ดีเอสไอสรุป2สำนวน "วิคตอเรีย ซีเครท" ส่งอัยการสิ้นมี.ค.นี้

  • วันที่ 14 มี.ค. 2561 เวลา 16:01 น.
  • | เปิดอ่าน 277
Share on Google+
LINE it!

ดีเอสไอสรุป2สำนวน "วิคตอเรีย ซีเครท" ส่งอัยการสิ้นมี.ค.นี้

คืบหน้าคดี "วิคตอเรีย ซีเครท"! ดีเอสไอเตรียมสรุป 2 สำนวนส่งอัยการสิ้นมี.ค.นี้ รับมีหญิงสาวไม่ให้เป็นประโยชน์ต่อการสอบสวน หวั่นทุบหม้อข้าวตัวเอง

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยถึงการสอบสวนคดีค้ามนุษย์วิคตอเรียซีเครท ว่า ได้รับรายงานจากพ.ต.ท.สุภัทธ์ ธรรมธนารักษ์ ผอ.กองคดีต่อต้านการค้ามนุษย์ ภายหลังการสอบปากคำพยาน ตรวจสอบหลักฐานและเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องหลังรับโอนคดีจากสน.วังทองหลางว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างประชุมร่วมกับพนักงานอัยการเพื่อสรุปสำนวนการสอบสวนก่อนที่จะครบกำหนดฝากขังผู้ต้องหา 84 วัน

ในส่วนของดีเอสไอมีกำหนดส่งสำนวนให้อัยการก่อนสิ้นเดือนมี.ค.นี้ โดยจะแยกเป็น 2 สำนวนคดี คดีนำเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีมาค้าประเวณีตามหมายจับเดิมที่มีนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ อายุ 61 ปี เจ้าของสถานบริการอาบอบนวดวิคตอเรียซีเครท และนายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ อมรรัตนสิริ อายุ 55 ปี หัวหน้าเชียร์แขก กับพวกรวม 7 รายเป็นผู้ต้องหา ส่วนคดีที่ 2 เป็นความผิดที่เกิดขึ้นขณะนำกำลังเข้าตรวจค้นจับกุมในวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีนายกำพล และนายศรัทธาธรรม แจ้งฉาย อายุ 67 ปี กับพวกรวม 6 รายเป็นผู้ต้องหา

ขณะที่ พ.ต.ท.สุภัทธ์ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนเตรียมสรุปสำนวนคดีค้ามนุษย์วิคตอเรียซีเครท 2 สำนวนส่งให้อัยการก่อนสิ้นเดือนมี.ค.นี้ เพื่อให้อัยการมีเวลาพิจารณาเนื่องจากคดีจะครบกำหนดฝากขังผู้ต้องหาครั้งสุดท้ายในวันที่ 5 เม.ย.นี้ซึ่งจำเป็นต้องฟ้องให้ทันภายในกำหนดโดยสำนวนแรกดีเอสไอมีความเห็นดำเนินคดีร่วมกันค้ามนุษย์โดยการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณีโดยเป็นธุระจัดหาซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจาก หรือส่งไปยังที่ใด, หน่วงเหนี่ยวกักขัง , ร่วมกันเป็นเจ้าของกิจการค้าประเวณี ,รู้เห็นการมาของคนต่างด้าวโดยผิดกฏหมาย,ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติกับผู้ต้องหา 7รายแรกตามหมายจับเดิม และสำนวนที่ 2 ดำเนินคดีข้อหาเป็นธุระจัดหาให้มีการค้าประเวณีและพ.ร.บ.คนเข้าเมืองพ.ศ.2522 กับผู้ต้องหาอีก 6 ราย

ขณะที่ยังมีผู้ต้องหาบางรายซึ่งเป็นกลุ่มเอเย่นต์นำเด็กและนำผู้หญิงจากประเทศต้นทางเข้ามาขายบริการจะถูกดำเนินคดีอาญาเพิ่มเติมโดยการสอบสวนพบกลุ่มเอเย่นต์กับนายกำพลมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันดังนั้น ผู้ประกอบการจะปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่รู้เห็นกับการสั่งเด็กและหญิงต่างด้าวเข้ามาทำงานบริการ

นอกจากนี้ ยังพบหลักฐานการลงบัญชีหักค่าตัวเด็กจ่ายให้กับสถานประกอบการ,คนเชียร์แขก และเอเย่นต์ อาทิ ค่าบริการ 2 พันบาทเด็กจะต้องหักส่วนต่างครึ่งหนึ่งให้สถานประกอบการส่วนที่เหลือยังถูกหักเป็นค่าแต่งหน้าค่าตรวจร่างกายและเงินปันส่วนให้กับเอเยนต์

ผอ.กองคดีต่อต้านการค้ามนุษย์ ยอมรับว่ามีหญิงสาวไม่ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนเนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการทุบหม้อข้าวตัวเองเพราะคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ทราบว่าเข้ามาประกอบอาชีพอะไรและสมัครใจเดินทางเข้ามาทำงานเองแต่กรณีที่เป็นเด็กถือเป็นการกระทำผิดกฎหมายที่รุนแรงและเข้าข่ายการค้ามนุษย์ ส่วนคดีฟอกเงินพนักงานสอบสวนกำลังพิจารณาและตรวจสอบว่าเงินของนายกำพลกระจายไปที่ใดบ้างเพื่อเรียกให้ผู้รับเงินเข้าชี้แจงธุรกรรมการเงิน โดยคดีฟอกเงินจะเห็นความชัดเจนภายหลังการสรุปสำนวนสั่งฟ้องคดีค้ามนุษย์และค้าประเวณีซึ่งเป็นสำนวนความผิดหลัก

ทั้งนี้จากการดำเนินคดีค้ามนุษย์กับสถานบริการนาตาลีต่อเนื่องมาถึงสถานอาบอบนวดวิคตอเรียทำให้สถานการณ์ค้ามนุษย์ในประเทศไทยเบาบางลง ผู้ค้าระมัดระวังตัวมากขึ้น ส่วนการค้ามนุษย์จะเปลี่ยนไปจากการค้าผ่านสถานอาบอบนวดไปเป็นการการขายแบบอิสระผ่านช่องทางออนไลน์หรือลักลอบขายในสปาโดยผู้ขายประเวณีจะเจรจาตกลงกันเองกับลูกค้าที่มีความพึงพอใจโดยไม่ผ่านตัวกลางเอเย่นต์ หรือสถานประกอบการ

Share on Google+
LINE it!