โฆษกอัยการ แจง ดำเนินคดี"เณรคำ" 2 ข้อหา

  • วันที่ 19 ก.ค. 2560 เวลา 11:44 น.

โฆษกอัยการ แจง ดำเนินคดี"เณรคำ" 2 ข้อหา

โฆษกอัยการสูงสุด แจง ขั้นตอนดำเนินคดี"เณรคำ" กลับถึงไทยกลางดึก 19 กค. ส่งฟ้องศาล 20 กค. ใน 2 ข้อหา พรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร กับ ฉ้อโกงประชาชน

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เรือโทสมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมนายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ ร่วมกันแถลงความคืบหน้ากรณี นายวิรพล สุขผล หรือ เณรคำ อดีตประธานสงฆ์สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ ถูกส่งผู้ร้ายข้ามแดนมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา

เรือโท สมนึก กล่าวว่า  ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอัยการสูงสุดได้มีการทำหนังสือถึงสหรัฐอเมริกาขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ตั้งแต่ปลายปี 2558 และช่วงต้นปี 2559 ก่อนที่นายวิรพล จะถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้เมื่อวันที่ 22 ก.ค.2559 ตลอดระยะเวลาที่มีการคุมตัวผู้ต้องหาได้ว่าจ้างทนายความต่อสู้คดีมาตลอด  จนล่าสุดไม่มีการยื่นอุทธรณ์ ทำให้ต้องมีการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างประเทศ ก่อนที่ทางอัยการสูงสุดและดีเอสไอจะเดินทางไปรับตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เรือโทสำนึก กล่าวว่า สำนักงานอัยการสูงสุดได้มอบหมาย นางอินทรานี  สุมาวงศ์  รองอธิบดีอัยการ สำนักงานต่างประเทศ นายวีรเดชน์  ไตรทศาวิทย์ อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานต่างประเทศ และนายรองรัฐ  พุ่มคชา อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานต่างประเทศ พ.ต.ท.ถิรพล พิณเมืองงาม ผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง พ.ต.ท.ไพศิษฎ์ สังคหะพงศ์ ผู้บัญชาการ  สำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ อีก 6 คน ร่วมเป็นคณะไปดำเนินการรับตัวนายวิรพล

"สำหรับขั้นตอนการสั่งฟ้องนั้น ทางดีเอสไอได้สรุปสำนวนคดีทั้งหมดให้กับทางอัยการแล้ว หลังดีเอสไอขอหมายจับจากศาลอาญา 2 หมาย ในคดีกระทำชำเราเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี พรากผู้เยาว์ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฉ้อโกงประชาชน และฟอกเงิน ซึ่งเหลือแต่เพียงตัวผู้ต้องหาเท่านั้น และทางสหรัฐอเมริกาได้กำชับให้ประเทศไทยปฏิบัติต่อผู้ต้องหาตามหลักสากลของสนธิสัญญาการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนโดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนและหลักความเป็นมนุษย์ พร้อมขอบคุณทางอเมริกาที่ร่วมมือในการส่งผู้ร้ายข้ามแดนครั้งนี้"โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าว

ขณะที่ นายอำนาจ กล่าวว่า หลังจากมีการส่งตัวเข้าสู่ราชอาณาจักรไทยแล้วจากนั้นจะเป็นหน้าที่ของดีเอสไอในการควบคุมเพื่อสอบปากคำพร้อมทำประวัติอาชญากร คาดว่าใช้เวลา 2 วัน ก่อนนำตัวไปส่งให้อัยการเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีและขออำนาจศาลฝากขัง ส่วนเหตุผลที่นายวิรพล ไม่ยื่นอุทธรณ์ไม่สามารถตอบได้

"ส่วนความผิดฟอกเงินและฉ้อโกงประชาชนได้ต่อสู้คดีว่า เงินดังกล่าวได้มาจากการบริจาคและเป็นการได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งอัยการได้แก้ต่างว่าเป็นเงินที่ประชาชนบริจาคเพื่อสร้างศาสนสถานแต่เณรคำกลับนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ขณะเดียวกัน เณรคำยังต่อสู้คดีด้วยว่าการที่ประชาชนมาบริจาคเงินให้กับตัวเองนั้นเป็นเรื่องของสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งทางอัยการแก้ต่างว่าในประเทศไทยการที่นำเรื่องของศาสนามาเป็นข้ออ้างเพื่อให้ประชาชนบริจาคเงินนั้นถือเป็นการฉ้อโกง"นายอำนาจ กล่าว

สำหรับนายวิรพล หรือเณรคำ จะเดินทางมาถึงประเทศไทยด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 677 เวลาประมาณ 22.00 น. ก่อนที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอจะคุมตัวผู้ต้องหาขึ้นรถมายังดีเอสไอ  โดยเปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าว บันทึกภาพด้านหน้าดีเอสไอบริเวณหน้าประตูทางเข้า ฝั่งซ้าย และฝั่งขวา โดยเว้นพื้นที่ตรงกลาง เพื่อให้พนักงานสอบสวนฯ คุมตัวผู้ต้องหาผ่านเข้าไปในอาคาร

ข่าวอื่นๆ