มาร์คค้ำยันตั้งไทยไทเกอร์โสภณไม่สนเรียกจำปีแจง

วันที่ 03 ก.ย. 2553 เวลา 06:46 น.
มาร์คหนุนบินไทยตั้งไทย ไทเกอร์ ย้ำไม่ให้การเมืองแทรก โสภณย้ำชัดต้องกำกับดูแล พร้อมเรียกแจงรายละเอียดอีกครั้ง 15 ก.ย.นี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมและรับฟังการดำเนินงานของ บริษัท การบินไทย ว่า บริษัทจะต้องมีการบริหารงานที่คล่องตัวและยืดหยุ่นด้านการบริหารงาน ซึ่งผู้กำกับนโยบายจะต้องไม่ทำตัวเป็นอุปสรรคในการบริหารงาน โดยรัฐบาลและฝ่ายการเมืองจะไม่เข้าไปแทรกแซงการทำงานในระดับบริหารงาน เพราะการบินไทยแข่งขันเชิงธุรกิจระดับสากล ซึ่งหลายคนคาดหวังถึงความสำเร็จที่ยั่งยืน ไม่เว้นแม้แต่ฝ่ายการเมืองที่จะช่วยสนับสนุนให้การบินไทยเป็นสายการบินของคนไทยทั้งนี้ ในปัจจุบันธุรกิจการบินเกิดการแข่งขันแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด ทำให้การบินไทยต้องขยายบริการไปทุกๆ ส่วน ทั้งระดับพรีเมียม สายการบินราคาประหยัด และสายการบินต้นทุนต่ำ ซึ่งหากฝ่ายบริหารเห็นว่ามีความจำเป็นต้องดำเนินการอย่างไร รัฐบาลก็พร้อมสนับสนุน และเชื่อว่า ฝ่ายบริหารจะไม่ปล่อยให้เกิดปัญหา หรือคิดจะโยนความรับผิดชอบหรือขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลเพียงอย่างเดียวด้านนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ยืนยันว่า ฝ่ายกำกับนโยบายและการเมืองจะไม่เข้าไปแทรกแซงการทำงานของการบินไทย แต่ในฐานะของรัฐมนตรีที่กำกับดูแลหน่วยงานและมีหน้าที่ไปชี้แจงต่อผู้แทนประชาชนในรัฐสภา ก็จำเป็นจะต้องรับทราบข้อมูลการบริหารงาน ซึ่งการบินไทยจะต้องชี้แจงข้อสงสัยของกระทรวงให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นตนก็อาจจะถูกข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หากการบินไทยสามารถชี้แจงถึงเหตุผลความจำเป็นของการตั้งสายการบินไทย ไทเกอร์ แอร์เวย์ส ได้ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และการบินไทยก็สามารถดำเนินการได้ แต่หากตรวจสอบแล้วไม่เป็นประโยชน์และไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถดำเนินการจัดตั้งได้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมยังรอคำชี้แจงจากฝ่ายบริหารการบินไทย เพราะในเอกสารที่ได้ชี้แจงไปก่อนหน้านี้ไม่ละเอียด ซึ่งนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม จะเรียกผู้บริหารการบินไทยมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวอีกครั้งหลังวันที่ 15 ก.ย.นี้นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย กล่าวว่า การบินไทยมีความจำเป็นต้องจัดตั้งสายการบินต้นทุนต่ำ เนื่องจากสถานการณ์ของธุรกิจการบินได้เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อ 10 ปีก่อนเป็นอย่างมาก ตั้งแต่โลกนี้มีสายการบินต้นทุนต่ำเกิดขึ้น โดยในส่วนของการบินไทยเคยมีส่วนแบ่งธุรกิจการบินในประเทศสูงถึง 82% เมื่อ 7 ปีที่แล้ว และปัจจุบันส่วนแบ่งของการบินไทย รวมกับนกแอร์ รวมกันแล้วเหลือเพียง 52% ขณะที่ส่วนแบ่งในตลาดภูมิภาคเดิมการบินไทยมีส่วนแบ่ง 43% และลดลงเหลือ 33% โดยส่วนที่ลดลงไปอยู่ในธุรกิจการบินต้นทุนต่ำที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว จาก 2% เป็น 7% ในระยะ 7 ปีที่ผ่านมา การบินไทยจึงจำเป็นต้องตั้งสายการบินต้นทุนต่ำโดยร่วมมือกับผู้บริหารมืออาชีพ เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดกลับคืน

                “ครึ่งปีแรกปี 53 การบินไทยกำไร 12,276 ล้านบาท คาดว่าจะในช่วงต่อไปทิศทางธุรกิจการบินจะดีขึ้นตามลำดับ โดยการบินไทยจะพัฒนาเพิ่มฝูงบินและเสนอครม.ในช่วงปลายปีนี้ คาดว่าปี 2557 บริษัทจะขยายฝูงบินได้เต็มศักยภาพ“ นายปิยสวัสดิ์ กล่าว