ยธ.พร้อมช่วยเหลือเศรษฐีนีวัย82ถูกหลอกโอนเงิน 20 ล.

วันที่ 30 ก.ย. 2559 เวลา 14:20 น.
ยธ.พร้อมช่วยเหลือเศรษฐีนีวัย82ถูกหลอกโอนเงิน 20 ล.
เหยื่อคดี "นางไก่-นางกิมเอ็ง" เข้าขอบคุณ "ยธ." หลังให้ความช่วยเหลือ พร้อมติดตามความคืบหน้าในคดี ด้าน "รองปลัด ยธ." เผย พร้อมให้ความช่วยเหลือ "เศรษฐีนี" วัย 82 หลังถูกหลอกโอนเงิน 20 ล้านบาท  

เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความและประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และคณะทำงาน ด้านกฎหมาย เดินทางเข้าพบนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม เพื่อนำผู้เสียหายจากกรณีถูกนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือนางไก่ แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ในเคหสถาน และกรณีนางกิมเอ็ง แซ่เตียว ในคดีร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม เพื่อขอบคุณกระทรวงยุติธรรมที่ได้ช่วยเหลือเยียวยา พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดี

นายสงกรานต์ กล่าวว่า ในวันนี้ตนได้เหยื่อและผู้เสียหายในคดีของนางมณฑา และนางกิมเอ็งมาร้องเรียนต่อกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ความช่วยเหลือและความเป็นธรรมกับผู้เสียหายดังกล่าว โดยเรื่องแรกเป็นเรื่องของนางมณตานั้น ที่ผ่านมายังไม่มีการดำเนินคดีอย่างจริงจัง และผู้เสียหายหลายรายก็ยังไม่ได้รับการดำเนินคดีและชดใช้ค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดของนางมณตา กับพวก ส่วนกรณีของนางกิมเอ็งก็มีผู้เสียหายและเหยื่อหลายรายที่เดินทางมาในวันนี้เพื่อต้องการให้กระทรวงช่วยเหลือในการใช้สิทธิตามกฎหมาย เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำละเมิด อีกทั้ง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวอีก นอกจากนี้ ยังมีกรณีของเศรษฐีนี ซึ่งเป็นยาย อายุ 82 ปี ในเรื่องของการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่พยาบาลได้ร้องเรียนมายังตนเมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีการกล่าวอ้างว่ายายคนดังกล่าวได้รับการให้ยาเกินขนาดและได้ทำพฤติกรรมไปโดยที่ยายไม่ได้ยินยอม เสียหายไปแล้ว 20 ล้านบาท และยังมีทรัพย์สินอื่นอีก จึงอยากให้กระทรวงยุติธรรมเข้าไปตรวจสอบและดูแลยายคนดังกล่าว พร้อมทั้งให้ความเป็นธรรมด้วย

นายธวัชชัย กล่าวว่า สำหรับกรณีของนางมณตา และนางกิมเอ็ง กองทุนยุติธรรมได้ให้ความช่วยเหลือจำเลยที่ถูกหญิงไก่แจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว โดยอนุมัติเงินปล่อยตัวชั่วคราวและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดำเนินคดี คือ น.ส.ประภาวรรณ ใจกล้า หรือน้องก้อย 100,000 บาท ปัจจุบันอัยการนัดฟังคำสั่ง ว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้อง, นายชูเกียรติ ใจกล้า และนางประภาพร ทองเฟื้อง พ่อและแม่ของน้องก้อย คนละ 100,000 บาท ซึ่งปัจจุบันทั้ง 2 คน พนักงานสอบสวนเห็นควรสั่งไม่ฟ้อง และได้ช่วยเหลือนางสุกัญญา ศิริม่วง 100,000 บาท ปัจจุบันพนักงานสอบสวนเห็นควรไม่สั่งฟ้อง, น.ส.กาบแก้ว สัญชาติลาว 100,000 บาท ประกันตัวในชั้นสอบสวน และน.ส.ธรรมา สัญชาติลาว ได้ยุติคำขอ เพราะไม่เข้าพบพนักงานสอบสวน ทั้งนี้ หากคดีมีข้อยุติแล้ว โดยผู้เสียหายไม่มีความผิดหรือตกเป็นแพะ ซึ่งในส่วนนี้ก็จะมีช่วยเหลือชดเชยค่าเสียหาย ซึ่งจะประสานกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพต่อไป

นายธวัชชัย กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องของเศรษฐีนี ที่เป็นยาย อายุ 82 ปี ตนได้ประสานไปยังกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แล้ว เพื่อให้ดำเนินการตามประกาศของ พม. เรื่องกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคุ้มครอง การส่งเสริม และการสนับสนุนการช่วยเหลือผู้สูงอายุซึ่งได้รับอันตรายจากการถูกทารุณกรรม หรือถูกแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือถูกทอดทิ้ง และการให้คําแนะนํา ปรึกษา พร้อมทั้งสอบข้อเท็จจริง และพฤติการณ์ของการถูกแสวงหาประโยชน์ และกรณีจําเป็นให้ดําเนินการประสานงาน เพื่อจัดให้มีการตรวจสุขภาพกาย และสุขภาพจิต โดยที่การสอบข้อเท็จจริงให้รวมถึงการสอบข้อเท็จจริงถึงบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ซึ่งเป็นตัวการ หรือเป็นนายหน้าในการนําผู้สูงอายุมาแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย และในกรณีที่ผู้สูงอายุถูกบุคคลหรือกลุ่มบุคคลแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ซึ่งเป็นความผิดทางอาญา ก็ให้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดําเนินคดีต่อผู้กระทําความผิดต่อไป