รวบแก๊งค์ตุ๋นเหยือโอนเงินเข้าบัญชี

วันที่ 07 ต.ค. 2553 เวลา 20:45 น.
ตำรวจเมืองปากน้ำรวบแก๊งค์หลอกเหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมของกลางคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คและบัตรเอทีเอ็มหลายธนาคาร

พล.ต.ต.ชิษณุพงศ์ ยุกตะทัต  ผบก.ภ.จว.สป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภวัต พรหมมะกฤต รองผบก.ภ.จว.สป. นายอิทธิพล  บุญอารีย์  ผอ.ฝรภ.ทสภ. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ราชาเทวะและเจ้าหน้าที่ตำรวจตม. แถลงผลการจับกุม น.ส.คนธนันท์ บิลพัฒน์ (อะเดไซด์)  อายุ 33 ปี ผู้ต้องหา ที่ฉ้อโกงทรัพย์ ด้วยการหลอกหลวงให้โอนเงินเข้าบัญชี พร้อมของกลาง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ยี่ห้อเอสพี รุ่นพาวีเรียลดีเอ็ม จำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือหลายยี่ห้อ จำนวน 4 เครื่อง บัตรเอทีเอ็มหลายธนาคาร จำนวน 7 ใบ และบัตรสมาชิกส่วนลดในการซื้อสินค้า จำนวน 1 ใบโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้ขณะที่ผู้ต้องหากำลังเดินทางเข้าประเทศไทย ณ อาคารผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 53 

พล.ต.ต.ชิษณุพงศ์  กล่าวว่า คดีนี้ถือว่าเป็นรูปแบบใหม่ของการหลอกให้เหยื่อหรือผู้เสียหายโอนเงินให้ โดยแก๊งค์นี้จะหลอกว่าเป็นชายชาวต่างประเทศฐานะดี มีความประสงค์จะเข้าร่วมธุรกิจหรือแต่งงานกับหญิงไทย โดยการแชทผ่านอินเตอร์เน็ท  จากนั้นจะโทรศัพท์มาหลอกว่า ขณะนี้ได้เดินทางเข้ามาที่ประเทศไทยแล้วพร้อมเงินจำนวนมาก แต่ถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรจับตัวไว้ ต้องจ่ายค่าปรับก่อนและขอให้โอนเงินค่าปรับเข้าบัญชี นางสาว อมรรัตน์ ผลอินทร์ หมายเลขบัญชี 223-2-12054-7 , บัญชีนางสาววไลพร พงประยูร หมายเลขบัญชี  396-202231-6 และบัญชี นางสาวสุภาพร สุทธิมาศ หมายเลขบัญชี 210-2-10281-5 และก็จะจ้างคนไทยอีกกลุ่มหนึ่งให้คอยกดเงินออกจากบัญชีและโอนเงินเข้าอีกบัญชีหนึ่งพร้อมทั้งให้ค่าจ้าง ซึ่งที่ผ่านมาได้มีผู้เสียหายหลายรายเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ราชาเทวะจำนวนมาก

ทั้งนี้ จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การว่ามีอาชีพเป็นสาวบริการ รู้จักกับ นายปริ๊นซ์ ไม่ทราบนามสกุล สัญชาติแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นลูกค้า อยู่ประเทศมาเลเซีย โดย นายปริ๊นซ์ บอกว่า อยากให้ช่วยกดเงินจากเอทีเอ็มให้และโอนเงินเข้าบัญชีตามที่ระบุให้ โดยมีค่าจ้างให้ครั้งละ 1,000 – 1,500 บาท ซึ่งเห็นว่าเป็นงานสบายจึงรับทำให้ โดยไม่รู้ว่าเงินที่ให้กดนั้นเป็นเงินมาจากไหน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่เชื่อในคำให้การของผู้ต้องหา  จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสภ.ราชาเทวะ เพื่อสืบหาเพื่อนร่วมแก๊งค์นำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป