เตรียมแจ้งข้อหาฟอกเงิน "ซินแสโชกุน"กับพวกเพิ่ม

  • วันที่ 23 เม.ย. 2560 เวลา 13:09 น.

เตรียมแจ้งข้อหาฟอกเงิน "ซินแสโชกุน"กับพวกเพิ่ม

ตำรวจเตรียมแจ้งข้อหาซินแสโชกุนและพวกเพิ่ม ตามกฎหมายฟอกเงิน จ่อออกหมายจับผู้จัดการ บริษัทนำเข้าอาหารเสริมไม่ได้รับอนุญาต

จากกรณี น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ ซินแสโชกุน กรรมการบริหาร บริษัท เวลล์ เอฟเวอร์ ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ซึ่งถูกจับกุมได้ที่ จ.ระนอง ระหว่างหลบหนี ภายหลังจัดทัวร์ญี่ปุ่นแบบขึ้นเครื่องบินเช่าเหมาลำแล้วลอยแพผู้เสียหายนับพันคน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะนี้ถูกคุมขังไว้ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง เช่นเดียวกับผู้ร่วมขบวนการทั้ง 8 คนนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 เม.ย.  พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ต้องเร่งสรุปตัวเลขผู้เสียหายจากทั่วประเทศ เพื่อส่งให้อัยการพิจารณาสำนวนคดี ในส่วนของกองบังคับการปราบปรามมีผู้เสียหายแจ้งความแล้วล่าสุด ประมาณ 430 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 16 ล้านบาท

ในส่วนของการตรวจสอบเส้นทางการเงินของเครือข่าย ทางปปง.เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีผู้ร่วมขบวนการที่มีส่วนเกี่ยวข้องอีกหลายรายและอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและการพิจารณาของคณะพนักงานสอบสวนในการขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการ

อย่างไรก็ตามทางคณะพนักงานสอบสวนเตรียมแจ้งข้อหาน.ส.พสิษฐ์ และพวก เพิ่มเติมในฐานความผิด ตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน  โดยสัปดาห์หน้าจะมีประชุมความคืบหน้าคดีดังกล่าวอีกครั้ง  

มีรายงานว่าทางบก.ปคบ. ได้เชิญตัว ผู้จัดการบริษัทแอลลิเชี่ยน มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด  มาสอบปากคำหลังพบข้อมูลว่า บริษัทดังกล่าวจำหน่ายยาอาหารเสริมโดยไม่ได้รับอนุญาต  อีกทั้งไม่พบข้อมูลว่าบริษัท แอลลิเชี่ยนฯ ได้มีการขออนุญาตนำเข้าอาหารดังกล่าวเพื่อจำหน่ายต่อคณะกรรมการอาหารและยา  

ทั้งนี้บก.ปคบ.เตรียมออกหมายจับ ผู้จัดการบริษัทดังกล่าวในฐานความผิด นำเข้าซึ่งอาหารเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพรบ. อาหาร พศ. 2522 มาตรา 15 และ 53 ซึ่งมีอัตราโทษ จำคุกไม่เกินสามปี ปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เช่นเดียวกับการตรวจสอบฉลากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารปรากฏว่าฉลากมีการแสดงไม่ถูกต้อง คือข้อความไม่แสดงเป็นภาษาไทย ไม่มีเลขสารบบอาหาร ผู้นำเข้าหรือผู้จำหน่าย ซึ่งมีความผิดฐานนำเข้าหรือจำหน่ายอาหารที่ควบคุมฉลากโดยแสดงฉลากไม่ถูกต้อง ตามพรบ.อาหาร พ.ศ. 2522 ระวางโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท

ข่าวอื่นๆ