กรมจัดหางานเร่งพัฒนาคุณภาพแรงงานรับเทคโนโลยีใหม่

  • วันที่ 21 ก.ย. 2559 เวลา 11:52 น.

กรมจัดหางานเร่งพัฒนาคุณภาพแรงงานรับเทคโนโลยีใหม่

กรมการจัดหางาน เผย 3-4 ปีหน้า การจ้างงานภาคอุตสาหกรรม เกษตรลด ส่วนทางภาคบริการเพิ่ม เร่งพัฒนาคุณภาพแรงงานให้ดี พร้อมรับเทคโนโลยีใหม่

เมื่อวันที่ 21 ก.ย. นายอารักษ์ พรหมณี อธิบดีกรมการจัดหางาน แถลงผลงานการดำเนินงานในรอบ 1 ปีโอกาสครบรอบการก่อตั้ง 23 ปีกรมการจัดหางาน ว่า ตลอด 1 ปีที่ผ่านมากรมฯ ได้ดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลด้านต่างๆ เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ยุคประเทศไทย 4.0 ซึ่งต้องมีการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง รู้เท่าทันคนยุคใหม่ และพัฒนาบริการด้านแรงงานให้ตรงจุดสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทั้งด้านการส่งเสริมการทำงานทั้งในและต่างประเทศ การแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน การเพิ่มผลิตแรงงานเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่เป็นภาระของสังคมและลูกหลาน ส่วนการทำงานของเจ้าหน้าต้องบูรณาการให้ใกล้ชิดกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ

นายอารักษ์  กล่าวอีกว่า อนาคตภายใน 3-4 ปีข้างหน้าแนวโน้มการจ้างงานภาคการเกษตร อุตสาหกรรมมีแนวโน้มลดลง แต่ภาคบริการจะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เพราะภาคอุตสาหกรรมมีแรงงานผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นจึงมีการถดถอย ประกอบกับมีปัญหาจากการลงทุน สภาพวะเศรษฐกิจ การย้ายฐานการผลิต และมีการนำเทคโนโลยีมาทดแทนมากขึ้น ฉะนั้นการเดินต่อจากนี้ของกรมการจัดหางานตั้งแต่ปี 60 ควรมุ่งเน้นการพัฒนาแรงงานภาคบริการให้มากขึ้น และต้องพัฒนาธุรกิจใหม่ให้มีคุณภาพ

อธิบดีกรมการจัดหางาน ระบุว่า จุดแข็งของประเทศไทย คือการพัฒนาแรงงานเพื่อส่งออกพ่อครัวแม่ครัวไทย ฉะนั้นต้องยกระดับคนกลุ่มนี้เป็นการเร่งด่วน โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนา สร้างมูลค้าสินค้าการเกษตรให้มากขึ้น ขณะที่การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของไทย ต้องเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยการพัฒนาคนกลุ่มนี้ให้สามารถทำงานต่อได้  ขณะเดียวกันต้องมีการวางแผนเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทั้งระบบ ตั้งแต่ก่อนเกิดจนเข้าสู่วัยแรงงาน ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ขณะที่ปัจจุบันประเทศไทยมีการปรับตัวโดยนำเทคโนโลยีเข้ามา ควรบริหารจัดการให้มีความเชื่อมโยงเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“เมื่อรูปแบบการทำงานเปลี่ยน เราต้องหาทางรองรับในส่วนนี้ เพราะอนาคตเราไม่สามารถทำให้ทุกคนเป็นไทยแลนด์ 4.0 ได้ทั้งหมด เพราะความเป็นจริงต้องมีตั้งแต่ 1.0 ถึง 4.0 ฉะนั้นเราจะทิ้งใครไว้ข้างหวังไม่ได้ ฉะนั้นเราควรสร้างทุกคนให้มีสมรรถภาพตามประสิทธิภาพของแต่ละคน”อธิบดีกรมการจัดหางาน ระบุ

สำหรับผลการดำเนินงานของกรมการจัดหางานตลอด 1 ปีที่ผ่านมา อาทิ การให้บริหารจัดหางานภายในประเทศซึ่งมีผู้เข้ามาสมัครงานทั้งทางสำนักงานจัดหางานและผ่านแอพพลิเคชั่น โมบายรวม 154,908 คน มีผู้ได้รับการบรรจุงาน 75,053 คน ขณะที่เมื่อมีการจัดตั้งศูนย์บริการจัดหางานผู้สูงอายุทุกจังหวัดตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 ส.ค.59 ขณะนี้มีผู้สูงอายุเข้าขอรับการใช้บริการแล้ว 774 คนได้รับการบรรจุงาน 413 คน ขณะที่การจัดหางานไปต่างประเทศ มีการส่งแรงงานไทยไปทำงานแล้ว 62,387 คนสร้างรายส่งกลับเข้าประเทศประมาณ 87,000 ล้านบาท

ขณะที่การตรวจสอบแรงงานต่างด้าวและสถานประกอบการตามคำสั่ง คสช.ที่ 100 และ 101/2557 มีการตรวจสอบสถานประกอบการไปแล้ว 5,626 แห่งและตรวจสอบแรงงานต่างด้าว 98,785 คน ภาพรวมมีการดำเนินคดีกับนายจ้าง สถานประกอบการไป 481 ราย แรงงานต่างด้าว 2,944 คน

ขณะที่การเปิดจดทะเบียนแรงานต่างด้าว 3 สัญชาติ (เมียนมา ลาว กัมพูชา) ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 23ก.พ.2559 ได้มีการจดทะเบียนแรงงานไปแล้ว 1,202,427คน แบ่งเป็นแรงงาน 1,177,550 คนผู้ติดตาม 24,877 คน ส่วนการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย หรือ ไอยูยู ได้มีการเปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติทั้งในกิจการประมงทะเล และแปรรูปสัตว์น้ำ รวม 194,472 คน

ข่าวอื่นๆ