ฝากขังแก๊งต่างชาติปลอมพาสปอร์ต -ปฏิเสธศพแช่แข็ง

วันที่ 24 ก.ย. 2559 เวลา 13:16 น.
ฝากขังแก๊งต่างชาติปลอมพาสปอร์ต -ปฏิเสธศพแช่แข็ง
ตำรวจคุมตัว 3 ผู้ต้องหาชาวต่างชาติ แก๊งพาสปอร์ตปลอม ฝากขังศาลพระโขนง ปฏิเสธ ไม่เกี่ยวข้องศพแช่แข็ง แจ้ง 5 ข้อหาหนัก

วันที่ 24 ก.ย.  พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล  ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว(ผบก.ทท.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีจับกุมแก๊งทำพาสปอร์ตปลอม และพบศพชายถูกหั่นเป็น 6 ชิ้น บรรจุในห่อพลาสติกสีดำ ถูกแช่อำพรางคดีไว้ อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ซอยสุขุมวิท 56  ว่าตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้ต้องหา ทราบว่า นายปีเตอร์ แอนดริว คอลเตอร์ ชาวอังกฤษ เป็นหัวหน้าแก๊ง โดยแก๊งนี้เป็นแก๊งปลอมพาสปอร์ตข้ามชาติ รายใหญ่ อาศัยอยู่ในประเทศไทยนาน 8-9 ปี มีการเดินทางเข้าออกประเทศไทยหลายครั้ง ด้วยหนังสือเดินทางจริงและปลอม ขณะที่ฐานลูกค้าที่สั่งทำพลาสปอร์ตปลอมอยู่ระหว่างตรวจสอบ นอกจากนี้ชุดสืบสวนได้แกะรอยการใช้โทรศัพท์มือถือของกลุ่มผู้ต้องหาว่ามีการโทรไปยังจุดใดบ้าง และเมื่อคืนที่ผ่านมา เวลาประมาณ  02.00 น. ตำรวจได้ตรวจค้นบ้านพักกลุ่มผู้ต้องหา 2 จุด ย่านอ่อนนุช ยังไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย

ด้าน พ.ต.อ. ชนิน วชิรปาณีกูล ผกก.สน.พระโขนง กล่าวว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้ต้องหา ทั้ง 5 คน ซึ่งเบื้องต้นยังให้การปฏิเสธเรื่องศพในตู้แช่แข็ง ส่วนรายละเอียดขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้  ทั้งนี้  จะนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน คือ นายปีเตอร์ แอนดริว คอลเตอร์ อายุ 63 ปี ชาวอังกฤษ มือยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ นายกาเบียล อารอน โทมัส  และ นายเจมส์ ดักลาส เอ็กเกอร์ ชาวสหรัฐอเมริกา ไปฝากขังศาลจังหวัดพระโขนง ก่อนเวลา 12.00 น. ไปขออำนาจศาลจังหวัดพระโขนงฝากขังภายใน เวลา 12.00 น. วันนี้ ส่วนชาวเมียนมาร์ 2 คน จะกันไว้เป็นพยาน เนื่องจากรู้ข้อมูลความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ต้องหาที่อยู่ภายในอาคาร ซึ่งตำรวจจะขยายผลไปถึงผู้ร่วมขบวนการรายอื่น

ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหา เบื้องต้นแจ้งข้อหา 1.พยายามฆ่าเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ 2.ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ 3.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 4.ปลอมแปลงเอกสารทางราชการ 5.ปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ

พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5(ผบก.น.5) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ส่งตัวนายนายปีเตอร์ แอนดริว คอลเตอร์ หนึ่งในผู้ต้องหา ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากระหว่างสอบปากคำผู้ต้องหาพยายามทำร้ายตัวเอง โดยบิดข้อมือให้กุญแจมือบาดข้อมือตัวเอง ส่วนการสอบปากคำนายปีเตอร์ให้การเพียงว่า เป็นตัวแทนบริษัทวิจัยบริษัทหนึ่ง โดยเข้ามาอยู่ในประเทศไทยกับเพื่อนชายอีกคนหนึ่ง ก่อนเพื่อนจะได้หายตัวไปนานกว่า 3 เดือนเท่านั้น โดยปฏิเสธไม่ทราบตู้เย็นเป็นของใคร ขัดแย้งกับข้อมูลที่ตำรวจได้ความจากพยานยืนยันว่า นายปีเตอร์เป็นเจ้าของตู้เย็น และหวงตู้เย็นใบนี้มาก

 

บทความแนะนำ