ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีให้ดังที่สุด

  • วันที่ 21 ต.ค. 2559 เวลา 06:30 น.

ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีให้ดังที่สุด

“อยากให้ประชาชนที่เป็นลูกของพ่อแสดงความจงรักภักดี แสดงความรักที่มีต่อในหลวง เราอยากแสดงให้คนไทยรวมทั้งชาวต่างชาติได้เห็นถึงความรักความสามัคคี”

ในวันเสาร์ที่ 22 ต.ค.นี้ หลายคนเตรียมตัวจะไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการรวมพลังร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีให้ก้องโลก เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและร่วมแสดงความไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แม้จะปุบปับและฉุกละหุกทั้งคนจัด คนบรรเลง คนร้อง คนกำกับภาพยนตร์ โดยเคยประกาศเลื่อนจากวันเสาร์ที่ 22 ต.ค. เป็นวันศุกร์ที่ 21 ต.ค. และในที่สุดก็กลับมาจัดตามกำหนดการเดิม นั่นคือวันเสาร์ที่ 22 ต.ค.นี้ เวลา 13.00 น. ซึ่งเชื่อว่าทั้งคนร้อง คนจัด นักดนตรี และประชาชนทุกคน จะร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีให้ดังที่สุดในโลก

สมเถา สุจริตกุล ผู้รับหน้าที่วาทยากรในงาน รวมพลังร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี” ให้ก้องโลก ในวันเสาร์ที่ 22 ต.ค.นี้ กล่าวว่า แต่แรกงานจะมีการเลื่อนมาเป็นวันศุกร์ที่ 21 ต.ค. จริง แต่เนื่องจากนักดนตรีในวงจำนวนหนึ่งที่จะต้องมาบรรเลงเพลงติดงานรับพระราชทานปริญญาบัตร จึงไม่สามารถเลื่อนได้

สมเถาได้กล่าวขอโทษสื่อมวลชนที่มีกระแสข่าวเลื่อนไปเลื่อนมา แต่ในที่สุดก็มีข้อสรุปว่าให้จัดงานในวันเสาร์ที่ 22 ต.ค.ตามเดิม ซึ่งน่าจะมีประชาชนมาร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นจำนวนมาก เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โดยตามกำหนดการเดิมจะเริ่มบันทึกเทปในเวลา 13.00 น. บริเวณถนนหน้าพระลาน กำแพงพระบรมมหาราชวัง ซึ่งจะมีการปิดการจราจรโดยรอบ เพื่อร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างพร้อมเพรียงกัน โดยมีวงดุริยางค์สยามฟิลฮาร์โมนิก (The Siam Philharmonic Orchestra) ที่ใช้เครื่องดนตรีจำนวน 100 ชิ้น และคอรัสจำนวน 100 คน

ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล หรือ ท่านมุ้ย จะเป็นผู้กำกับการด้านภาพและการบันทึกเสียง เพื่อนำเพลงสรรเสริญพระบารมีเวอร์ชั่นประวัติศาสตร์นี้ ไปฉายในทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ รวมทั้งออกอากาศสถานีโทรทัศน์ต่างๆ โดยฝากเชิญชวนมายังพี่น้องชาวไทย ที่แม้จะยังไม่คลายจากอาการเศร้าโศก แต่ก็ขอให้มารวมพลังเปล่งเสียงร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อสดุดีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้เป็นที่รักและเคารพของปวงชนชาวไทย

คุณหญิงแมงมุม-ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล ธิดาใน ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล กล่าวถึงความคืบหน้าในการเตรียมการร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อเป็นการแสดงความไว้อาลัย และสดุดีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ว่า ขณะนี้ได้เตรียมทีมทำงานแบ่งเป็น 6 ยูนิต โดยมี ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นผู้อำนวยการใหญ่ และมีผู้อำนวยการกองอีกหลายคน อันดับแรก คือ ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล หรือ คุณชายอดัม โอรสใน ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นผู้ควบคุมกล้อง

ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล

นอกจากนี้ยังมีผู้กำกับในแวดวงบันเทิงไทยอีกหลายคน ที่ผนึกกำลังมาร่วมแรงร่วมใจกันทำงานนี้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังมีทีมงานเตรียมกระจายไปตามส่วนต่างๆ เช่น ฝั่งสนามหลวง ซอยรอบๆ สนามหลวง ซึ่ง ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง จะเป็นหนึ่งในไดเรกเตอร์ดูแลความเรียบร้อยอยู่ที่บริเวณซอยรอบๆ สนามหลวงด้วยตัวเอง

“งานนี้เรียกว่าเป็นการรวมคนหัวแถวของวงการบันเทิงมาอยู่รวมกันที่นี่ ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ เพราะทุกคนอยากทำโปรเจกต์นี้ให้ดีที่สุด เท่าที่ทุกคนพอจะทำได้ เราอยากเชิญชวนประชาชนคนไทยทุกคนมาทำงานร่วมกัน เราไม่เกี่ยงว่าต้องมีอาชีพอะไร อยู่วงการบันเทิงหรือเปล่า ซึ่งขณะนี้ทีมงานค่อนข้างยุ่งมาก เพราะเรามีเวลาเตรียมงานแค่ 3 วัน ตอนนี้ก็มีการประชุมกันตลอด ตั้งแต่วันแรกที่ได้รับโครงการมาจากท่านพ่อ เรามีการเตรียมงานกัน ตั้งแต่ดูโลเกชั่น หาบุคคลมาช่วยประสานงานกองถ่าย ซึ่งทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีค่ะ”

นับสะระตะแล้วทีมงานสำหรับโปรเจกต์นี้ทุกฝ่ายรวมแล้วราว 100 คน แบ่งเป็นทีมงานเตรียมอาหาร แบกยก และสิ่งสำคัญที่สุดที่ ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง อยากฝากถึงคนไทยทุกคนก็คือ “อยากให้ประชาชนที่เป็นลูกของพ่อแสดงความจงรักภักดี แสดงความรักที่มีต่อในหลวง มีความเข้มแข็ง เหมือนที่พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสว่า ให้เราคนไทยสามัคคีกัน เราอยากแสดงให้คนไทยรวมทั้งชาวต่างชาติได้เห็นถึงความรักความสามัคคี”

สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับประชาชนที่จะมาแสดงความรักความสามัคคี ด้วยการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีในวันเสาร์นี้ คือ ควรแต่งกายให้สุภาพ ใช้สีดำเป็นหลัก กางเกงยีนส์ได้แต่ต้องเป็นสีดำ

“นอกจากเครื่องแต่งกายที่ต้องดำล้วนแล้ว เราเริ่มถ่ายทำจริงเวลาบ่ายโมงตรง แมงมุมอยากให้ประชาชนเผื่อเวลามาเร็วหน่อย เพราะมีการปิดถนนโดยรอบ มาเร็วเพื่อมาจับจองที่ว่าอยากยืนตรงไหน ไม่ต้องมาลงทะเบียน อีกทั้งในระหว่างการถ่ายทำ ก็อยากให้ดูแลซึ่งกันและกันเพราะอาจใช้เวลานานถึง 5 ชั่วโมง อยากให้ทุกคนมาด้วยความรักกัน ซึ่งสถานที่ที่ใช้ถ่ายทำ ได้แก่ บริเวณหน้าพระลาน รอบสนามหลวง รวมทั้งบริเวณฟุตปาท รวมทั้งซอยข้างๆ 2 ซอย และรอบๆ สนามหลวง เพราะอยากให้เห็นภาพที่มีประชาชนยืนอยู่เต็มที่ท้องสนามหลวง เปล่งเสียงร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี”

ด้านแหล่งข่าวจากกองถ่ายทำโครงการรวมพลังร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันเสาร์ที่ 22 ต.ค.นี้ กล่าวว่า การถ่ายทำวีทีอาร์จะใช้กล้องทั้งหมด 40 ตัว วางอยู่รอบสนามหลวง ถนนหน้าพระลาน และแนวถนนรอบบริเวณท้องสนามหลวง โดยแนวทางในการถ่ายทำจะเน้นความเป็นธรรมชาติของผู้ร่วมแสดงความไว้อาลัย และบรรยากาศสดๆ ของการแสดงความไว้อาลัยตามที่เป็นจริง

“เราไม่อยากซักซ้อมหรือเตี๊ยมกับประชาชนไว้ล่วงหน้าว่าต้องทำอะไร ต้องทำอย่างไรหรือแค่ไหน อยากให้มีความเป็นธรรมชาติที่สุด ขณะเดียวกันก็สะท้อนความจงรักภักดีในแบบที่เป็นเรา ในแบบของชนชาวไทยให้มากที่สุด” แหล่งข่าวจากกองถ่ายเปิดเผย

สำหรับทีมงานหลักคือ ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล หรือ คุณชายอดัม ที่ถูกกำหนดตัวไว้เป็นหนึ่งในทีมของกล้องหลัก ขณะเดียวกันก็เป็นหนึ่งในทีมประสานงานหลักของการถ่ายทำ ปัจจุบันทีมงานทั้งหมดทำงานอย่างหนัก เพื่อเตรียมงานให้มีความพร้อมมากที่สุด เพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุด

“คุณชายอดัมในช่วงนี้แทบไม่ได้นอนเลย โดยเฉพาะในช่วง 2 วันมานี้ เพราะจะต้องเตรียมงานอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งโครงการต้องประสานหลายฝ่ายหลายหน่วยงาน รวมทั้งเป็นการทำเพื่อเฉลิมพระเกียรติ เพราะฉะนั้นก็จะไม่สามารถหรือยอมให้เกิดความผิดพลาดขึ้นได้”

ทั้งนี้ ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล มีกำหนดจะเปิดแถลงข่าวและให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงรายละเอียดทั้งหมดในวันเสาร์ที่ 22 ต.ค. เวลา 11.00 น. ประชาชนที่มีความตั้งใจจะเดินทางมาร่วมเป็นหนึ่งในโครงการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีครั้งยิ่งใหญ่นี้ สามารถติดตามในรายละเอียดทั้งหมดได้อีกครั้ง

สมเถา สุจริตกุล วาทยากรชื่อดังทิ้งท้ายว่า การจัดทำโครงการนี้ คาดหวังว่าอาจทำลายสถิติในกินเนสบุ๊ก ออฟ เวิลด์เรกคอร์ด ซึ่งปัจจุบันได้บันทึกการรวมตัวกันของประชาชนเพื่อร้องเพลงชาติเอาไว้ ว่าจำนวนที่บันทึกได้สูงสุดคือ 2 แสนคน อย่างไรก็ตาม มิได้คาดหวังที่จำนวนสูงสุด หากก็มิได้ละทิ้งเจตนารมณ์ว่า การทำงานครั้งนี้อาจเป็นอีกครั้งหนึ่งที่คนไทยได้มาร่วมกันทำลายสถิติโลกกัน

“อย่างน้อยที่สุดคือ การแสดงออกถึงความสามัคคีสูงสุดของคนในชาติ ที่ครั้งนี้เราจะได้เห็นจากคนไทย” สมเถาทิ้งท้าย

 

เฟซบุ๊ก Somtow Sucharitkul

 

ข่าวอื่นๆ