั่วทุกภาคกว่า 20 จังหวัด เตรียมรับพายุฤดูร้อน คาดฝนลดลงช่วงสงกรานต์

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 13 ระบุว่า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า กับมีลูกเห็บตกและมีฝนตกหนักบางพื้นที่

โดยในวันที่ 7 เม.ย. พื้นที่ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนประกอบด้วย พื้นที่ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก ภาคตะวันออก จ.ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคกลาง จ.ราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่วนภาคใต้ ที่ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช

ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่าตั้งแต่ วันที่ 2-5 เม.ย.ที่ผ่านมา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย พายุฤดูร้อนรวม 14 จังหวัด บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 332 หลัง โดยภาคเหนือได้รับผลกระทบ 6 จังหวัด ได้แก่ จ.พะเยา ลำปาง แพร่ เชียงราย เพชรบูรณ์ และน่าน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ จ.นครราชสีมา เลย บุรีรัมย์ และมหาสารคาม ภาคกลาง 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ชัยนาท ฉะเชิงเทรา และลพบุรี ภาคใต้ 1 จังหวัด ได้แก่ จ.สุราษฎร์ธานี

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ช่วงวันที่ 8-9 เม.ย. ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง ส่วนภาคใต้ตอนล่างจะมีฝนเพิ่มขึ้น หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 10-12 เม.ย. ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อน ส่วนภาคใต้จะมีฝนลดลง

ขณะเดียวกันเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ข้อบังคับเจ้า พนักงานจราจร ห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป เดินรถในถนนมิตรภาพ ตั้งแต่กิโลเมตรที่ 15+600 ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ถึงกิโลเมตรที่ 93+500 ต.คลองไผ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ระยะทาง 78 กิโลเมตร ถนนกบินทร์บุรี-ปักธงชัย หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 ตั้งแต่กิโลเมตรที่ 165+400 ต.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ถึงกิโลเมตรที่ 195+600 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ระยะทาง 30 กิโลเมตร และถนนอรัญประเทศนางรอง หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 348 ตั้งแต่กิโลเมตรที่ 71 ถึงกิโลเมตรที่ 80 ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ระยะทาง 9 กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 11-17 เม.ย. เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยด้านการจราจรช่วงเทศกาลสงกรานต์ หากมีความจำเป็นให้ขออนุญาตเป็นกรณีไป