จี้นายกฯใช้ยาแรงแก้ปัญหาสลากแพง แฉส่วนใหญ่ขายใบละ130บาท

วันที่ 14 พ.ย. 2560 เวลา 12:14 น.
จี้นายกฯใช้ยาแรงแก้ปัญหาสลากแพง แฉส่วนใหญ่ขายใบละ130บาท
เครือข่ายฯปฏิรูปสลาก บุกทำเนียบฯเรียกร้องนายกฯ ใช้ยาแรงแก้ปัญหาสลากแพง แฉสำรวจพบ89.9%ขายเกินราคา เฉลี่ยใบละ130บาท รวมชุดตกใบละ167บาท

เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายราเมศร ศรีทับทิม  ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนปฏิรูปสลากฯ พร้อมด้วย นายณัฐพงศ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน นำกลุ่มนักเรียน นักศึกษาจากหลายสถาบัน กว่า30คน เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อให้รัฐบาลออกมาตรการที่เด็ดขาดในการแก้ปัญหาสลากแพง ภายหลังผลสำรวจ พบว่า มีผู้ค้าขายสลากเกินราคาที่กฎหมายกำหนดจำนวนมาก ทั้งนี้กลุ่มเยาวชนได้แสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ "แพะรับบาป" เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงต้นตอปัญหาของสลากแพง

นายราเมศร ศรีทับทิม ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนปฏิรูปสลากฯ กล่าวว่า จากกรณีการจับกุมกลุ่มพ่อค้า แม่ค้าที่จำหน่ายสลากฯเกินราคา กว่า60ราย บางรายยอมรับว่า รับสลากมาในราคาสูงกว่า80บาทจริง ซึ่งรับมาเป็นเล่มในราคาเฉลี่ยใบละ82-85 บาท แล้วแต่จังหวะงวดนั้นๆจึงจำเป็นต้องขายใบละ90-100 บาท นอกจากนี้ เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน และเครือข่ายประชาชนปฏิรูปสลาก ยังได้ลงพื้นที่สำรวจการขายสลากในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ระหว่างวันที่4–12พ.ย.ใน 28 พื้นที่ ได้แก่ สี่แยกคอกวัว ตลาดมีนบุรี ตลาดบางใหญ่ ตลาดรังสิต ตลาดนัดสวนจตุจักร ปากเกร็ด นนทบุรี บางกะปิ บางนา ปิ่นเกล้า เป็นต้น พบ ผู้ขายสลากทั้งหมด328ราย มีทั้งเร่ขายและแผงประจำ โดยพบว่ามีการขายเกินราคาจำนวน 295 ราย คิดเป็น 89.9%จากจำนวนทั้งหมด และยังพบสลากใบเดี่ยวราคาแพงสุดอยู่ที่ใบละ130บาท

ส่วนการรวมชุดแพงสุด คือ ชุด15 ใบ ราคา2,500บาท เฉลี่ยราคาใบละ167บาท สลากที่ขายเกินราคาส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบการรวมชุด เกือบทุกร้านมีป้ายราคาขาย80บาท แต่ขายจริงกลับขายเกินราคาทั้งเร่ขายและแผงประจำ

"จากการลงพื้นที่และพูดคุยกับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าสลาก พบว่า สาเหตุของการขายสลากแพงนั้น บางรายอ้างว่าไม่ได้รับโควต้าการจองสลาก ไม่มีเงินคงเหลือในบัญชีมากพอตามหลักเกณฑ์ที่จะสามารถซื้อ หรือ จองสลากล่วงหน้าผ่านระบบธนาคาร จึงต้องรับสลากจากพ่อค้าคนกลาง ซึ่งมีทั้งสลากใบ และสลากรวมชุดในราคาที่แพงกว่ากฎหมายกำหนด บางรายอ้างว่ารับมาใบละ85บาท กลุ่มผู้ค้าสลากยังบอกด้วยว่าระยะเวลาในการขายมีน้อย อีกทั้งไม่มีการรับซื้อสลากคืน ผู้ขายต้องแบกรับภาระสลากที่ขายไม่หมดไว้เอง จึงต้องบวกราคาเพิ่มเพื่อถัวเฉลี่ยกับสลากที่ขายไม่ได้ ซึ่งเครือข่ายฯแปลกใจมากว่า สำนักงานสลากฯออกมาระบุไม่พบการขายสลากเกินราคานั้น อยากทราบว่า ไปสำรวจจุดไหน และเป็นไปได้อย่างไร"นายราเมศร กล่าว

นายณัฐพงศ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน กล่าวว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้น เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน และเครือข่ายประชาชนปฏิรูปสลาก ขอแสดงจุดยืนและมีข้อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปพิจารณา ดังนี้

1.เครือข่ายฯ ขอให้กำลังใจรัฐบาลในการเดินหน้าแก้ไขปัญหาสลากเกินราคา ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมายาวนาน และยังไม่มีรัฐบาลใดแก้ไขได้  ทั้งที่เป็นสินค้าของรัฐบาล ที่สำคัญปัญหานี้สะท้อนเรื่องการยอมรับค่านิยมการโกง หากปล่อยไว้จะเป็นเชื้อร้ายฝังรากลึกในสังคม ทำให้เด็กและเยาวชนยอมรับการโกงว่าเป็นเรื่องปกติซึ่งอันตรายยิ่ง

2.ขอให้พิจารณามาตรการขั้นสูงสุด แก้ปัญหาให้เบ็ดเสร็จ ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของรัฐบาล  ปิดทางพ่อค้าคนกลางและระบบที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มคนบางกลุ่มที่เป็นเสือนอนกิน เครือข่ายฯ เชื่อว่าผู้ค้ารายย่อยเป็นเพียงปลายทางของระบบที่ฉ้อฉล เป็นแพะรับบาป ท่ามกลางการกอบโกยของคนบางกลุ่มที่ทรงอิทธิพล

3.ขอเรียกร้องให้ใช้กลไกของภาครัฐในการรณรงค์ให้ประชาชนรักษาสิทธิของผู้บริโภค ไม่สนับสนุนสลากเกินราคาทุกรูปแบบ เพราะเท่ากับการสนับสนุนการโกง  ยอมรับการทุจริตคอรัปชั่น

4.เครือข่ายฯ ขอให้มีการกำหนดบทลงโทษกับกลุ่มคนกลาง พ่อค้าคนกลาง หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทำให้สลากแพงทั้งระบบ รวมถึงการกำหนดมาตรการอื่นๆในการแก้ปัญหาราคาสลากแพง ไว้ให้ชัดเจนในพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล  ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุง

บทความแนะนำ