ชีวิตคนไทยไร้สิทธิ ป่วยหนักเข้าไม่ถึงการรักษา เหตุไม่มีบัตรประชาชน

วันที่ 28 ส.ค. 2560 เวลา 09:34 น.
ชีวิตคนไทยไร้สิทธิ ป่วยหนักเข้าไม่ถึงการรักษา เหตุไม่มีบัตรประชาชน
เผยชีวิตคนไทยไร้สิทธิจำนวนมาก พ่อแม่ไม่ได้แจ้งเกิด ทำให้ไม่มีบัตรประชาชน ส่งผลเวลาเจ็บป่วยไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการการรักษาได้

น.ส.วิมล ถวิลพงษ์ รองประธานชุมชนใต้สะพาน (ชุมชนพูนทรัพย์) เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือข่ายสลัม 4 ภาค กล่าวว่า ชุมชนพูนทรัพย์มีกลุ่มคนไทยที่เป็นคนไทยไร้สิทธิ์ 6-7 คน ในจำนวนนี้มีนางไอ๊ วาเส็ง อายุ 65 ปี ซึ่งเจ็บป่วยด้วยโรคอัมพฤกษ์ ความดันโลหิตสูง มีปัญหาการเข้าถึงการรักษา เพราะนอกจากไม่มีเงินแล้ว ยังไม่มีบัตรประชาชน จึงไม่มีสิทธิทำบัตรหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทั้งที่เป็นผู้ป่วยที่ต้องรับการรักษาต่อเนื่อง ทำให้ต้องเผชิญต่อภาวะความเจ็บป่วย ขาดการดูแล

เรื่องนี้เป็นความเหลื่อมล้ำทั้งที่เป็นคนไทย เกิดและอยู่ในประเทศไทยมาตลอด เพียงแต่พ่อแม่ไม่ได้แจ้งเกิดจึงทำให้เสียสิทธิความเป็นคนไทย และคนเหล่านี้เมื่อเจ็บป่วยจะไม่กล้าไปรับการรักษาเพราะกลัวค่าใช้จ่าย จึงมักปล่อยให้ป่วยหนักก่อน บ่อยครั้งต้องเรียกรถฉุกเฉิน1669 นำส่งโรงพยาบาล ซึ่งกรณีของนางไอ๊เป็นหนึ่งในตัวอย่างกลุ่มคนไทยไร้สิทธินี้ ไม่แต่เฉพาะในชุมชนพูนทรัพย์เท่านั้น แม้ว่าที่ผ่านมานางไอ๊จะได้รวบรวมหลักฐานต่างๆ เพื่อพิสูจน์สถานะตนเองทำบัตรประชาชนเพื่อให้ได้สิทธิการรักษา แต่ก็ยังทำไม่ได้เพราะเจ้าหน้าที่รัฐกลัวว่าเป็นการสวมสิทธิ์ 

ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาจึงได้เสนอให้มีการจัดตั้ง “กองทุนรักษาพยาบาลคนไทยไร้สิทธิ์” เพื่อดูแลคนไทยกลุ่มนี้ก่อน โดยดูแลสิทธิการเข้าถึงการรักษาก่อน เพราะเรื่องสุขภาพเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิต และเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ต้องได้รับ

ด้าน นางไอ๊กล่าวว่า เกิดที่ จ.กาญจนบุรี มีพี่น้อง 7 คน พี่น้องทุกคนทำบัตรประชาชนได้หมด รวมถึงแม่ซึ่งขณะนี้อายุกว่า 85 ปีแล้ว มีแค่ตนเองที่ตกหล่นเท่านั้น เพราะพ่อแม่ไม่ได้แจ้งเกิดให้ ทำให้ไม่มีหลักฐานที่จะยืนยันเพื่อทำบัตรประชาชนได้ และเมื่อโตมาก็ทำอาชีพรับจ้างตัดอ้อยไปเรื่อยๆ ไม่ต้องใช้บัตรประชาชน ซึ่งต่อมาก็ย้ายมาอยู่ที่ จ.สุพรรณบุรีก่อนจะย้ายตามลูกๆ มาอยู่ที่ชุมชนพูนทรัพย์ทุกวันนี้

ภายหลังอายุที่เริ่มมากขึ้นก็เริ่มมีปัญหาเจ็บป่วย เมื่อมีโครงการบัตรทองก็ทำบัตรไม่ได้ เพราะไม่มีบัตรประชาชนจึงไม่มีสิทธิ์ ส่วนลูกๆ ก็มีรายได้ไม่มากแค่พอใช้จ่ายในครอบครัวเท่านั้น ไม่พอที่จะค่ารักษาพยาบาลให้ได้ ยิ่งหลังๆ อาการป่วยเริ่มมากขึ้น ซึ่งตนเองป่วยเป็นโรคความดันสูงและเป็นอัมพฤกษ์ แขนขาไม่มีแรง เคลื่อนไหวลำบาก ทุกวันนี้ต้องนอนอยู่กับบ้านเฉยๆ ถึงจะลุกนั่งได้บ้าง แต่ก็นั่งได้ไม่นาน ทั้งกลางวันยังต้องอยู่บ้านคนเดียว

“เมื่อ 3 ปีที่แล้ว จากที่เป็นความดันสูงและไม่ได้ติดตามรักษาต่อเนื่อง ทำให้เกิดอาการวูบเป็นลม ลูกๆ ต้องช่วยกันหามเข้าโรงพยาบาลภูมิพล เจ้าหน้าที่ถามลูกว่ามีสิทธิ์อะไร ลูกก็บอกว่าไม่มีสิทธิอะไรเลย ซึ่งตัวเองต้องนอนรักษาอยู่หลายวัน ไม่มีเงินจ่ายค่ารักษา ทำให้ต้องติดหนี้โรงพยาบาลเกือบหลักแสนบาท ลูกต้องคอยผ่อนจ่าย แต่ถึงวันนี้ก็ยังไม่หมด”นางไอ๊ กล่าว

นางไอ๊ กล่าวต่อว่า หลังออกจากโรงพยาบาลแล้ว ด้วยโรคความดันโลหิตสูงเป็นอาการที่ต้องควบคุมต่อเนื่อง จะให้ลูกซื้อยาจากร้านยามากินแทน ส่วนลูกก็ช่วยทำกายภาพบำบัดให้ เพราะไม่กล้าไปหาหมอที่โรงพยาบาล นอกจากไม่มีเงินแล้ว ยังติดเงินค่ารักษาโรงพยาบาลอยู่ บางครั้งที่มีแพทย์พยาบาลจากโรงพยาบาลที่ออกหน่วยเยี่ยมบ้านบ้างก็จะแวะเข้ามาดูอาการให้บ้าง 

“วันนี้บอกได้ว่าพอไม่มีสิทธิบัตรทองชีวิตลำบากมาก หากเจ็บป่วยหนักอีกก็ไม่รู้จะทำอย่างไร อยากมีสิทธิเหมือนคนอื่นๆ ที่มีบัตรทองคอยดูแล จะได้ไม่ต้องเดือดร้อนลูกมากอย่างทุกวันนี้ และหากเป็นไปได้ ก่อนตายก็อยากเห็นบัตรประชาชนตัวเองซักครั้ง”

นางวิไลย์ แซ่ตัน ลูกสาวนางไอ๊ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้แม่ทำบัตรประชาชนได้ จะได้มีสิทธิบัตรทอง ซึ่งเคยพาไปทำบัตรทั้งที่ จ.สุพรรณบุรีและกาญจนบุรีหลายรอบ โดยพาทั้งยาย ญาติพี่น้องและผู้ใหญ่บ้านมายืนยัน มีทะเบียนบ้านไปแสดง แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ทำให้บอกแต่กว่ากลัวเป็นการสวมสิทธิ และให้ไปตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ ต้องใช้เงินจำนวนมากประมาณ  17,000 บาทต่อคน ซึ่งไม่รู้ว่าจะต้องตรวจกี่คน ทั้งนี้หากอนาคตแม่เกิดเจ็บป่วยหนักก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะแค่ค่ารักษาเข้าโรงพยาบาลก่อนหน้า ตอนนี้ก็ยังเป็นหนี้อยู่ประมาณ 6-7 หมื่นบาทและยังไม่มีเงินผ่อนต่อให้กับโรงพยาบาล อยากให้แม่ได้สิทธิรักษาพยาบาลเหมือนกับคนอื่นบ้าง

บทความแนะนำ