ดีเอสไอจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเหยื่อโอนเงินเสียหายกว่า5ล้าน

วันที่ 02 ส.ค. 2560 เวลา 15:26 น.
ดีเอสไอจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเหยื่อโอนเงินเสียหายกว่า5ล้าน
ดีเอสไอ สนธิกำลังหลายหน่วยงาน จับกุมเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหลอกเหยื่อโอนเงิน เสียหายกว่า 5 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.ท.วิชัย สุวรรณประเสริฐ ผบ.สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ พ.ต.ท.ธวัชชัย ศรีวรกุล ผอ.ศูนย์อำนวยการส่วนสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ 2 และ นายมานพ ศรวิบูลย์ศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานปฏิบัติการนครหลวง บจก.ไปรษณีย์ไทย ร่วมแถลงข่าวจับกุม สองผู้ต้องหา ชาวมาเลเซีย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ทที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ปปง. ปปส. เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ หลอกคนไทยว่าเกี่ยวข้องกับแก๊งยาเสพติด จึงขออายัดบัญชีและให้โอนเงินในบัญชีทั้งหมดมาให้ตรวจสอบ โดยนำของกลาง 41 รายการ ประกอบด้วย เงินสด 497,100 บาท พร้อมสมุดบัญชีธนาคาร 6 เล่ม บัตรเอทีเอ็มหลายธนาคาร 8 ใบ โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง และซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือกว่า 10 ซิม โดยติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ในพื้นที่ ต.ด่านนอก อ.สะเดา จ.สงขลา มาแถลงข่าว ส่วนตัวผู้ต้องหาส่ง ตำรวจ สภ.สะเดา ดำเนินคดี ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้โทรศัพท์ ที่โทรผ่านทางระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยตั้งค่าหมายเลขโทรศัพท์เป็นหน่วยงานของทางราชการก่อน จากนั้นโทรหาเหยื่อ โดยแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ ปปง.  ปปส.  เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ โดยใช้อุบายหลอกลวงเหยื่อผู้เสียหายว่ามีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติด จะต้องถูกอายัดบัญชีเงินในธนาคาร ต้องโอนเงินทั้งหมดในบัญชีมาให้ตรวจสอบ หากไม่เกี่ยวข้องจะคืนเงินให้ ขณะนี้มีผู้เสียหายตกแจ้งความร้องทุกข์แล้ว 8 คดี รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท

"ขอย้ำเตือนประชาชนว่า หากมีบุคคลอ้างเป็น เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ให้ท่านโอนเงินหรือถอนเงิน แม้หมายเลขโทรศัพท์ที่ปรากฏจะเป็นหมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยงานนั้นๆ จริง ก็อย่าได้หลงเชื่อโดยเด็ดขาด ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือสอบถามไปยังหน่วยงานนั้นทันที นอกจากนี้ยังฝากเตือนผู้ที่รับจ้างเปิดบัญชีธนาคารให้บุคคลอื่นหากบัญชีนั้นถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดเจ้าของบัญชีจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย" พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าว

ด้าน พ.ต.ท.วิชัย กล่าวว่า ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีผู้เสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์แจ้งข้อมูลมาให้ ดีเอสไอ จึงดำเนินการตรวจสอบ จนกระทั่งวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้สนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทหารกองพล ร.5 เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สภ.สะเดา จนสามารถควบคุมผู้ต้องสงสัยเป็นชายชาวมาเลเซีย 1 คน ขณะกำลังกดเงินสดออกจากตู้เอทีเอ็มได้ที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ต.ด่านนอก อ.สะเดา จ.สงขลา

"จากนั้นขยายผลจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยอีกคนที่เป็นชายชาวมาเลเซียเชื้อสายจีนได้อีก 1 คน พร้อมยึดของกลางที่อยู่ในรถผู้ต้องหา เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า ทราบว่าในแก๊งคอลเซ็นเตอร์มีบมาเลเซียและคนไทย เชื้อสายมาเลเซีย เกี่ยวข้องอีกหลายคน และจ้างคนไทยเปิดบัญชีให้ แลกเงิน 1,000 บาทส่วนผู้ต้องหาทั้ง 2 รายส่ง พนักงานสอบสวน สภ.สะเดา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป" พ.ต.ท.วิชัย กล่าว

นายมานพ กล่าวว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์มักจะอ้างว่า พัสดุตกค้างในไปรษณีย์จากทางภาคเหนือ โดยหลอกผู้เสียหายว่า ท่านเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จากนั้นผู้ร่วมขบวนการอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ โทรศัพท์ไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และใช้กลอุบาย พูดหลอกให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีที่เตรียมไว้ ก่อนจะให้เครือข่ายไปถอนเงินออกมา จากข้อมูลพบว่าช่วงเดือน ก.พ. - ก.ค.ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายกว่า 2,000 ราย โทรศัพท์มาสอบถามทางไปรษณีย์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ขอยืนยันว่าหากมีการตกค้างพัสดุจริงจะมีการนัดหมายเจ้าของให้มารับที่ไปรษณีย์เท่านั้น หรือถ้ามีการเก็บเงินจริงต้องระบุจำนวนเงินที่แน่นอน