สูงวัยอย่างสง่า ชราอย่างมีคุณภาพ

วันที่ 01 เม.ย. 2560 เวลา 11:25 น.
สูงวัยอย่างสง่า ชราอย่างมีคุณภาพ
โดย...สมแขก ภาพ : สสส.

 ในอีก 10 ปีข้างหน้า คนวัยทำงานจะลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว สัดส่วนประชากรของไทยราว 67 ล้านคนจะมีผู้สูงอายุมากขึ้น กลุ่มคนที่หารายได้มีน้อยลง เท่ากับว่ารัฐจะเก็บภาษีได้น้อยลงไปด้วย

 ขณะที่ในมิติของสังคม ช่องว่างระหว่างวัยก็จะเป็นปัญหาสำคัญ เมื่อคนนิยมอยู่เป็นโสด ผู้สูงอายุจะถูกส่งไปดูแลในสถานบริการมากขึ้นและเต็มไปด้วยโรครุมเร้า

 จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คาดการณ์และประมาณประชากรในปี 2583 ว่า จำนวนผู้สูงอายุในช่วงวัย 60-69 ปี จะเพิ่มสูงขึ้น 14% ช่วงวัย 70-79 ปี เพิ่มขึ้น 12% และช่วงอายุ 80-89 ปี เพิ่มขึ้น 6.1%

 เมื่อจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นนอกจากการเตรียมพร้อมสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุแล้ว การพัฒนาผู้สูงอายุให้มีศักยภาพสามารถพึ่งพิงตนเองได้ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลยเช่นกัน

 ทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุได้พัฒนาเพื่อเป็นผู้สูงอายุที่มีศักยภาพ (Active Ageing) คือ “โรงเรียนผู้สูงอายุ” ซึ่งเป็นสถานที่ผู้สูงอายุสามารถมีสุขภาวะที่ดีทั้งกาย จิต ปัญญา สังคม

 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) จัดเวทีแลกเปลี่ยน “การขับเคลื่อนผลักดันนโยบายโรงเรียนผู้สูงอายุสู่ชุมชน” เพื่อให้โรงเรียนผู้สูงอายุขับเคลื่อนไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีหลักประกันที่มั่นคง ประสบความสำเร็จและสร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคมนำไปสู่การพึ่งพิงตนเองให้ได้นานที่สุด

 พญ.ลัดดา ดำริการเลิศ เลขาธิการมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) กล่าวถึงแนวทางพัฒนาผู้สูงอายุให้มีศักยภาพว่า ต้องทำให้ผู้สูงอายุสามารถพึ่งพาตนเองได้ มีคุณค่าและทรัพย์สิน ซึ่งผู้สูงอายุจะต้องได้รับการพัฒนาและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปรับตัวเข้าสู่สถานภาพใหม่ของการเป็นผู้สูงอายุ

 ปัจจุบันกลไกที่ทำให้ผู้สูงอายุรวมตัวกันได้ มีเพียงชมรมผู้สูงอายุที่มีอยู่กว่า 2 หมื่นชมรม บางส่วนมีความเข้มแข็งสามารถต่อยอดกิจกรรมเป็นโรงเรียนผู้สูงอายุที่มีกิจกรรมถ่ายทอดความรู้และการเรียนรู้ เพื่อยกระดับการเป็นผู้สูงอายุที่มีศักยภาพ

ภรณี ภู่ประเสริฐ

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต