ดันกม.เปิดช่องวิจัยกัญชา-กระท่อมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้

  • วันที่ 17 ส.ค. 2560 เวลา 12:51 น.

ดันกม.เปิดช่องวิจัยกัญชา-กระท่อมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้

ป.ป.ส.ดันกฎหมายเปิดช่องให้นำกัญชา-กระท่อมมาศึกษาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ เร่งศึกษาลดระดับเมทแอมเฟตามีนจากประเภท 1เป็นประเภท 2

เมื่อวันที่ 17 ส.ค. พ.ต.อ. ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการศึกษาวิเคราะห์มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมเมทแอมเฟตามีนครั้งที่ 2/2560โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณามาตรการทางกฎหมายในการควบคุมเมทแอมเฟตามีนและอนุพันธ์

พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่าตามคำสั่งศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติที่ 9/2559 ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาวิเคราะห์มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมเมทแอมเฟตามีนขึ้นเพื่อปรับปรุงนโยบายและกฎหมายให้สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินการด้านยาเสพติดโลกโดยมุ่งหมายกำหนดให้ยาเสพติดแต่ละประเภทที่ใช้ประโยชน์ต้องได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมไม่เหมารวม 

ส่วนกฎหมายบางบทบัญญัติขัดกับวิถีชีวิตก็ต้องปรับปรุงให้เหมาะและสะท้อนความเป็นจริงของสังคมรวมทั้งเปิดช่องให้มีการศึกษาวิจัยง่ายขึ้น โดยที่ผ่านมาคณะอนุกรรมการฯได้ศึกษาพร้อมมีข้อเสนอเกี่ยวกับมาตรการในการควบคุมที่เหมาะสมเกี่ยวกับพืชเสพติดเช่น กัญชง (เฮมพ์) พืชกระท่อม กัญชา และเมทแอมเฟตามีนซึ่งขณะนี้ผลการศึกษาเกี่ยวกับมาตรการในการควบคุมพืชดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว

นายศิรินทร์ยา สิทธิชัยเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส) กล่าว่าสำหรับผลการศึกษาได้ข้อยุติและมีผลบังคับใช้ในพระราชกิจจานุเบกษาแล้วโดยเฉพาะกัญชง หรือ เฮมพ์  ยังคงกำหนดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 แต่คงมาตรการควบคุมและกำกับดูแลการปลูกกัญชงหรือเฮมพ์เพื่อส่งเสริมให้เป็นพืชเศรษฐกิจซึ่งได้อนุญาตให้หน่วยงานของรัฐ คือ โครงการหลวงและโรงงานยาสูบทดลองปลูกแล้วกว่า 1,000 ไร่ในพื้นที่ 9จังหวัด 23 อำเภอในพื้นที่ภาคเหนือภายใต้การกำกับดูแลและกลไกการควบคุมของศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระดับจังหวัด(ศอ.ปส.จ.)

ส่วนพืชกระท่อม กำหนดให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5แต่ผ่อนปรนให้สามารถใช้แบบวิถีชาวบ้านและเปิดช่องให้สามารถขออนุญาตศึกษาวิจัยเพื่อใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ได้

"กัญชายังกำหนดให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5แต่จะเปิดช่องให้แพทย์และโรงพยาบาลขออนุญาตทำการศึกษาวิจัยได้สะดวกขึ้นเช่นเดียวกับพืชกระท่อมแต่จะต้องมีการกำหนดขอบเขตและปริมาณที่จะใช้ซึ่งหลักการนี้ได้กำหนดไว้ในร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอให้นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในฐานะผอ.ศูนย์ป้องกันและปรามปรามยาเสพติดฯเสนอไปยังสำนักงานอาหารและยา(อย.)และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้ความเห็นชอบก่อน"เลขาธิการฯป.ป.ส.กล่าว

นายศิรินทร์ยา ยังกล่าวถึงการหามาตรการควบคุมเมทแอมเฟตามีนและอนุพันธ์ว่าเบื้องต้นมีข้อเสนอให้ แอมเฟตามีน ยาบ้าและไอซ์เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ตามพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯต่อไปส่วนอนุพันธ์ของเมทแอมเฟตามีนตัวอื่น ๆ เช่น แอมเฟตามีนที่ปัจจุบันมีการใช้ในทางการแพทย์อยู่บ้างในต่างประเทศเพื่อรักษาโรคสมาธิสั้นจะพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้งหนึ่งว่าจะควบคุมเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท2  หรือควบคุมเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2ตามพรบ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทฯเพื่อให้นำมาใช้ในทางการแพทย์ได้แต่ต้องโดยมีควบคุมอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด

“ที่ประชุมมีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาวิเคราะห์ข้อดี ข้อเสียและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นหากมีการกำหนดมาตรการในการควบคุมอนุพันธ์ของเมทแอมเฟตามีนบางชนิดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 หรือเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2เพื่อให้นำมาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ คาดว่าจะใช้เวลาอีก 2-3เดือนคงแล้วเสร็จ”นายศิรินทร์ยา กล่าว

ข่าวอื่นๆ