ปปง. ร้องทุกข์ ปปป. เอาผิดคดีเงินทอนวัด ล็อต 2

วันที่ 01 พ.ย. 2560 เวลา 14:50 น.
ปปง. ร้องทุกข์ ปปป. เอาผิดคดีเงินทอนวัด ล็อต 2
ปปง. ร้องทุกข์ ปปป. เอาผิดคดีเงินทอนวัด ล็อต 2 แบ่งเป็น 4 คดีตามเครือข่าย

เมื่อวันที่ 1พ.ย. ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นายสุนทรา พลไตร ผอ.ส่วนข้อมูลคดีและมาตรการพิเศษทางกฎหมาย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พร้อม เจ้าหน้าที่ ปปง. เดินทางยื่นหนังสือต่อ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กับบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีทุจริตเงินทอนวัด ล็อต 2 จำนวน 19 ราย และประชุมความคืบหน้าคดี โดยมี พ.ต.อ.วรายุทธ สุขวัฒน์ พ.ต.อ.จักษ์ เพ็งสาธร พ.ต.อ.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รอง ผบก.ปปป. และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. เข้าร่วม

พล.ต.ต.กมล เปิดเผยหลังการประชุมว่า วันนี้ได้ข้อสรุปหลังหารือร่วมกับ ปปง. โดยล็อต 2 มีผู้กระทำผิด 19 ราย แบ่งออกเป็น 4 คดี 1.คดีทุจริต 12 วัด ผู้กระทำผิด 3 ราย 2.คดีทุจริต 6 วัด ผู้กระทำผิด 8 ราย 3.คดีทุจริต 4 วัด ผู้กระทำผิด 8 ราย และ 4.คดีทุจริต 1 วัด ผู้กระทำผิด 5 ราย ซึ่งบางคนมีการกระทำความผิดซ้ำหลายคดี ซึ่งการแบ่งคดีดังกล่าวนั้นคดีที่ 1-3 เกี่ยวกับงบบูรณะปฏิสังขรณ์วัดและเผยแพร่ศาสนา ส่วนคดีที่ 4 เรื่องงบศึกษาพระปริยัติธรรม โดยทุกคดีทำเป็นเครือข่าย หลังจากนี้จะออกหมายเรียกผู้ต้องหาต่อไป ส่วนการยึดอายัดทรัพย์สินผู้กระทำผิดนั้นเป็นคดีทางแพ่ง ปปง. จะประชุมคณะกรรมการธุรกรรมเพื่อพิจารณาดำเนินการ

"สำหรับคดีทุจริตเงินทอนวัดล็อตแรก จำนวน 9 ราย บก.ปปป. ส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ดำเนินการ และได้มีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งบางรายเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาแล้วแต่บางส่วนยังขอเลื่อน ทั้งนี้ หากไม่มาจะดำเนินการออกหมายจับ ภายในสิ้นเดือน พ.ย.60 นอกจากนี้ คดีเงินทอนวัดล็อตสาม ทาง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จะเป็นหน่วยงานหลักและอยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการร่วมกันของ พศ. กับ บก.ปปป. เพื่อพิจารณาตรวจสอบงบประมาณตั้งแต่ปี 2550 ขึ้นมา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง" พล.ต.ต.กมล กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ต้องหาล็อตสอง จำนวน 19 ราย เป็นข้าราชการ 13 คน พระ 4 รูป และประชาชนอีก 2 คน ประกอบด้วย

1.พระครูวิสุทธิวัฒนกิจ (อุดม สุระกาพย์) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ

2.พระราชรัตนมุนี (บุญเทียม มุสุ หรือบุญเทียม ญานินโท) เลขานุการสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดพิชยญาติการาม เขตคลองสาน กรุงเทพฯ

3.พระเทพเสนาบดี (พระราชพุทธิวราภรณ์) เจ้าอาวาส วัดกวิศรารามราชวรวิหาร ต.ท่าหิน อ.เมือง จ.ลพบุรี และ เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี

4.พระครูกิตติพัชรคุณ เจ้าอาวาสวัดลาดแค ต.ลาดแค อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ และเจ้าคณะอำเภชนแดน ตกเป็นข่าวถูกประชาชนในพื้นที่เดินขบวนขับไล่อยู่ในขณะนี้

5.นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ.

6.นายณรงค์เดช ชัยเนตร ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) สิงห์บุรี

7.นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี นักวิชาการ พศ.

8.นายบุญเลิศ โสภา อดีต ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา เป็นผู้อำนวยการสำนักงาน พระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ลำปาง

9.นางพรเพ็ญ กิตติธรางกูร ผอ.กลุ่มการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญ พศ.

10.นายฉัตรชัย ชูเชื้อ ผอ.กองพุทธศาสนสถาน พศ.

11.นายพยงค์ สีเหลือง นายช่างโยธา ชำนาญงาน พศ.

12.นายวิโรจน์ อุ่นทรัพย์ ผู้ตรวจ ราชการ พศ.

13.นายแก้ว ชิดตะขบ ผอ.การสำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดสมุทรสงคราม

14.นายไพฑูรย์ กรรณโม (ไม่ทราบตำแหน่ง )

ส่วนผู้ต้องหาอีก 5 คน เคยตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินทอนวัดล็อตแรก และมีชื่อในล็อตที่สองด้วย คือ

15.นายนพรัตน์ เบญจวัฒนะ อดีต ผอ.พศ.(ปัจจุบันหนีไปต่างประเทศ)

16.นายวสวัสดิ์ กิตติธีระสิทธิ์ ผอ.ส่วนบูรณะพัฒนาวัดและการศาสนสงเคราะห์ พศ.

17.นางประนอม คงพิกุล รอง ผอ.พศ.

18.นางณัฐฐาวดี ตันตยาวิสาส นักวิชาการ พศ.

19.นายศิวโรจน์ ปิยรัตน์เสรี (ไม่ใช่ข้าราชการ)