รวบ2คนร้ายแก๊งหมูบินตระเวนลักทรัพย์บ้านหรู พบมีบ้านพิธีกรดังด้วย

  • วันที่ 02 เม.ย. 2560 เวลา 19:51 น.

รวบ2คนร้ายแก๊งหมูบินตระเวนลักทรัพย์บ้านหรู พบมีบ้านพิธีกรดังด้วย

ตำรวจปากเกร็ดจับ 2 คนร้ายตระเวนลักทรัพย์หมู่บ้านหรู สารภาพงัดบ้าน "ณวัฒน์ อิสรไกรศีล" ฉกทรัพย์หลานล้านบาทไปขายบ่อนในเขมร

เมื่อวันที่ 2 เม.ย. พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สุศักดิ์ ปรักกมะกุล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ โมรานนท์ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.ฤทธิ์นันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด ร่วมแถลงข่าวจับกุม นายณัฐ หรือโต้ง ชาหอม อายุ 39 ปี และนายกีรติ หรือแจ๊ค กุมพล อายุ 38 ปี สมาชิกแก๊งหมูบิน ซึ่งเป็นแก๊งงัดแงะชื่อดัง โดยของคนร้ายจะตระเวนขับรถยนต์ราคาแพงเข้าออกหมู่บ้านหรูในพื้นที่เขตกรุงเทพฯและปริมณฑลก่อนจะก่อเหตุเข้างัดบ้านและขโมยทรัพยสิน ซึ่งหนึ่งในนั้นมีบ้าน นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล พิธีกรชื่อดังรวมอยู่ด้วยซึ่งได้สูญเสียทรัพย์สินไปมูลค่ารวมกว่า 5ล้านบาท

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมได้พร้อมทรัพย์สินที่ขโมยมาหลายรายการ อาทิ พระเครื่องเลี่ยมทอง นาฬิกาหรู แบรนด์ดัง ทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ กำไลเพชร แหวนเพชร และอาวุธปืน 7 กระบอก รถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า คัมรี่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 2กพ 152 กทม. ไขควงขนาดใหญ่ ใบเลื่อยตัดเหล็ก ชะแลง ถุงมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุ รวม 151 รายการ

พล.ต.ต.ธนายุตม์ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาทั้งสองเป็นสมาชิกอยู่ในแก๊งลักทรัพย์หมูบิน ซึ่งสมาชิกแก๊งบางส่วนได้ถูกจับกุมดำเนินคดีไปก่อนหน้าแล้ว โดยคนร้ายทั้งสองได้ถูกเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามจับกุมตัวได้ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่ง ภายใน จ.ฉะเชิงเทรา

ขณะที่พฤติกรรมคนร้ายทั้งสองคน ก่อนลงมือก่อเหตุในแต่ละครั้งจะทำทีขับรถเก๋งราคาแพงเข้า-ออกหมู่บ้านหรูเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและสวมป้ายทะเบียนปลอมเพื่ออำพราง ก่อนจะเลือกบ้านเป้าหมายหลังใหญ่ที่มีรถหรูราคาแพงจอดเอาไว้อยู่ภายในบ้านที่ไม่มีคนอยู่และไม่เลี้ยงสุนัข เพื่อความสะดวกในการปีนเข้า-ออกโจรกรรมทรัพย์สินภายในบ้าน

นายณัฐให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมลงมือก่อเหตุกับนายกีรติ โดยจะแบ่งกันทำหน้าที่ มีนายกีรติทำหน้าที่คนขับรถและดูต้นทางส่วนตนจะเป็นคนปีนเข้าไปงัดบ้านเพื่อเข้าไปขโมยทรัพย์สินที่อยู่ภายในบ้านและลากเอาตู้เซฟ ออกมานอกบ้านเพื่อใช้ไขควงขนาดใหญ่ 2 ด้ามค่อยๆงัดบานประตูของเซฟออก เเล้วนำใส่กระเป๋าเป้ที่สะพายเตรียมมาพร้อมกับรีบปีนรั้วบ้านหนีออกมา ซึ่งทรัพย์สินส่วนใหญ่ที่ได้ลักทรัพย์มาจะเอาข้ามฝั่งไปขายยังบ่อนคาสิโนที่ประเทศกัมพูชา จากนั้นจะนำเงินที่ได้มาแบ่งกัน

นายณัฐกล่าวอีกว่า เคยลงมือก่อเหตุโจรกรรมตู้เซฟมาแล้วกว่า 30 ครั้ง รวมทั้งได้เข้าลักทรัพย์บ้านของ นายณวัฒน์ ได้ทรัพย์สินและของมีค่าไปจำนวนมากและได้นำไปขายยังบ่อนคาสิโนในประเทศกัมพูชา

ต่อมาในช่วงบ่าย นายณวัฒน์ ได้เดินทางมายัง สภ.ปากเกร็ด เพื่อมาดูตัวผู้ต้องหาและดูทรัพย์สินต่างๆที่ถูกโจรกรรมไปเมื่อช่วงต้นเดือนปี 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สามารถตามยึดทรัพย์สินมีค่าต่างๆกลับมาได้บางส่วน แต่ยังไม่พบทรัพย์สินของนายณวัฒน์ เนื่องจากคนร้ายได้นำทรัพย์สินไปขายยังบ่อนคาสิโน โดยนายณวัฒน์ได้พยายามสอบถามรายละเอียดถึงแหล่งสถานที่ที่ทางผู้ต้องหานำไปขาย เพื่อจะได้ติดตามไปไถ่ทรัพย์สินกลับคืน เพราะเป็นทรัพย์สินที่บิดา-มารดาได้มอบให้เอาไว้ประจำตระกูล อีกทั้งเป็นของมีคุณค่าทางจิตใจที่สะสมสืบทอดมาเป็นเวลาแล้ว

ทั้งนี้นายณวัฒน์ได้ขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ใช้ความพยายามในการแกะรอยติดตามจนสามารถจับกุมคนร้ายไว้ได้

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านผู้เสียหาย ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฎิบัติการพิเศษคอยดูแลความสงบก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป

ข่าวอื่นๆ