‘แพทย์เดินดอย’ อุทิศตนเพื่อผู้คนที่ลำบาก

วันที่ 15 เม.ย. 2560 เวลา 10:29 น.
‘แพทย์เดินดอย’ อุทิศตนเพื่อผู้คนที่ลำบาก
โดย...ภาดนุ

 ในสังคมทุกวันนี้ จะมีใครสักกี่คนที่ลุกขึ้นมายอมเสียสละความสุขส่วนตัว และทำเพื่อผู้คนที่ยากลำบากกว่าแบบเต็มใจบ้าง

 ถึงมีก็น่าจะหายากเต็มที แต่โชคยังดีที่สังคมไทยยังมีคนอย่าง นพ.ประจินต์ เหล่าเที่ยง แพทย์ชำนาญการพิเศษ ระดับ 8 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ โรงพยาบาลวัดจันทร์ฯ จ.เชียงใหม่ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหมอที่ไม่ได้นั่งรอรักษาผู้ป่วยแต่ในโรงพยาบาลเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้เสียสละโดยเดินเท้าเข้าไปรักษาผู้ป่วยในพื้นที่ยากลำบากอีกด้วย

 “ขอเล่าย้อนไปเมื่อปี 2552 ผมได้พบปัญหาคือ ประชาชนในพื้นที่เขต อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ มักจะป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับการติดเชื้อ เช่น ไข้ไทฟอยด์ และโรคฉี่หนู และคนส่วนใหญ่มีฐานะยากจน บวกกับสภาพพื้นที่เป็นภูเขา อยู่ห่างไกลและทุรกันดารถึงร้อยละ 80 ของพื้นที่ พวกเขาจึงต้องการความช่วยเหลือด้านการคมนาคมเป็นอย่างมาก นี่จึงเป็นจุดกำเนิดของโครงการแพทย์เดินเท้าครับ

 "การเดินเท้าเข้าไปรักษาผู้ป่วยตามหมู่บ้านหลังเขาที่ไม่มีเส้นทางเดิน จำเป็นต้องแบกยาและสัมภาระเข้าไปเอง ผมจะเดินเท้าไปรักษาคนทุกๆ 3 เดือน และเดินกว่า 40 หมู่บ้าน โดยใช้เวลาในการเดินเท้า 5 วัน สำหรับในช่วงฤดูหนาวเมื่อเราเดินเท้าเข้าไป เราก็จะรวบรวมผ้าห่มและอุปกรณ์กันหนาวเพื่อไปแจกให้กับคนในพื้นที่ด้วย"

 ปัจจุบัน "โครงการแพทย์เดินเท้า" ได้กลายเป็นโครงการจิตอาสาทางการแพทย์ ซึ่งมูลนิธิ พอ.สว. ของสมเด็จย่า ได้เข้ามาช่วยสนับสนุนจนกลายเป็นโครงการในระดับประเทศ ทำให้เกิดอาสาสมัครแพทย์เดินเท้าที่เป็นจิตอาสาทั่วประเทศมากกว่า 500 คน โดยกระจายไปยัง จ.น่าน แม่ฮ่องสอน และตาก ในช่วงฤดูฝนที่เส้นทางคมนาคมลำบาก ซึ่งโครงการนี้ยังดำเนินการต่อเนื่องอยู่ทุกปีจนถึงปัจจุบันนี้

จากโครงการแรกที่ทำ นพ.ประจินต์ ยังต่อยอดไปสู่โครงการส้วมสร้างสุข เนื่องจากพบว่า มีเด็กชาวเขาในหลายพื้นที่ของจังหวัดทางภาคเหนือเป็นโรคขาดอาหาร มีอาการพุงโลก้นปอด ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการที่ชาวเขาทั้งเด็กและผู้ใหญ่ติดเชื้อหนอนพยาธิจากการที่ไม่มีสุขา ทั้งๆ ที่แจกยาฆ่าหนอนพยาธิทุกปี แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้มานานกว่า 20 ปี

 “เมื่อรู้แบบนั้น ผมจึงได้เริ่มชักชวนชาวบ้าน พร้อมทั้งมอบอุปกรณ์ในการสร้างส้วมหลังละ 3,000 บาท โดยระดมคนให้ช่วยกันสร้างส้วมมามากกว่า 1,300 หลัง ตั้งแต่ปี 2554 ปัจจุบันขยายไปหลายอำเภอในจังหวัดทางภาคเหนือ ซึ่งเราเปิดรับบริจาคทั้งปูน ท่อ เมทัลชีต และหัวส้วม ปีนี้มีแผนจะสร้างส้วมอีก 300 หลัง และยังขาดอยู่อีกประมาณ 4,000 หลัง โดยมุ่งเน้นช่วยชาวบ้านที่ยากจน คาดว่า ภายในปี 2570 ประเทศไทยจะมีส้วม 100% และจะทำให้คุณภาพชีวิตเด็กชนเผ่าไม่เป็นโรคขาดสารอาหาร คุณภาพน้ำก็จะไม่มีหนอนพยาธิเจือปน ครอบคลุมทุกจังหวัดในเขตภาคเหนือ”

 ไม่เพียงเท่านั้น ในปี 2555 ที่ผ่านมา นพ.ประจินต์ ยังริเริ่มโครงการชุมชนร่วมใจสร้างฝายเพื่อถวายในหลวง หลังจากเข้าไปเยี่ยมชาวบ้านบนภูเขาและเห็นว่าชาวบ้านประสบปัญหาภัยแล้งทุกปีในเขต อ.อมก๋อย

 “ช่วงที่ริเริ่มโครงการสร้างฝายฯ ผมได้ไปศึกษาการทำฝายกึ่งถาวรตามแนวพระราชดำริจากศูนย์พัฒนาห้วยฮ่องไคร้ โดยใช้ดินผสมปูนในการก่อสร้าง ซึ่งจะใช้งบประมาณน้อยแค่ 1,000-2,000 บาท/ฝาย 1 ตัว ผมจึงช่วยกันทำกับชาวบ้าน ฝายนี้สามารถเก็บกักน้ำนานกว่า 10 ปี โดยทำกันมากกว่า 10 ตัว/ลำห้วย ปัจจุบันขยายไป อ.แม่แจ่ม กัลยาณิวัฒนา ขุนยวม ปางมะผ้า ท่าสองยาง และแม่ระมาด ปัจจุบันสร้างไปแล้วมากกว่า 500 ฝาย โดยฝายจะช่วยเรื่องอุปโภค บริโภค และช่วยในเรื่องการเกษตรในฤดูแล้งอีกด้วย”

 ล่าสุด นอกจากรักษาผู้ป่วยและทำโครงการอื่นๆ แล้ว คุณหมอยังได้ทำโครงการจิตอาสาสร้างโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล โดยร่วมกับพระอาจารย์ทรงพล เขมรังสี สำนักสงฆ์วัดเขาตะเบ็ง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ในการสำรวจ โดยเข้าไปทำโครงการในพื้นที่บนเขาที่ห่างไกลใน จ.ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และน่าน ตามลำดับ

 นพ.ประจินต์ ทิ้งท้ายว่า ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ทำความดีช่วยเหลือสังคมมา อาจทำให้เขาได้รับรางวัลมามากมาย แถมยังได้รับเชิญไปออกทีวีตามช่องต่างๆ อีกหลายช่อง แม้จะเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจ แต่สิ่งที่ทำให้มีความสุขยิ่งกว่าก็คือ การได้เสียสละความสุขส่วนตัวและทำเพื่อให้ผู้อื่นที่ลำบากกว่าได้มีชีวิตที่ดีขึ้นนั่นเอง

 นี่แหละนับเป็นความยากลำบากของบุคลากรทางการแพทย์ผู้อุทิศร่างกายและจิตใจเพื่อหน้าที่ และดำเนินรอยตามเบื้องพระยุคลบาทในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยากอย่างแท้จริง…

ผู้ที่สนใจบริจาคได้ที่ กองทุนพัฒนาโรงพยาบาลวัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (บัญชีออมทรัพย์) สาขาสะเมิง เลขที่บัญชี 020043941015 

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต