รองโฆษกแจง "ผบ.ตร."ไปเกาหลีใต้ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการโอลิมปิก

วันที่ 19 ก.พ. 2561 เวลา 22:05 น.
รองโฆษกแจง "ผบ.ตร."ไปเกาหลีใต้ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการโอลิมปิก
รองโฆษกตำรวจ แจง "ผบ.ตร." บินเกาหลีใต้ ในฐานะที่ปรึกษากรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ขณะที่ "บิ๊กโจ๊ก" ไม่ได้ร่วมทริปด้วย

เมื่อวันที่ 19 ก.พ. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตำรวจ เปิดเผยว่า ตามที่เพจเฟซบุ๊ก CSI LA ได้เผยแพร่ข้อความเกี่ยวกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา ผบ.ตร. โดยตั้งข้อสังเกตว่าได้เดินทางไปประเทศเกาหลีใต้พร้อมกับ พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยนั้น ขอชี้แจงว่า การเผยแพร่เป็นในลักษณะบิดเบือนสร้างความสับสนให้กับสังคม โดยข้อเท็จจริงคือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ มีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ด้วยอีกตำแหน่งหนึ่ง จึงได้เดินทางไปให้กำลังใจนักกีฬาทีมชาติไทย ที่อยู่ระหว่างการแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ฤดูหนาว ครั้งที่ 23 ที่เมืองพยองชางประเทศเกาหลี เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา

โดยการเดินทางดังกล่าวร่วมคณะไปกับ พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ใช้งบประมาณของโอลิมปิกสากล โดยไม่ได้ใช้งบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่อย่างใด 

นอกจากนี้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ไม่ได้ร่วมเดินทางไปด้วยในครั้งนี้ ยังคงอยู่ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ การเดินทางไปยังใช้เวลาในช่วงวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ เป็นระยะเวลาสั้น เพียงหนึ่งคืน ไม่เสียเวลาราชการแต่อย่างใด และไม่ได้เป็นการเดินทางไปเที่ยวหรือพักผ่อนหรือผลาญงบประมาณตามที่ปรากฏในเพจดังกล่าวแต่อย่างใด

รอง โฆษก ตร.กล่าวว่า การเดินทางไปครั้งนี้ในฐานะที่เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งระเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อให้กำลังใจนักกีฬาไทย ที่ได้สิทธิเข้าร่วมแข่งขันในมหกรรมกีฬาระดับโลก คือนักเล่นสกีจำนวน 4 คน ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญในการให้กำลังใจและสนับสนุนผู้ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในฐานะที่เป็นคนไทยด้วยกันควรจะร่วมยินดีกับนักกีฬาตัวแทนประเทศไทยในครั้งนี้

นอกจากการให้กำลังใจนักกีฬาในครัังนี้แล้ว ผบ.ตร. ยังถือโอกาสศึกษาการรักษาความปลอดภัยการจัดการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้ซึ่งใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศเกาหลีจากหลายภาคส่วน ซึ่งถือได้ว่าเป็นประสบการณ์อันดีที่จะได้นำรูปแบบการรักษาความปลอดภัยและการคัดกรองบุคคลและยานพาหนะมาปรับใช้กับประเทศไทยในอนาคต

นอกจากนี้ยังได้แนวคิดในการติดตั้งอุปกรณ์การปฐมพยาบาลเบื้องต้นในจุดสำคัญๆ ต่างๆ เช่น สถานีรถโดยสาร สถานีรถไฟฟ้า สนามบิน และสถานที่ๆมีประชาชนเข้าไปใช้บริการจำนวนมาก เพื่อนำแนวคิดมาปรับใช้ และยกระดับมาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัยของไทย  ในการจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับโลก                      

รองโฆษก ตร. กล่าวต่อว่า การลงข้อความที่มีลักษณะบิดเบือนในลักษณะนี้ไม่ทราบว่าทางเพจมีเจตนาแอบแฝงอะไร ต้องการสร้างความสับสน ความแตกแยก หรือความเกลียดชัง เพื่อก่อให้เกิดการแตกความสามัคคีในสังคมหรืออย่างไร อยากให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนในวงการกีฬาร่วมกันร่วมกันประนามการกระทำดังกล่าว ที่มีลักษณะไม่สร้างสรรค์ ต่อสังคม และขอตั้งข้อสังเกตว่ามีเจตนาอะไรในการลงข้อความที่บิดเบือนในลักษณะนี้ ขณะนี้กำลังให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานใดหรือไม่ เพื่อจะดำเนินการทางกฎหมายในทุกมิติต่อไป