"สุทธิพงษ์"แนะน้อมนำหลักทรงงานร.9พัฒนาท้องถิ่น

วันที่ 19 ต.ค. 2560 เวลา 19:24 น.
"สุทธิพงษ์"แนะน้อมนำหลักทรงงานร.9พัฒนาท้องถิ่น
อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นบรรยายศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น โดยขอให้น้อมนำหลักการทรงงานร.9

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2560 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น บรรยายพิเศษ เรื่อง "ศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น" ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ในกิจกรรมร้อยดวงใจถวายภักดีแด่พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย มีคณะครู อาจารย์ และนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม เข้าร่วมรับฟังกว่า 1,500 คน โดยกล่าวถึงหลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยให้ทุกคนน้อมนำหลักการทรงงานมาใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ไม่ว่าจะเป็น "การระเบิดจากข้างใน" นั่นคือ ต้องรู้และเข้าใจอย่างลึกซึ้ง จึงไปสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้คนในชุมชน "การแก้ปัญหาจากจุดเล็ก" เพราะทุกปัญหาเล็กๆ ก็ต้องให้ความสำคัญในการช่วยกันแก้ไข เพราะเราสามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาในจุดที่ใหญ่ขึ้นต่อไปได้ "การทำตามลำดับขั้นตอน" คือการดำเนินการพัฒนาทุกอย่าง ต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่องตามลำดับขั้นความสำคัญ เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด และ"การยึดประโยชน์ส่วนรวม" เพราะทุกการพัฒนา ต้องให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมเป็นสำคัญ ไม่ใช่ต่อกลุ่มผลประโยชน์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น รวมถึง "การรู้ รัก สามัคคี" ที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำให้การพัฒนาไปสู่ความสำเร็จนั่นเอง

อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงโครงการสำคัญที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ดำเนินการตามแนวทางศาสตร์พระราชาในการส่งเสริมการพัฒนาท้องถิ่น ว่าทางกรมฯ ได้นำศาสตร์ต่างๆมาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางให้กับโครงการและกิจกรรมต่างๆมากมาย ดังนี้

1.โครงการด้านการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ให้มีคุณภาพ เช่น โครงการ “โรงเรียนพอเพียงท้องถิ่น” (Local Sufficiency School :LSS) ที่ขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู่สถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใน 5 มิติ ได้แก่ ด้านสังคม ด้านวัฒนธรรม ด้านเศรษฐกิจ ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านการเกษตร เพื่อเสริมสร้างลักษณะนิสัยในการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่เด็กนักเรียน โครงการ “พัฒนาระบบการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีคุณภาพ” โดยเฉพาะศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ให้มีมาตรฐานการพัฒนาทั้งร่างกาย IQ และ EQ หรือการสร้างภูมิคุ้มกันชีวิต "เด็กไทยไม่จมน้ำตาย” และโครงการ “ศูนย์เรียนรู้ภูมิสังคมท้องถิ่นอย่างยั่งยืน (Local Geo – social Sustainability Learning Center : LGS Learning Center) เพื่อส่งเสริมให้เด็กเยาวชนเป็นพลเมืองของสังคมและชุมชนที่มีความพร้อมของทักษะพื้นฐาน และมีวินัยในการกำกับตน ได้รับการเรียนรู้สู่การปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของวิถีสังคม

2.โครงการด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการบริหารจัดการขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ใช้กระบวนการประชารัฐมาแก้ปัญหา ตามแนวทาง 3Rs (Reduce Reuse Recycle) โครงการ "น้ำคือชีวิต : ศาสตร์พระราชาสู่แปลงเกษตรผสมผสานประชารัฐ" ที่ส่งเสริม สนับสนุนให้ทุกภาคส่วน ช่วยกันจัดหาแหล่งน้ำ วางระบบ และนำน้ำไปใช้ประโยชน์ในการเกษตรได้อย่างเพียงพอ โครงการ “ธนาคารน้ำใต้ดิน” เป็นโครงการบริหารจัดการน้ำในระดับครัวเรือน ที่สามารถทำได้ง่าย ใช้งบประมาณไม่เยอะ แต่เกิดประโยชน์มากทั้งทางด้านการเกษตรและอุปโภคบริโภค โครงการ “โคก – หนอง – นา โมเดล” ที่เป็นการผสมผสานเกษตรทฤษฎีใหม่เข้ากับภูมิปัญญาพื้นบ้านที่อยู่อย่างสอดคล้องกับธรรมชาติในพื้นที่นั้นๆ ให้ธรรมชาติจัดการตัวเอง โดยมีมนุษย์เป็นส่วนสงเสริมให้สำเร็จเร็วขึ้นอย่างเป็นระบบ

3.โครงการส่งเสริมอาชีพให้กับประชาชน เช่น โครงการ “ส่งเสริมและพัฒนาตลาด 3 ระดับ” ซึ่งหมายถึง พัฒนาตลาดชุมชนท้องถิ่น ตลาดเพื่อการท่องเที่ยว ตลาดซื้อขายล่วงหน้า/ขายส่ง โครงการ “ส่งเสริมและสร้างมาตรฐานของตลาดจำหน่ายสินค้าให้เป็นตลาดปลอดภัย โครงการจัดตั้ง “ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนของ อปท.”

ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงตัวอย่างโครงการสำคัญบางส่วน ที่นำศาสตร์พระราชามาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาท้องถิ่น ยังมีโครงการอีกมากมายที่อยู่ระหว่างดำเนินการ เพราะกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มุ่งมั่นในการพัฒนาท้องถิ่นไทย ให้ก้าวไปอย่างมั่นคงและยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา

ทั้งนี้ ขอฝากถึงผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะครู อาจารย์ และนักศึกษา ให้รู้จักหน้าที่ของตน และน้อมนำสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงมีพระบรมราโชวาทในด้านต่างๆ มาตลอดระยะเวลา 70 ปี มาปฎิบัติบูชา นั่นคือ “หมั่นศึกษา หาความรู้ และลงมือทำ”