นักศึกษาสาวรีวิวการฝังยาคุมกำเนิดฟรี รับผิดชอบต่อตัวเองและสังคม

วันที่ 29 ต.ค. 2560 เวลา 12:03 น.
นักศึกษาสาวรีวิวการฝังยาคุมกำเนิดฟรี รับผิดชอบต่อตัวเองและสังคม
นักศึกษาสาวรีวิวการฝังยาคุมกำเนิด พร้อมคำเเนะนำเเละวิธีปฏิบัติโดยละเอียด

เมื่อวันที่ 29 ต.ค. สังคมออนไลน์ให้ความสนใจเรื่องราวการคุมกำเนิดของหญิงสาวรายหนึ่ง โดยถูกเผยเเพร่โดยสมาชิกเว็บไซต์พันทิปชื่อ "minipsycho" เนื้อหาระบุว่า รีวิวการฝังยาคุมกำเนิดฟรี ฉบับนักศึกษา

หญิงสาวเล่าว่า เธอมีเพศสัมพันธ์กับแฟนเเละป้องกันทุกครั้งด้วยถุงยางอนามัย เคยมีครั้งหนึ่งถุงยางรั่ว ทำให้ต้องกินยาคุมฉุกเฉิน ซึ่งไม่อยากกินบ่อยๆ วันหนึ่งจึงเดินทางไปโรงพยาบาลจังหวัด โดยได้รับเเจ้งว่า อายุไม่เกิน 20 ปี ทำฟรี

"รอให้ประจำเดือนมา ต้องฝังในช่วงประจำเดือน 1-5 วันแรก เราไปฝังจริงๆช่วงเดือนตุลาคมค่ะ (เราครบ 20 ปี เดือนธันวาคม) ไปช่วงนอกเวลาประมาณ 4 โมงเย็น พยาบาลทุกคนน่ารัก ใจดีมากๆ ค่ะ  วัดความดัน ซักประวัติเสร็จ ก็เข้าพบหมอ"

หญิงสาวเล่าว่า เมื่อถูกคุณหมอถามรายละเอียดต่างๆ ให้ตอบตามตวามจริงไม่ต้องอาย เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยคุณหมอจะอธิบายอาการข้างเคียงของการฝังยา เช่น ประจำเดือนมาบ่อย ประจำเดือนไม่มา ตกขาว ฯลฯ หากใครถนัดซ้ายจะถูกฝังทางขวา ถนัดขวาจะฝังทางด้านซ้าย

"ตอนที่ฝัง เจ็บค่ะ เจ็บมากๆ  เจ็บตอนฉีดยาชา เจ็บกว่าฉีดยาชาถอนฟัน แล้วหลังจากนั้นก็ไม่รู้สึกอะไรเลย"

เธอบอกว่า หลังจากฝังเสร็จ พยาบาลให้คำแนะนำ แผลห้ามโดนน้ำ 3-4 วัน  จะมีรอยช้ำบริเวณที่ฝัง

เราฝังวันที่ 8/10/2560  นัดเอายาออก 8/10/2563

ข้อสำคัญก่อนฝังยาคุมกำเนิด

-ต้องฝังในช่วง 1-5 วันแรกของการเป็นประจำเดือน-ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์(ไม่ป้องกัน) ใน 7 วันก่อนการฝังยาคุมกำเนิด

ข้อสำคัญหลังการฝังยาคุมกำเนิด

-ในช่วงแรกของห้ามยกของหนัก เดี๋ยวยาหลุดค่ะ -แผลห้ามโดนน้ำประมาณ 3-4 วัน-พยายามคลำยาที่ฝังเป็นประจำ เผื่อยามีการเคลื่อนจากตำแหน่งเดิม-การฝังยาคุมกำเนิด ไม่ได้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ผลข้างเคียงมีดังนี้

> ประจำเดือนมีกระปริบกระปรอยตลอดช่วง หรือ โชคดีจะไม่มีประจำเดือนตลอดระยะเวลาการฝัง(ไม่ผิดปกติ)> ฮอร์โมนเป็นคนละตัวกับยาคุมแบบแผง ผลข้างเคียงที่ได้จึงคนละแบบเพราะฉะนั้นอาจจะไม่มีเอฟเฟค ปวดหัว คลื่นไส้ น้ำหนักขึ้น บวมน้ำ ถือว่าดีกว่าแบบแผงมากๆ> สำหรับผู้ที่มีประจำเดือนผิดปกติ การฝังยาคุมมีโอกาสช่วยเรื่องประจำเดือนให้มาปกติได้ ถ้าฮอร์โมนที่ผิดปกตินั้นตัวเดียวกับยาคุมกำเนิดแบบฝัง> การฝังยาคุมมีโอกาสท้องเพียงแค่ 0.05% มีโอกาสป้องกันได้มากกว่าถุงยาง(โอกาสท้อง 18%) หรือการทำหมัน(โอกาสท้องหมันญ 0.5% /ช 0.15%) แต่มิได้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จึงเหมาะกับผู้ที่แต่งงานแล้วมากที่สุด แต่ถ้ายังไม่แต่งงานก็ควรเพิ่มถุงยางนะคะ

ข้อแนะนำ การฝังยาคุมและหลังฝัง

> งดการออกกำลังการหรือการใช้แขนในช่วง 3-4วันแรก หรือเป็นไปได้7วันเลยก็ดีค่ะ> ควรฝังข้างที่ไม่ถนัดเพื่อความสะดวก> ห้ามให้แผลโดนน้ำใน 3-4วันแรก อาจจะเปิดแผลได้ใน3-4 วันแล้วแต่คำแนะนำของหมอและพยาบาล> หากมีอาการปวดบวมแสบหรือเลือดออก ควรรีบพบแพทย์เพื่อดูอาการทันที เผื่อมีการติดเชื้อ จะได้ทำการเอาออก(แต่โอกาสน้อย)> ระยะแรกๆจะคันๆเจ็บๆหน่อยนะคะ 2-3วันก็ดีขึ้น> หลังฝังเสร็จคุณหมอจะให้ใบเวลาการฝังมาค่ะ ว่าเราฝังวันนี้ และควรเอาออกวันไหน การเอาออกจะกรีดออกค่ะ มีรอยแผลเป็นเป็นขีดนิดเดียวบางๆ

 

รูปแผลค่ะ วันแรก
รูปแผลค่ะ วันแรก

 

 

 

วันที่ 6 ค่ะ มีรอยช้ำ แต่ไม่เจ็บไม่ปวดค่ะ (เราเป็นคนแผลหายช้า)
วันที่ 6 ค่ะ มีรอยช้ำ แต่ไม่เจ็บไม่ปวดค่ะ (เราเป็นคนแผลหายช้า)

 

 

วันที่ 17 เราเป็นคนที่แผลหายช้า เพื่อนเรามีรอยช้ำแปปเดียว ขีดสีขาวคือแท่งยาค่ะ วงกลมเป็นแผลที่ฝังค่ะ
วันที่ 17 เราเป็นคนที่แผลหายช้า เพื่อนเรามีรอยช้ำแปปเดียว ขีดสีขาวคือแท่งยาค่ะ วงกลมเป็นแผลที่ฝังค่ะ

 

ที่มา https://pantip.com/topic/37015061 เผยเเพร่เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2560