เหยื่อคอร์สสัมมนาร้องดีเอสไอถูกหลอกลงทุนสูญกว่า 2 พันล.

วันที่ 09 พ.ค. 2560 เวลา 14:03 น.
เหยื่อคอร์สสัมมนาร้องดีเอสไอถูกหลอกลงทุนสูญกว่า 2 พันล.
เหยื่อคอร์สสัมมนา 200 คนร้องดีเอสไอ ถูกหลอกซื้อ 5 เพจเกจการเรียนรู้และการลงทุน  มูลค่าเสียหายกว่า 2 พันล้านบาท ด้านดีเอสไอรับสอบพฤติการณ์ชี้เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. กรมสอบสวนคดีพิเ(ดีเอสไอ) กลุ่มผู้เสียหายจากการลงทุนกับบริษัทเดอะซิสเตม ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ จำกัด (TSPP) และบริษัทอินโนวิชั่น โฮลดิ้ง จำกัด จำนวน 200 คนที่ถูกหลอกให้ร่วมลงทุนซื้อแพคเกจคอร์สสัมมนาเพื่อการเรียนรู้และการลงทุน ซึ่งมีผู้เสียหายรวม 40,000 คนทั่วประเทศ มูลค่าความเสียหาย 2,000 ล้านบาท ได้ยื่นคำร้องขอให้ดีเอสไอรับไว้เป็นคดีพิเศษ โดยมีร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ดีเอสไอ รับเรื่องแทน

นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิชกุล ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทเดอะซิสเตมฯ และ บริษัทอินโนวิชั่นฯ มีนายภูดิศ กิตติธราดิลก เป็นกรรมการผู้มีอำนาจทั้งสองบริษัท และเป็นผู้ชักชวนประชาชนให้ลงทุนโดยสัญญาว่าจะจ่ายเงินค่าตอบแทนในอัตราร้อยละ 30 ต่อเดือน โดยแผนการตลาดจะให้ประชาชนสมัครสมาชิกบริษัทในรูปแบบแพคเกจต่างๆ 5แพคเกจ ประกอบด้วยแพคเกจวีไอพี ราคา 108,000 บาท แพคเกจพรีเมียมราคา 36,000 บาท แพคเกจแสตนดาร์ค 18,000 บาท แพคเกจมินิ 9,000 บาท แพคเกจไมโครราคา 4,500 บาท แต่ไม่มีสินค้าและแหล่งที่มาของเงิน ซึ่งหลังจ่ายเงินซื้อแพคเกจแล้ว หลังจากนั้น 30 วันจะจ่ายเงินปันผลให้ตามสัญญาเป็นระยะเวลา 1ปี โดยจะจ่ายทุกสัปดาห์ ในอัตราร้อยละ 7 นอกจากนี้ นายภูดิศ ยังโฆษณาว่าหากชักชวนคนอื่นมาร่วมซื้อแพคเกจด้วยจะได้รับค่าแนะนำร้อยละ 5 และจะได้รับค่าแนะนำเพิ่มมากขึ้นตามลำดับตามอัตราที่ชักชวนมาได้มาก ทำให้ประชาชนหลงเชื่อจำนวนมาก เนื่องจากการลงทุนในระยะแรกมีสมาชิกได้รับผลกำไรตามที่บริษัทโฆษณาจริง

นายสามารถ กล่าวอีกว่า นายภูดิศ ยังหลอกให้สมาชิกซื้อคอร์สสัมมนา เพื่อมีสิทธิ์เป็นผู้ถือใบหุ้นบุริมสิทธิ์ โดยหลอกสร้างความมั่นใจเพิ่มเป็น 2เท่า ด้วยการให้ซื้อแพคเกจเหมือนเดิมและจะจ่ายเงินปันผลทุก 7 วัน ตลอด 1 ปี โดยอ้างว่าเป็นการจ่ายเงินปันผลที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งมีผู้หลงเชื่อร่วมลงทุนประมาณ 4 หมื่นคนทั่วประเทศ มูลค่าการลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท จนเดือนกรกฎาคม 2559 บริษัทประกาศหยุดจ่ายเงินปันผลให้แก่สมาชิก

นางกัญญา (สงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี เจ้าของธุรกิจส่วนตัว เปิดเผยว่า ตนรู้จักบริษัทดังกล่าวจากการชักชวนของเพื่อน จึงมาปรึกษากับทางบ้าน แต่ทางบ้านไม่เชื่อว่าจะได้เงินตอบแทนจริง กระทั่งตนเองได้ไปร่วมฟังสัมภาษณ์นายภูดิศ ที่มีนักวิชาการคนหนึ่งจัดขึ้นซึ่งนายภูดิศอ้างว่าเป็นหมอและมีแนวคิดจะทำบริษัทเพื่อช่วยเหลือประเทศ ประกอบกับเพื่อนที่ชักชวนได้รับเงินปันผลจริง จึงเกิดความเชื่อถือและร่วมลงทุนในระยะแรก 2แสนบาท ผ่านไป 1 สัปดาห์ ได้รับเงินปันผลคืน 7,500 บาท จึงลงทุนเพิ่มเป็นเงินรวม 1.2 ล้านบาท และลงทุนต่อเนื่องจนยอดเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 5 ล้านบาท อีกทั้งยังให้ลูก 2 คนและหลานมาร่วมลงทุนด้วย แต่ไม่ได้ชักชวนคนอื่น ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2559 ทางบริษัทได้แจ้งขอลดอัตราดอกเบี้ยปันผลลดลงเป็นระยะ และต้นเดือนกรกฎาคม 2559 บริษัทแจ้งหยุดจ่ายเงินปันผล เมื่อสอบถามไปก็เงียบหาย อย่างไรก็ตาม  ตนได้รับเงินปันผลคืนแล้วประมาณ 2 ล้านกว่าบาท ดังนั้น ถือว่ายังได้รับความเสียหายจากการร่วมลงทุนกว่า 3 ล้านบาท

ด้าน ร.ต.อ.วิษณุ กล่าวว่า ดีเอสไอรับเรื่องไว้ เบื้องต้นคดีมีมูลความผิดเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ แต่อยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวนพฤติการณ์การกระทำความผิด มูลค่าความเสียหาย และความซับซ้อนของคดีว่าเข้าข่ายรับไว้เป็นคดีพิเศษหรือไม่ โดยพฤติการณ์ของผู้ต้องหาคดีแชร์ลูกโซ่จะใช้วิธีการเดิมขายสินค้าบังหน้า แต่ไม่มีสินค้าจริง ซึ่งต่างจากธุรกิจขายตรง ทั้งนี้ หากดีเอสไอรับไว้เป็นคดีพิเศษในการสอบสวนก็จะพิจารณาตั้งแต่การเข้าร่วมลงทุนเพื่อแยกผู้เสียหายและแม่ข่าย เนื่องจากแม่ข่ายมักจะอ้างว่าตนเป็นผู้เสียหายทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าการชักชวนผู้อื่นมาร่วมลงทุนโดยไม่มีสินค้าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจะถือเป็นตัวการร่วมกระทำผิดกับบริษัทด้วย

บทความแนะนำ