"เซนต์คาเบรียล"โกลาหล ประท้วงงานบริหาร-ผอ.ขอยุติหน้าที่

วันที่ 19 ก.พ. 2561 เวลา 15:47 น.
"เซนต์คาเบรียล"โกลาหล ประท้วงงานบริหาร-ผอ.ขอยุติหน้าที่
ย้อนเหตุการณ์กว่า 6 ชั่วโมงในวันที่ 19 ก.พ.61 เมื่อกลุ่มครู ผู้ปกครอง นักเรียน ประท้วงการบริหารงานของ "ผู้อำนวยการ" จนนำไปสู่การประกาศยุติปฏิบัติหน้าที่

***************************** 

โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

โรงเรียนเอกชนขนาดใหญ่ย่านสามเสน กรุงเทพมหานคร อย่างโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ประวัติศาสตร์กว่า 98 ปีถูกเขย่าให้สั่นคลอนเมื่อเช้าวันที่ 19 ก.พ.2561 เมื่อกลุ่มผู้ปกครอง ศิษย์เก่า คณะครูอาจารย์ และนักเรียนเหยียบพันชีวิต ปักหลักชุมนุมประท้วง ภารดา วินัย วิริยวิทยาวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ใจกลางสนามฟุตบอล ด้วยข้อเรียกร้องถึงการบริหารงานที่ไม่ยุติธรรม ทำให้โรงเรียนตกต่ำ ใช้งบประมาณที่เป็นเงินบริจาคของผู้ปกครองอย่างไม่เหมาะสม และที่สำคัญคือปัญหาด้านโภชนาการที่ถูกร้องเรียนว่าด้อยคุณภาพ และปริมาณไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของเด็กนักเรียน หลังการเข้ามาของนักวิชาการด้านโภชนาการท่านหนึ่งซึ่งถูกระบุว่าถูกแต่งตั้งขึ้นมาอย่างพิเศษ

ข้อเรียกร้องดังกล่าวกลุ่มผู้ปกครองขอให้ภารดาวินัย ชี้แจงภายใน 7 วันเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมกับขอให้พักงานกับนักวิชาการด้านโภชนาการ ท่านนั้น

ปัญหาการชุมนุมเริ่มลุกลามบานปลายในช่วงสาย เมื่อกลุ่มผู้ปกครองจำนวนหนึ่งเห็น ภารดาวินัย ที่ได้เดินลงมาจากสำนักงานที่ตึกอำนวยการ โดยคาดว่าเพื่อมาสังเกตุการณ์ เมื่อเป็นเช่นนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมต่างก็กรูกันเข้ามาประชิด พร้อมทั้งตะโกนขับไล่ให้ออกไปจากตำแหน่ง และขอคำชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้น กระทั่งภารดาวินัย ต้องรีบกลับเข้าไปในสำนักงาน ขณะที่ตัวแทนได้ออกมาชี้แจงว่า ภารดาวินัยพร้อมจะตอบทุกคำถาม แต่ขอให้กิจกรรมประท้วงนี้เสร็จสิ้นไปก่อน

การชุมนุมยังคงดำเนินต่อไป กระทั่งการลุกฮือของผู้ปกครอง ศิษย์เก่า นักเรียน ต่างกรูกันขึ้นไปยังห้องประชุมตึกอำนวยการ เพื่อเข้าพบภารดาวินัย และขอคำชี้แจง ขณะที่บรรยากาศยังคงตรึงเครียดและโกลาหลเล็กน้อย เมื่อกลุ่มผู้ประท้วงเข้าไปในห้องประชุมและเพิ่มข้อเรียกร้องให้ชี้แจงทุกคำถามทันที พร้อมทั้งให้ภารดาวินัย “พิจารณาตัวเองด้วยการออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ทันที”

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสน.สามเสนเข้ามาสังเกตุการณ์การประท้วงราว 15 นายทั้งในและนอกเครื่องแบบ ขณะที่เสียงตะโกนด่าไปยังภารดาวินัยยังคงอื้ออึง บ้างก็ว่าให้ออกไปทันที และเห็นแก่ความสุขสบาย นั่งในห้องแอร์ปล่อยให้นักเรียนรอคำตอบตากแดดประท้วง แต่ก็ไม่มีเสียงชี้แจงสวนกลับมาจากปากของภารดาวินัย จะมีเพียงแต่รอยยิ้มตอบกลับทุกคำด่า และการแสดงออกเช่นนี้ก็ยิ่งสร้างความขัดข้องใจให้กับผู้ประท้วง

กระทั่งผ่านพ้นด้วยการพูดคุยและยื่นข้อเสนอให้ลาออก และให้ชี้แจงถึงปัญหา พร้อมกับการที่ผู้ปกครองก็ขอดูการเบิกจ่ายงบประมาณในปี 2559-2560 ภารดาวินัย ก็ยอมเปิดปากท่ามกลางเสียงโห่ร้องของกลุ่มผู้ประท้วง โดยระบถึงความรู้สึกว่าเสียใจที่เกิดเหตุการณ์ประท้วงขึ้นมา และพร้อมจะชี้แจงตามกรอบเวลาที่กลุ่มผู้ประท้วงต้องการ รวมถึงเป็นไปไม่ได้ที่หนังสือร้องเรียนที่ระบุอ้างว่าส่งมาถึงหลายครั้งแล้ว เพราะไม่เคยเห็นแม้แต่หนังสือฉบับเดียว

“ทุกท่านกำลังไล่ผมอยู่ แต่ก็เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น อย่าลืมนะว่ายังมีอีกบางส่วนที่ยังอยากให้ผมทำงานต่อ พวกท่านคิดว่าเป็นไปไม่ได้หรือ ผมจึงต้องการสิ่งที่จะมาพิสูจน์เรื่องนี้” ภารดาวินัย พูดขึ้นและตามมาด้วยเสียงโห่ร้องที่สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ประท้วง พร้อมตะโกนขับไล่อย่างต่อเนื่อง

 

 

ดุละดิลก ดุละลัมพะ นายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ที่ขนาบข้างภารดาวินัย ขึ้นกล่าวกับผู้ประท้วงว่า ข้อเรียกร้องต่างๆ ถือว่ามีน้ำหนักและสมเหตุสมผล ผมเองจะขอให้ความรู้จักส่วนตัวกับภารดาวินัยให้ตอบคำถามและชี้แจงอย่างละเอียดภายใน 7 วัน แต่การให้พิจารณาตัวเองออกจากตำแหน่งนั้น คงเป็นไปไม่ได้ เพราะการแต่งตั้งและการให้ออก จะต้องขึ้นอยุ่กับคณะกรรมการมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย

เพียงเท่านั้นก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ในห้องประชุมดีขึ้น ยังแต่มีเสียงโห่ร้องตะโกนออกมา พร้อมกับเรียกร้องให้ภารดาวินัยถอดชุดคลุมสีขาวตามหลักคริสตศาสนิกชนออก และให้เก็บกระเป๋าเก็บของออกจากโรงเรียนไป

ต่อมาเมื่อสถานการณ์เริ่มจะลุกลาม ตัวแทนผู้ปกครองที่ประท้วง และคณะผู้บริหารจึงขอพูดคุยเป็นการภายใน ก่อนที่จะลงไปพูดคุยกับนักเรียนกลุ่มใหญ่ที่ยังคงปักหลักชุมนุมที่สนามฟุตบอลตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา

หลังจากพูดคุยได้ข้อตกลง ก็ถึงเวลาที่ภารดาวินัย ตัดสินใจลงมาชี้แจงกับคณะนักเรียน ครู และผู้ปกครองที่ลานข้างสนามฟุตบอล โดยมีกำลังตำรวจ 15 นายดูแลความเรียบร้อย เสียงแรกจากผอ.โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ถูกถ่ายทอดผ่านไมโครโฟนไปยังกลุ่มผู้ประท้วง “ผมขอพูดและขออย่าให้แทรกขึ้นมา หรือตะโกนออกมา” เพียงเท่านี้ก็เหมือนจะจุดไฟลุกโชนให้กับผู้ประท้วง เพราะต่างตะโกนสวนภารดาวินัยทันที และหลาคนสบถด้วยคำหยาบคาย ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน ผู้ปกครอง หรือศิษย์เก่าก็ตาม แต่ดูเหมือนคำด่าถากถางต่างๆ จะไม่ได้ระคายภารดาวินัย เจ้าตัวยังคงยิ้มท้าทายอย่างออกรส ก่อนตัดสินใจพูดอีกครั้งว่า

“ข้อเรียกร้อง 2 ประการคือให้ตรวจสอบการบริหารต่างๆ ของผม และอีกข้อคือให้ผมยุติบทบาทการทำหน้าที่ผอ.เพราะหวั่นว่าจะกระทบต่อการตรวจสอบข้อเท็จจริง ผมยินดีจะทำตามทั้ง 2 ข้อเรียกร้อง และหลังจากนี้จะทำหนังสือไปยังคณะกรรมการมูลนิธิเซนต์คาเบรียลเพื่อขอยุติการทำหน้าที่ชั่วคราว และจะได้ส่งคนเข้ามารักษาการณ์แทน” ภารดาวินัย ยืนยันกับผู้ประท้วง

แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ท้าทายกับกลุ่มผู้ประท้วงไม่น้อย เมื่อภารดาวินัยบอกว่า บุคคลากรทั้งนักเรียน ครู เจ้าหน้าที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียลมีอยุ่กว่า 5,000 คน ขณะที่ผู้มาประท้วงให้ผมลาออกมากันเพียงแค่ 10 % ดังนั้น หากมีคนที่สนับสนุนผมอยู่ กลุ่มผู้ประท้วงจะทำเช่นไร

 

“ตลอดเวลากว่า 4 ปีที่ทำหน้าที่ ผมทำงานอย่างดีที่สุดมาตลอด ให้ใจมาตลอด และเสียสละทุกอย่าง ถึงใครจะไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร แต่ผมก็มีสิทธิ์ที่จะไม่เชื่อในข้อเรียกร้องของพวกคุณด้วยเช่นกัน และหากบุคคลากรอื่นๆ อีก 90% สนับสนุนผม พวกคุณจะทำอย่างไร แต่เอาเถอะ ผมยินดีจะหยุดการทำงานไว้ก่อนเพื่อให้คณะตรวจสอบการบริหารทำงานได้อย่างสะดวก”

เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีจากผู้ประท้วงดังกึกก้องทันที หลังได้รับคำยืนยันจากภารดาวินัยว่าจะรับปฏิบัติทุกข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม โดยเฉพาะการขอให้ยุติบทบาทการทำหน้าที่ผอ.โรงเรียน

และท้ายสุด ตัวแทนผู้ปกครองกล่าวกับผู้ประท้วงว่า ถือว่าผลการชุมนุมของเราเป็นที่น่าพอใจ ส่วนการตรวจสอบจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ก็ต้องมารอดูผลอีกที

เป็นอันว่าการชุมนุมของกลุ่มนักเรียนโรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนดังใจกลางกรุงเทพฯ ก็ยุติลงหลังผ่านพ้นการกดดันภารดาวินัย ผอ.โรงเรียนไปกว่า 6 ชั่วโมง