ดร.สุเมธเผย ในหลวงร.9ทรงให้ความสำคัญกับ "นวัตกรรมธรรมชาติ"

  • วันที่ 16 พ.ย. 2559 เวลา 18:12 น.

ดร.สุเมธเผย ในหลวงร.9ทรงให้ความสำคัญกับ "นวัตกรรมธรรมชาติ"

ดร.สุเมธเผย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงให้ความสำคัญกับนวัตกรรมธรรมชาติเพื่อดูแลรักษาทรัพยากรของประเทศให้สมบูรณ์

เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวบรรยายในงาน CHULA’s Global Innovation Talk เรื่อง "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดชกับนวัตกรรมเพื่อสังคมไทย" ที่จัดโดย ศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ CU Innovation Hub เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหา ตลอดจนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยจัดขึ้นที่อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีผู้เข้าร่วมเป็นประขาขนทั่วไป นักเรียนนักศึกษา เจ้าหน้าที่รัฐ และเจ้าหน้าที่ทูตจากประเทศต่างๆมากกว่า 300 คน

ดร.สุเมธ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงรับสั่งไว้ว่าหากจะทำอะไรให้เริ่มจากฝันก่อนเพราะไม่มีขอบจำกัดทุกเรื่องสามารถสร้างจิตนาการได้ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงให้ความสำคัญกับการจัดการ ปกป้องและสร้างทดแทนทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยนวัตกรรมธรรมชาติ ที่พระองค์ได้ทรงทำมาอย่าต่อเนื่องไม่เคยเปลี่ยนแปลง แม้ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตาม

"ยูเอ็นบอกว่า 30 ปีข้างหน้าจะมีประชากร 9,000 ล้านคน จะต้องใช้ทรัพยากรอีกจำนวนมาก ทุกคนล้วนใช้ทรัพยากรของโลก มนุษย์เป็นนักบริโภคพร้อมกับเป็นนักผลิตขยะ ยิ่งรวยก็ยิ่งบริโภคประเทศที่พัฒนาอย่างสูงส่งเมื่อเทียบกับประเทศไม่พัฒนาแล้วจะบริโภคมากกว่า 4 เท่า จะเห็นว่า 70 ปีของการครองราชย์พระองค์ท่านไม่เคยเปลี่ยนแนวเลย ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนอย่างไร ทิศทางของประเทศอย่างไร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงไม่เคยเปลี่ยน คือทรงพยายามดูแลรักษาทรัพยากรของประเทศให้สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้

"อะไรที่ถูกทำลายไปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชก็พยายามค้นหาวิธีเอากลับคืนให้เหมือนเดิมไม่ว่าจะเป็น น้ำป่า เพราะมนุษย์ทำลายมากขึ้น" เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าว

ดร.สุเมธ กล่าวอีกว่า เหมือนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงรับสั่งวันแรกที่ครองราชย์ ท่านรับสั่งอย่างไรก็ทำอย่างนั้น ปัญหาคือคนไทยชอบเห็นในหลวงแต่ไม่เคยแสวงหาคำตอบว่าทรงทำอย่างนั้นอย่างนี้เพื่ออะไร ความรู้จึงไม่เกิดทั้งที่พระองค์ทรงสอนตลอด

"ผมโชคดีที่ได้เข้าไปถวายงานแม้จะครึ่งหนึ่งของการครองราชย์ก็ตาม ที่ผ่านมาผมเคยทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชว่า ข้าพเจ้าทุกข์ใจมากเกรงว่าจะถวายงานไม่ได้เพราะไม่มีความรู้เนื่องจากจบรัฐศาสตร์การทูต พระองค์ท่านทรงรับสั่งว่า 'ไม่รู้เรื่องอะไรฉันจะสอนเอง'

"ผมจึงเป็นนักเรียนที่ยาวนานที่สุด 35 ปี แต่ก็เรียนไม่จบเพราะพระองค์หยุดสอนก่อน เหลือแต่ที่ทรงได้ถ่ายทอดไว้ พระองค์ทรงสอนทุกอย่างแม้แต่ความเป็นมนุษย์ที่ดี ไปจนถึงจิตวิญญาณ แม้ว่าจะขัดกับโลกวัตถุนิยมในขณะนี้ก็ตาม"ดร.สุเมธ กล่าว

เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวอีกว่า นักวิทยาศาสตร์บอกว่าในอนาคตไม่มีสงครามแย่งชิงน้ำมัน แต่ในทศวรรษหน้าจะมีสงครามที่ยิ่งใหญ่กว่าคือ สงครามแย่งน้ำ ดังนั้นควรเปลี่ยนจากการมุ่งนวัตกรรมเพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์ให้เป็นประโยชน์สุขทางสังคม พระเจ้าอยู่หัวเป็นพระมหากษัตริย์ ที่เป็น "ชีฟออฟสเตท" (chief of state) ไม่มีเรื่องธุรกิจมาเกี่ยวข้อง นักธุรกิจหลายคนต้องการเอาอย่างแต่ไม่สามารถเปลี่ยนแนวทางไปทำในทางธุรกิจได้

ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงใช้ธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดและใช้ธรรมชาติในการแก้ไขธรรมชาติ ส่วนตัวคิดว่าเป็นศิลปะที่สุดยอดมาก เช่น กังหันชัยพัฒนา หรือฝนหลวง ที่ใช้วิธีการง่ายๆแบบธรรมชาติไม่เว้นแม้แต่ การปกป้องผิวดินด้วยหญ้าแฝก

"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงใช้ศาสตร์ทุกส่วนที่อยู่ในความพอเพียง ผูกวิชาความรู้ร้อยเป็นลูกโซ่ บางครั้งตัวผมเลยกลายเป็นนวัตกรจำเป็น เช่น วันหนึ่งที่เชียงใหม่ท่านรับสั่งว่ามีเกาะแห่งหนึ่งในแปซิฟิกใต้ ไม่มีน้ำจืด แต่มีหมอกเมฆ เขาสร้างน้ำจืดโดยใช้แผงดักหมอกทำน้ำประปา พระองค์ท่านก็ให้ผมทดลองทำ เมื่อเจอโจทย์นี้ก็ปวดหัวเหมือนกันแต่ก็ทดลองทำโดยไปซื้อมุ้งไนลอนกับไม้ไผ่มาทำเป็นกรอบ ซึ่งก็สามารถเก็บน้ำได้จริง จะเห็นได้ว่าพระองค์จะให้มีการทดลองตลอดเวลา ต่อมาไอเดียนี้สามารถนำไปใช้ในการปลูกป่าเพื่อรดน้ำต้นไม้ได้ เป็นสิ่งที่มีประโยชน์เมื่อรู้จักใช้ตามกาลเทศะ"เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนากล่าว

ดร.สุเมธ กล่าวว่า อีกกรณีหนึ่งคือ โครงการแก้มลิง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงมีศิลปะในการสั่งสอนที่แนบเนียนมาก พระองค์ให้ผมไปนั่งดูลิงเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ในกรณีเช่นนี้ พระองค์จะไม่รับสั่งอะไรที่เป็นเรื่องเล่นๆ ผมก็ไปนั่งดูลิงจนเข้าใจว่าท่านต้องการให้เก็บน้ำไว้ในพื้นที่เหมือนลิงเก็บอาหารไว้ในแก้ม นี่คืออินโนเวชั่นหนึ่งของพระองค์ในการแก้ไขปัญหา

"อีกกรณีหนึ่งมีการจะสร้างเมืองถวายในหลวง 3,000 ไร่เพื่อเฉลิมพระเกียรติที่ย่านคลอง 5-6 พระองค์ท่านบอกว่างานนี้จะทำให้เสื่อมพระเกียรติต่างหาก เพราะของเสียต่างๆจะไหลเข้าสู่กรุงเทพฯ ในที่สุดโครงการนั้นก็ถวายที่ดินเปล่าให้ พระองค์ท่านก็ให้ผมไปขุดสระเพื่อสร้างเป็นแก้มลิง ทุกวันนี้ก็กลายเป็นแก้มลิงเอนกประสงค์ใช้ประโยชน์ได้สารพัด พระองค์ท่านก็สอนธรรมดาสามัญเช่นนี้"

 

ข่าวอื่นๆ