"เณรคำ" เผยไม่ยื่นอุทธรณ์เพราะอยากกลับไทย พร้อมยอมสละสมณเพศ

  • วันที่ 20 ก.ค. 2560 เวลา 00:43 น.

"เณรคำ" เผยไม่ยื่นอุทธรณ์เพราะอยากกลับไทย พร้อมยอมสละสมณเพศ

อธิบดีดีเอสไอ เผย "เณรคำ" ระบุไม่ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสหรัฐเพราะอยากกลับไทยและอยากให้บ้านเมืองสงบสุข พร้อมยอมถอดจีวรสละสมณเพศ

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. เวลา 23.30 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขบวนรถเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ประกอบด้วยรถยนต์โตโยต้า แคมรี่นำขบวน 1 คันและตามหลังด้วยรถฟอร์จูนเนอร์ 2 คันตามหลังมา มาจอดที่บันไดทางขึ้นอาคารดีเอสไอ จากนั้น นายวิรพล สุขผล หรือ เณรคำ ลงจากรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน ฆง7035 กรุงเทพฯ สวมชุดจีวรพระ โดยมี พ.ต.ต.จตุพล บงกชมาศ ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการพิเศษ ดีเอสไอและเจ้าหน้าที่ปฎิบัติการพิเศษ ดีเอสไอกว่า 10 นายเดินประกบ ก่อนเดินเข้าประตูกระจกอาคารไป ท่ามกลางสื่อมวลชนทั้งไทยและเทศกว่า 100 คน ที่มายืนรอถ่ายภาพ ทำข่าวนายวิรพล อยู่นอกรั้วทางขึ้นบันไดทั้ง 2 ฝั่ง

ต่อมา พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย นายทวีวัฒน์ สุรสิทธิ์ รอง ผบ.สำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ และ นายณัฐกิตติ ไชยวรรณรัตน์ นักวิชาการศาสนา ชำนาญการ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ออกมาแถลงข่าวที่หน้าประตูทางเข้าอาคาร

พ.ต.อ.ไพสิฐ เปิดเผยว่า หลังรับตัวนายวิรพลมาที่สำนักงานดีเอสไอ จะทำตามขั้นตอนทางกฎหมาย เช่น ตรวจร่างกาย ทำประวัติ พิมพ์ลายนิ้วมือ สอบปากคำ และแจ้งข้อหาที่ดำเนินคดี  6 ข้อหา ซึ่งผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธหรือรับสารภาพก็เป็นสิทธิทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่มีการจัดทนายอาสา และทนายความส่วนตัวของนายวิรพล และเจ้าหน้าที่ พศ.มาร่วมในการสอบปากคำด้วย ส่วนญาติพี่น้องของนายวิรพล เจ้าหน้าที่ได้ประสานไปแล้ว แต่ญาติบอกว่าวันนี้ยังไม่สะดวกมาเยี่ยม

"สาเหตุที่นายวิรพลไม่ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เนื่องจากให้เหตุผลว่าอยากเดินทางกลับประเทศไทย และให้อยากให้บ้านเมืองสงบสุข โดยจากการที่เจ้าหน้าที่ พศ.ได้แจ้งว่าหากมีการมีการแต่งกายเป็นพระจะโดนดำเนินคดีอีก ซึ่งนายวิรพลยินยอมที่จะถอดจีวร สละสมณเพศในคืนนี้ ส่วนเรื่องความปลอดภัย ได้ตรวจเช็คกล้องวงจรปิด ซึ่งพร้อมใช้งานทุกตัว รวมทั้งมีการเตรียมทีมแพทย์ คอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง" พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าว

ด้านนายทวีวัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของการสอบปากคำ จะทำการสอบให้เสร็จสิ้นภายในคืนนี้ และส่งตัวนายวิรพลให้อัยการพิเศษในเช้าวันที่ 20 ก.ค. เพื่อส่งฟ้องต่อศาล ซึ่งพนักงานสอบสวนดีเอสไอจะค้านประกันตัวในชั้นศาลด้วย ส่วนการติดตามทรัพย์สิน ทราบว่าเงินที่ประชาชนบริจาคให้นายวิรพลเปลี่ยนแปลงเป็นทรัพย์สินอื่นจะติดตามกลับมา ส่วนทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ได้ทำบัญชีและอายัดไว้หมดแล้ว

ขณะที่ นายณัฐกิตติ กล่าวว่า จะมีการแจ้งให้นายวิรพลทราบเรื่องการแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ ว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.สงฆ์ หากนายวิรพลยอมสละผ้าเหลือง ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวนดีเอสไอนำตัว นายวิรพล ไปที่ห้องประชุมชม 3 ชั้น 1 เพื่อทำประวัติ พิมพ์มือ ตรวจร่างกาย และแจ้งข้อกล่าวหา ว่าจะรับหรือปฏิเสธข้อกล่าวหา ตามขั้นตอนกฎหมาย เนื่องจากได้รวบรวมสำนวนคดีต่างๆและได้ส่งให้พนักงานอัยเสร็จสิ้นกระบวนการไปก่อนหน้านี้แล้ว

โดยมีเจ้าหน้าที่ พศ.ร่วมสอบปากคำ และแจ้งให้นายวิรพลทราบว่า  เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ มีคำสั่งที่ประชุมคณะสงฆ์ผู้พิจารณาอธิกรณ์ได้มีมติปรับอาบัติให้พระวิรพล(ณ ขณะนั้น) ขาดจากความเป็นพระภิกษุสงฆ์ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตาม พ.ร.บ.สงฆ์ มาตร 26 คือ พระภิกษุรูปใดล่วงละเมิดพระธรรมวินัย และได้มีคำวินิจฉัยถึงที่สุด ให้ได้รับนิคหกรรมให้สึก ต้องสึกภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่ได้ทราบคำวินิจฉัยนั้น ตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค.2556 แล้ว

หากนายวิรพลยังฝ่าฝืนแต่งกายสงฆ์ จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.สงฆ์ มาตรา 43 คือ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 15 จัตวา วรรคสอง มาตรา 26 มาตรา 27 วรรคสาม หรือมาตรา 28 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี

ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่า หลังการสอบปากคำเณรคำเสร็จ จะนำตัวเข้าห้องขังชั้น 7 โดยมีเจ้าหน้าที่ รปภ.เฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อรอนำตัวส่งให้พนักงานอัยการดำเนินคดีส่งฟ้องส่งศาลตามขั้นตอนกฎหมาย

ข่าวอื่นๆ