คุกตลอดชีวิต "เล่าต๋า" ราชายาเสพติด ลูกชาย-สมุนคนสนิทเจอโทษประหาร!

วันที่ 13 ธ.ค. 2560 เวลา 13:24 น.
คุกตลอดชีวิต "เล่าต๋า" ราชายาเสพติด ลูกชาย-สมุนคนสนิทเจอโทษประหาร!
ศาลพิพากษาตจำคุกตลอดชีวิต "เล่าต๋า" พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ ขณะที่บุตรชาย-ลูกน้องคนสนิทถูกพิพากษาประหารชีวิต

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ได้นัดฟังคำพิพากษาในดคีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายเล่าต๋า แสนลี่ อายุ 77 ปี นักค้ายาเสพติดรายใหญ่ พร้อมพวก รวม 5 คนในความผิดฐาน ร่วมกันสมคบและร่วมกันจำหน่าย ยาไอซ์ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต , และ ข้อหา ความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน ฯ พ.ศ.2490 หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด บุกจับกุมในระหว่างส่งขายยาไอซ์ 20 กิโลกรัม ในปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2559

ศาลพิเคราะห์เห็นว่า นายเล่าต๋า จำเลย ที่ 1 ถูกฟ้องสองคดี คือจำหน่ายยาไอซ์ 1 กิโลกรัม และจำหน่ายยาไอซ์ 20 กิโลกรัม จำเลยให้การรับสารภาพทั้งสองคดี ศาลตัดสินโทษประหารชีวิต แต่จำเลยรับสารภาพจึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ปรับ 2.5ล้านบาท

ขณะที่ ภรรยานายเล่าต๋า จำเลยที่สอง ถูกฟ้องสองคดี คือจำหน่ายยาไอซ์ ศาลลงโทษจำคุกตลอดชีวิต จำเลยสารภาพ ลดโทษเหลือจำคุก 25 ปี ปรับ 2.5 ล้านบาท

จำเลยที่สาม ถูกฟ้องในคดีเดียวกันและให้การปฏิเสธนำสืบว่า เป็นนายหน้าขายปุ๋ยไม่รู้เรื่องยาไอซ์ แต่โจทก์นำสืบให้ศาลเห็นว่า จำเลยเป็นนายหน้า และได้ส่วนแบ่งในการหาลูกค้าจริง ศาลจึงลงโทษจำคุกตลอดชีวิต

ขณะที่ จำเลย ที่สี่ อดีตกำนันบุตรชาย นายเล่าต๋า ถูกฟ้องในคดีจำหน่ายยาไอซ์ 20 กิโลกรัม และครอบครองอาวุธปืน ศาลได้เพิ่มโทษสามเท่าเนื่องจากเป็นข้าราชการ แม้จำเลยให้การปฏิเสธแต่โจทก์นำสืบได้ชัดเจนว่า จำเลยมีพฤติกรรมรู้เห็นและเป็นผู้ดูแลความปลอดภัยให้นายเล่าต๋า ในวันส่งมอบยาไอซ์ 20 กิโลกรัมจริง ศาลลงโทษ ประหารชีวิต ส่วนครอบครองอาวุธปืน รับสารภาพ ลงโทษปรับ 1,000 บาท

จำเลยที่ห้า ถูกฟ้องคดีจำหน่ายยาไอซ์ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธมาโดยตลอด ศาลพิจารณาพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า กระทำผิดจริง จึงลงโทษประหารชีวิต สถานเดียว

อย่างไรก็ตามในการรับฟังคำตัดสินวันนี้ ไม่มีทนายความของจำเลยมาร่วมรับฟังด้วย ศาลจึงให้คำแนะนำจำเลยทั้งห้า ว่า หากต้องการยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดี ให้ยื่นภายใน 13 ม.ค.นี้ โดยหลังฟังคำพิพากษาจำเลยทั้งหมดแสดงความประสงค์ขออุทธรณ์คำพิพากษา จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวจำเลยไปควบคุมต่อที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลางต่อไป