DSIเพิ่มกำลังดูแลพื้นที่ธรรมกาย หลังการข่าวแจ้งอาจมีบุคคลก่อความวุ่นวาย

วันที่ 23 ก.พ. 2560 เวลา 22:57 น.
DSIเพิ่มกำลังดูแลพื้นที่ธรรมกาย หลังการข่าวแจ้งอาจมีบุคคลก่อความวุ่นวาย
ดีเอสไอยกระดับเพิ่มกำลังดูแลพื้นที่ธรรมกาย หลังการข่าวพบอาจมีกลุ่มบุคคลมาก่อความวุ่นวาย ตร.แนะศิษย์เปิดทางให้ตรวจค้นเพื่อนำไปสู่การเสนอยกเลิกม.44

เมื่อวันที่ 23 ก.พ. พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงว่า ปฏิบัติการตรวจค้นในพื้นที่วัดพระธรรมกาย บริเวณประตู 1 เนื่องจากทราบข่าวว่ามีบุคคล วีไอพี ที่ต้องการตัวหลบซ่อนอยู่ใกล้จุดอาคารก่อสร้างโรงพยาบาล แต่เมื่อตรวจค้นไม่พบ แต่กลับพบพระสงฆ์จำนวน 6 รูป และกลุ่มบุคคลอีก 22 คน เจ้าหน้าที่จึงนำตัวมาสอบสวนทำประวัติและส่งตัวกลับภูมิลำเนา

ทั้งนี้ ดีเอสไอ ได้มีการยกระดับเพิ่มกำลังดูแลพื้นที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย หลังมีการข่าวว่าอาจมีกลุ่มบุคคลเข้ามาก่อเหตุความวุ่นวาย โดยขอทำความเข้าใจกับประชาชนที่ชุมนุมบริเวณหน้าตลาดคลองหลวงและพื้นที่รอบวัดพระธรรมกายเพื่อต่อต้านการประกาศใช้มาตรา 44 ว่า เจ้าหน้ายืนยันการใช้ มาตรา 44 แม้จะมีอำนาจสูงสุด แต่การปฏิบัตินั้นใช้เพียงบางส่วนเพื่อไม่ให้ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน และมองว่าแม้ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จะใช้กฎหมายปกติ แต่ทางมวลชนก็ยังต่อต้าน จึงฝากไปยังผู้ชุมนุมว่าพื้นที่ทั้งหมดเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ ซึ่งหากฝ่าฝืนร่วมชุมนุมจะมีความผิดตามกฎหมาย

ด้าน พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 กล่าวว่า การยกระดับในการปฏิบัติแต่ละครั้งดีเอสไอเป็นผู้ประสาน ตำรวจมีหน้าที่ปฏิบัติตาม ซึ่งได้พยายามดำเนินการจากเบาไปหาหนัก เพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกับมวลชน โดยขณะนี้ตำรวจพยายามไม่ให้มีการนำอาหารเข้าไปภายในวัด เพื่อต้องการให้พระสงฆ์และศิษยานุศิษย์ออกมาจากวัดเอง

"ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ยังต้องการตรวจค้นโซนเอ /โซนบี และจุดต้องสงสัยบางจุด ซึ่งหากตรวจค้นแล้วสามารถตอบข้อสงสัยของประชาชนก็จะถอนกำลังออกมาทันที จากนั้นจะทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอขอยกเลิกการใช้กฎหมายมาตรา 44"พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าว

ขณะที่นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ระบุว่า ได้มีหนังสือคำสั่งให้ฝ่ายปกครองท้องถิ่น นายอำเภอ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ปฏิบัติตามหน้าที่คอยสนับสนุนการทำงานของดีเอสไอ ทำความเข้าใจกับลูกบ้านถึงการสนับสนุนการปฏิบัติการในครั้งนี้ แต่เรื่องความเชื่อต้องใช้เวลาให้ประชาชนเข้าใจ

ภาพจากเฟซบุ๊ก Policenews