ไฟเขียวคุมบาท

วันที่ 10 ก.ย. 2553 เวลา 07:01 น.
‘อภิสิทธิ์’ส่งสัญญาณแบงก์ชาติควบคุมเงินนอกกลัวแข็งค่าแตะ29

เงินบาทยังแข็งค่าพรวดพราด นายกฯ เปิดทาง ธปท.ใช้มาตรการคุมเงินทุนไหลเข้าออกได้เต็มที่

ค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องปิดตลาดค่าเงินอยู่ที่ 30.8930.91 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นเกือบ 20 สตางค์ เพราะยังมีเงินทุนไหลเข้าต่อเนื่อง ขณะที่ผู้นำเข้าสั่งซื้อเงินเหรียญสหรัฐมากขึ้น
ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาแล้ว 67% ขณะที่เงินทุนไหลเข้าประเทศไทยมากกว่า 1 แสนล้านบาทแล้ว โดยเข้ามาในตลาดหุ้นร่วม 5 หมื่นล้านบาท

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าการที่เงินบาทแข็งค่าหลุดระดับ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ไม่ได้อยู่เหนือจากความคาดหมาย ซึ่งได้ให้แนวทางกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไปแล้วว่าสามารถพิจารณาใช้มาตรการดูแลเงินทุนไหลเข้าออกได้หากมีความจำเป็น

นายกฯ กล่าวว่า แนวโน้มค่าเงินบาทยังแข็งค่าอยู่ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าจะแข็งค่าไปถึงระดับ 29 บาทหรือไม่

นายกฯ กล่าวอีกว่า มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบนั้น ก็จะต้องมาดูว่าจะช่วยเหลือกันอย่างไร แต่ว่าคงไม่ใช่ลักษณะของการเหมารวมทั่วไป

นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทำให้ภาคส่งออกไทยแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้ยากขึ้น เพราะไม่สามารถปรับขึ้นราคาได้จึงต้องการให้รัฐบาลเข้ามาดูแลด่วน เพราะเดือน ส.ค.เดือนเดียวแข็งค่าขึ้นมา 1.8%

มาตรการที่รัฐบาลควรนำมาใช้ คือ ไม่ให้มีเงินต่างชาติเข้ามาเก็งกำไรและไม่ควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก

“ถ้าเทียบกับประเทศคู่แข่ง เงินบาทไทยถือว่าโดดสุดเดือน ส.ค. ค่าเงินจีนลดลง 0.16% อินโดนีเซียลด 0.41% มาเลเซียแข็ง 1% ฟิลิปปินส์แข็ง 1% เกาหลีใต้แข็งค่าขึ้น 0.25% ผู้ส่งออกจะทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าก็ไม่กล้าขึ้นราคา แต่คู่แข่งลดราคาได้” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า จะเชิญสมาชิกกลุ่มอุตสาหกรรมมาหารือถึงผลกระทบจากการที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลเพื่อหามาตรการดูแลหรือรับมือต่อไป เพราะถ้าแตะ 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐคิดว่าวิกฤติแน่ ธปท.คงต้องหามาตรการดูแล