ชัดๆจากทนาย! ครอบครอง"บุหรี่ไฟฟ้า"มีความผิดอย่างไร

วันที่ 11 ธ.ค. 2560 เวลา 11:47 น.
ชัดๆจากทนาย! ครอบครอง"บุหรี่ไฟฟ้า"มีความผิดอย่างไร
ทนายเกิดผล แก้วเกิด ไขคำตอบ การครอบครอง "บุหรี่ไฟฟ้า" มีความผิดอย่างไรตามกฎหมาย  

นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ จากสำนักกฎหมายเกิดผล แก้วเกิด ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับความผิดตามข้อกฎหมายกรณีการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้

บุหรี่ไฟฟ้า เป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาญาจักร ตามประกาศ ของ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2557

เมื่อมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว กฎหมายจึงหมายถึงว่า คนไทยทุกคน ตั้งแต่คลอด แล้วอยู่รอดเป็นทารก และสิ้นสุดลงเมื่อตาย ต้องรู้ว่า กฎหมายห้ามนำเข้า

เมื่อกฎหมายห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร จึงต้อง เกี่ยวเนื่องกับกฎหมายศุลกากร ที่บัญญัติว่า

มาตรา ๒๔๔ ผู้ใดนำของที่ผ่านหรือกำลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร หรือส่งของดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจักร หรือนำของเข้าเพื่อการผ่านแดนหรือการถ่ายลำโดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือ #ข้อห้ามอันเกี่ยวกับของนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลอาจสั่งริบของนั้นก็ได้ ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่

ผู้ใดพยายามกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน

ส่วนคนที่ สูบ หรือ มีไว้ครอบครองเพื่อสูบ แม้มิใช่คนนำเข้า กฎหมาย ก็บังคับว่า ท่านต้องรู้ว่า ห้ามนำเข้า และการนำเข้าผิดกฎหมาย (แม้ความจริง ท่านจะไม่รู้อะไรเลยก็ตาม)

เมื่อสิ่งผิดกฎหมายอยู่ในการครอบครองของท่าน กฎหมายจึงบัญญัติว่า ...ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา ๒๔๒

แปลว่า #รับไว้โดยประการใดๆซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา ๒๔๒ ก็เป็นความผิด

ส่วนจะแก้ตัวว่าไม่รู้ ก็คงฟังไม่ขึ้น เพราะกฎหมายปิดปาก เนื่องจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ..

พรบ.ศุลการกร จึงบัญญัติว่า มาตรา ๒๔๖ ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา ๒๔๒ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วหรือทั้งจำทั้งปรับ

การกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง หากเป็นการกระทำโดยรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา ๒๔๓ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับเป็นเงินตั้งแต่ครึ่งเท่าแต่ไม่เกินสี่เท่าของค่าอากรที่ต้องเสียเพิ่ม หรือทั้งจำทั้งปรับ

#การกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง หากเป็นการกระทำโดยรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา ๒๔๔ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

ที่มา