ดีเอสไอตั้งกก.สอบหลักฐานคดีฟอกเงินหลุดจากสำนวน

  • วันที่ 29 ก.ย. 2560 เวลา 15:09 น.

ดีเอสไอตั้งกก.สอบหลักฐานคดีฟอกเงินหลุดจากสำนวน

อธิบดีดีเอสไอสั่งตั้งพนักงานสอบสวนฯสอบคำร้องคดีทุจริตฟอกเงินธนาคารกรุงไทยแยกต่างหาก พร้อมขยายผลสอบกลุ่มผู้รับเงิน พร้อมตั้งกก.สอบฯเอกสารสลิปโอนเงินเข้าบัญชี"พะจุณณ์"หลุดจากสำนวนสอบสวน

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีโซเซียลมีเดียนำสลิปการโอนเงินเข้าบัญชีพล.ร.ท.พะจุณณ์ ตามประทีป จำนวน 100,000 บาท และโอนเข้าบัญชีพล.อ.ป จำนวน 200,000 บาท ก่อนเงินจะถูกโอนไปเข้าบัญชีมูลนิธิประวัติศาสตร์มาเผยแพร่พร้อมเรียกร้องให้ดีเอสไอสอบสวนเนื่องจากเป็นการรับโอนเงินจากบริษัทกฤษดามหานคร ในลักษณะเดียวกับนายพานทองแท้ ชินวัตร ซึ่งถูกดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงินกรณีรับเช็ค 10 ล้านบาท  ว่า หลังจากนายวีระ สมความคิด นายวันชัย บุนนาค และนายชุมสาย ศรียาภัย ทนายความของนายพานทองแท้เข้าร้องขอความเป็นธรรมและร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดีเอสไอสอบสวนไปยังกลุ่มผู้รับเงินและอดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) รวมถึงนายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในฐานะอดีตประธานบริษัทกฤษดามหานครตั้งแต่ปี 2535-2555 ตนได้ตั้งพนักงานสืบสวนสอบสวน ขึ้นต่างหากอีก 1 ชุด เพื่อตรวจสอบคำร้องทั้งหมดว่า เป็นประเด็นเดิมที่เคยมีการร้องทุกข์ไว้แล้วหรือไม่ และมีประเด็นใหม่ที่ยังไม่เคยร้องทุกข์หรือไม่ ทั้งนี้เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด รวมถึงรายละเอียดในการอนุมัติเงินกู้ให้กับกฤษดามหานคร ว่าพนักงานสอบสวนชุดเดิมทำสำนวนไว้ครบถ้วนหรือไม่ โดยการร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติมจะไม่ส่งผลให้คดีในส่วนอื่นต้องหยุดชะงักหรือล่าช้าไป

“ทุกคดีที่รับไว้เป็นคดีพิเศษดีเอสไอสอบสวนและดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน ทุกอย่างว่ากันตามข้อเท็จจริง เมื่อพบมูลความผิดก็ต้องดำเนินคดี ยืนยันว่าไม่กลั่นแกล้งใคร ถ้าคดีไม่มีหลักฐานก็ต้องสั่งไม่ฟ้อง ทั้งนี้ไม่ว่าจะสั่งคดีไปในทิศทางใดฟ้องหรือไม่ฟ้อง ต้องมีเหตุผลและคำตอบอธิบายกับสังคมได้”อธิบดีดีเอสไอกล่าว

ส่วนกรณีที่มีการนำสลิปการโอนเงินซึ่งเป็นหลักฐานในสำนวนคดีไปเผยแพร่นั้น พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบสวนว่าข้อมูลดังกล่าวถูกนำออกไปจากสำนวนการสอบสวนได้อย่างไร มีพนักงานสอบสวนหรือเจ้าหน้าที่คดีพิเศษเข้าไปเกี่ยวข้องกับการนำหลักฐานประกอบสำนวนออกไปให้บุคคลภายนอกหรือไม่ แต่ประเด็นดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ มีการตรวจสอบพบรายชื่อบุคคลที่รับเงินจากบริษัทกฤษดามหานครตั้งแต่คตส.เริ่มสอบสวน จึงอาจเป็นไปได้ว่าหลักฐานที่หลุดออกไปเป็นเรื่องเก่าที่ถูกหยิบขึ้นมาเป็นประเด็นในช่วงใกล้การเรียกผู้ต้องหาเข้ารับทราบกล่าวข้อหา ซึ่งถือเป็นเทคนิคทั่วไปที่นำมาใช้ต่อสู้คดี

ข่าวอื่นๆ