ศาลอาญาคดีทุจริตยกฟ้อง "เอ๋ ชนม์สวัสดิ์" คดีทำสัญญาจ้างเอกชนเก็บขยะนาน5ปี

  • วันที่ 21 มี.ค. 2561 เวลา 18:04 น.

ศาลอาญาคดีทุจริตยกฟ้อง "เอ๋ ชนม์สวัสดิ์" คดีทำสัญญาจ้างเอกชนเก็บขยะนาน5ปี

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยกฟ้อง "เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ อดีตนายกเทศบาลสมุทรปราการ-อดีตปลัดเทศบาล" พ้นผิดคดีทำสัญญาจ้างเอกชนเก็บขยะนาน 5 ปีชี้หน่วยงานปกครอง 2 แห่งตีความกฎหมายต่างกัน

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ซ.สีคาม ถ.นครไชยศรี ศาลได้อ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม อดีตนายกเทศบาลนครสมุทรปราการ และนางบารนี เลิศไพศาล ข้าราชการบำนาญเป็นจำเลยที่ 1-2  เป็นจำเลยในความผิดฐาน ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำจัดการ หรือรักษาทรัพย์สินใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต เป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล 

สืบเนื่องจากการทำสัญญาโครงการจัดซื้อจัดจ้างเก็บขยะมูลฝอย เมื่อปี 2546 ในเขตพื้นที่ของเทศบาลนครสมุทรปราการ ซึ่งขณะนั้นนายชนม์สวัสดิ์ จำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่ง นายกเทศบาลนครสมุทรปราการ ส่วนนางบารนี ดำรงตำแหน่งปลัดเทศบาลนครสมุทรปราการ โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.60 ชี้มูลความผิดทั้งสอง ว่าทำสัญญาจ้างกับบริษัทเอกชน เพื่อเก็บขน ขยะมูลฝอย ที่กำหนดระยะเวลาตามสัญญาจ้างเป็นเวลา 5 ปีติดต่อกัน โดยให้เข้าดำเนินการเป็นประจำทุกวันตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค.2546 และกำหนดวิธีการจ่ายเงินค่าจ้างเป็นรายเดือนๆ ละ 2,145,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 128,700,000 บาท

ซึ่งการกำหนดเช่นนั้น ถือว่าเป็นการก่อหนี้ผูกพันงบประมาณเกินกว่า 1 ปีงบประมาณโดยมิชอบตามระเบียบระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2541 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2543 ข้อ 38 เนื่องจากมิใช่เป็นโครงการประเภทที่ดินและสิ่งก่อสร้าง และมิได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ขณะที่นายชนม์สวัสดิ์ และนางบารนี ชี้แจงว่าเทศบาลนครสมุทรปราการ สามารถก่อหนี้ผูกพันเกินกว่า 1 ปีงบประมาณได้ในทุกหมวดรายจ่ายและทุกโครงการ ตามนัยข้อ 38 วรรคแรก ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีการงบประมาณฯ และเทศบาลนครสมุทรปราการได้ดำเนินการเป็นไปตามระเบียบกฎหมายครบถ้วนทุกประการแล้ว

ทั้งนี้ชั้นพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตฯ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธต่อสู้คดี โดยทั้งสองได้ประกันตัวระหว่างการพิจารณา

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิเคราะห์พยานหลักฐานจากการไต่สวนพยานทั้งสองฝ่ายแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กับเทศบาลนครสมุทรปราการ ตีความการบังคับใช้ระเบียบแตกต่างกัน ซึ่งปัญหาดังกล่าวยังไม่มีการวินิจฉัยชี้ขาดจากผู้มีอำนาจตีความตามกฎหมาย ดังนั้นยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง จึงพิพากษายกฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานอัยการฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 โจทก์ที่ยื่นฟ้อง ยังไม่มีความคืบหน้าว่าจะพิจารณาประเด็นการยื่นอุทธรณ์คดีหรือไม่ อย่างไร

ภาพประกอบข่าวจากแฟ้มภาพ 

ข่าวอื่นๆ