รองปลัดยุติธรรมชี้ 2 ทางออกกรณีตายายเก็บเห็ด

  • วันที่ 02 พ.ค. 2560 เวลา 14:47 น.

รองปลัดยุติธรรมชี้ 2 ทางออกกรณีตายายเก็บเห็ด

ธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงทางออก กรณีตายายเก็บเห็ดถูกศาลพิพากษาจำคุกคนละ 5 ปี

เมื่อวันที่ 2 พ.ค. นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึง กรณีตายายเก็บเห็ด ซึ่งศาลฎีกาพิพากษาจำคุกคนละ 5 ปี แต่เคยได้รับโทษจำมาก่อนแล้ว 1 ปี 8 เดือน จึงเหลือโทษที่ต้องรับตามคำพิพากษาอีก 3 ปี 4 เดือน

นายธวัชชัย บอกว่า ตอนนี้ทางออกมี 2 ทาง คือ การขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ตามพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526 และการขอพระราชทานอภัยโทษ

กรณีการจะรื้อฟื้นคดีกลับมาพิจารณาคดีใหม่นั่น ต้องพิจารณาว่ามีข้อเท็จจริงปรากฎตามพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526 มาตรา 5 หรือไม่ว่า

(1) พยานบุคคลซึ่งศาลได้อาศัยเป็นหลักในการพิพากษาคดีอันถึงที่สุดนั้น ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดในภายหลังแสดงว่าคำเบิกความของพยานนั้นเป็นเท็จ หรือไม่ถูกต้องตรงกับความจริง

(2) พยานหลักฐานอื่นนอกจากพยานบุคคลตาม (1) ซึ่งศาลได้อาศัยเป็นหลักในการพิจารณาพิพากษาคดีอันถึงที่สุดนั้น ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดในภายหลังแสดงว่าเป็นพยานหลักฐานปลอมหรือเป็นเท็จ หรือไม่ถูกต้องตรงกับความจริง หรือ

(3) มีพยานหลักฐานใหม่อันชัดแจ้งและสำคัญแก่คดีซึ่งถ้าได้นำมาสืบในคดีอันถึงที่สุดนั้น จะแสดงว่าบุคคลผู้ต้องรับโทษอาญาโดยคำพิพากษาถึงที่สุดนั้นไม่ได้กระทำความผิด

ซึ่งกรณีนี้ทนายความจะต้องไปยื่นคำร้องให้ยื่นต่อศาลชั้นต้นที่ได้พิพากษาคดีนั้น โดยศาลที่รับคำร้องดำเนินการพิจารณาและทำความเห็นส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา แล้วแต่กรณี พิจารณาเพื่อพิพากษายกคำร้อง หรือยกคำพิพากษาเดิม และพิพากษาว่าบุคคลนั้นมิได้กระทำความผิด ซึ่งเมื่อศาลรับคำร้องกองทุนยุติธรรม ก็ได้อนุมัติลอยเงินเพื่อใช้ในการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการพิจารณารื้อฟื้นคดีดังกล่าว รายละ 1 ล้านบาทไว้แล้ว

ส่วนการพระราชทานอภัยโทษ ต้องดำเนินการตามมาตรา 259 พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่บัญญัติว่า ผู้ต้องคำพิพากษาให้รับโทษอย่างใดๆ หรือผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ถ้าจะทูลเกล้า ฯ ถวายเรื่องราวต่อพระมหากษัตริย์ขอรับพระราชทานอภัยโทษจะยื่นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็ได้

ข่าวอื่นๆ