เชฟแชริตี้ อาหารเพื่อน้องบนดอย

วันที่ 17 ก.ย. 2559 เวลา 11:51 น.
เชฟแชริตี้ อาหารเพื่อน้องบนดอย
โดย...อณุสรา  ทองอุไร

สังคมที่น่าอยู่คือสังคมที่มีทั้งผู้ให้มากกว่าผู้รับ เต็มไปด้วยการแบ่งปัน คนส่วนใหญ่มักคิดว่าต้องรอให้รวยก่อนถึงจะเป็นผู้ให้ได้แต่ความจริงแล้วไม่ต้องรอให้รวยคุณก็สามารถช่วยเหลือแบ่งปันได้ในแบบของคุณ มีตัวอย่างของคนกลุ่มหนึ่งจำนวน10 กว่าคน มารวมตัวกันใช้ชื่อกลุ่มเชฟแชริตี้ ซึ่งเป็นเชฟจากโรงแรม ร้านอาหารระดับห้าดาว และผู้นำเข้าสินค้าพรีเมียมจากต่างประเทศ นำโดยเธอคนนี้ พัชรินทร์ เหมอังกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท กูร์เมท์ วัน ฟู้ดส์ เซอร์วิส ที่นำเข้าอาหาร เครื่องดื่ม เช่น ไวน์ ชีส คาเวียร์ ตับบด เนื้อ หมู และอื่นๆ อีกมากมาย มาเป็นเวลา 10 กว่าปี

อีกหนึ่งสมาชิกของกลุ่มคือ เชฟนอร์เบิร์ต คอสเนอร์ จากโรงแรมโอเรียนเต็ล ที่มาเป็นอีกแม่งานสำคัญในการช่วยเตรียมการในครั้งนี้  โดยกลุ่มเชฟแชริตี้มารวมตัวกันนำอาหารแห้งและอาหารสดเพื่อไปช่วยกันทำอาหารดีๆ ครบ 5 หมู่ให้กับเด็กๆ ในถิ่นทุรกันดารในภาคเหนือ เนื่องจากเด็กๆ ชาวเขาซึ่งเป็นชนเผ่าต่างๆ กินอาหารไม่เพียงพอไม่ครบหมู่

พัชรินทร์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นในการไปทำจิตอาสาครั้งนี้ว่า เริ่มจากเชฟจากโอเรียนเต็ลมาเล่าให้ฟังว่าเขาไปเที่ยวแล้วไปเจอเด็กบนดอยที่ยากจนขาดแคลนอาหาร เราก็เลยชวนเชฟที่เราดิวงานด้วย ชวนกันนำอาหารไปแจก โดยมีอาหารแห้ง ขนมนมเนยต่างๆ แล้วก็ไปทำอาหารสด เช่นไข่พะโล้ หมูอบ ซึ่งเป็นเมนูที่เด็กๆ ไม่ค่อยมีโอกาสได้กินสักเท่าไหร่

เด็กบางคนดีใจตื่นเต้นมาก เขาไม่เคยกิน ขอใส่กล่องไปฝากแม่กับน้องที่บ้านด้วย บางคนเพิ่งเคยกินช็อกโกแลตเป็นครั้งแรก ดีใจแบบเราเห็นแล้วน้ำตาจะไหล ปลื้มใจที่มีโอกาสทำให้เด็กๆ มีความสุข มีความประทับใจที่ดีแม้จะเป็นช่วงสั้นๆ ก็ตามที หลังจากที่ไปปีแรกแล้วเห็นถึงความดีใจที่เด็กๆ ได้รับ เราก็บอกกับตัวเองว่าจะทำไปตลอด หยุดไม่ได้ ซึ่งก็ทำมา 5-6 ปี เน้นเด็กดอย เด็กๆ ที่ขาดโอกาสทางการศึกษาเธอบอกด้วยความปลื้มใจ

หลังจากที่ปีแรกๆ ที่นำอาหารไปให้ 2-3 ปีต่อมา เธอก็เริ่มเอาอุปกรณ์การเรียน  อุปกรณ์กีฬา และมีทุนการศึกษาบางส่วนไปให้เด็กๆ ด้วย เพราะคิดว่าเอาอาหารไปให้เพียง 2-3 มื้อแล้วจบมันสั้นเกินไป แต่ถ้ามีอุปกรณ์การเรียน เสื้อผ้าต่างๆ เด็กเขาได้เอาไว้ใช้ได้นานหลายเดือน สำหรับทุนการศึกษาอาจจะไม่มากมายนัก ทุนละ 1,000-2,000 บาท แต่ก็ช่วยเด็กได้พอสมควร

ทางด้าน นันทิยา เหมอังกูร ประธานกรรมการบริษัท กูร์เมท์ วัน ฟู้ดส์ เซอร์วิส หนึ่งในผู้สนับสนุนทุนการศึกษาครั้งนี้ กล่าวว่า พวกเธอชอบทำบุญกับเด็กเพราะเด็กคืออนาคตของชาติ และการให้โอกาสทางการศึกษาเป็นการให้ที่ยั่งยืนที่เด็กๆ สามารถไปต่อยอดได้ในอนาคต เพราะการที่เด็กๆ มีการศึกษาที่ดีจะช่วยแก้ปัญหาได้หลายสิ่งอย่าง

นอกจากนี้ เธอยังร่วมกับเชฟดังๆ ของหลายโรงแรม ด้วยการชวนมาทำอาหารจานพิเศษแล้วเชิญผู้มีจิตกุศลมาร่วมประมูลอาหารจานดังกล่าว แล้วนำเงินที่ได้จากการประมูลมอบให้กับมูลนิธิโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งอยู่ในพระบรมราชินูปถัมภ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งพระองค์ท่านจะนำไปสร้างโรงเรียนหรือบูรณะซ่อมแซมโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทางภาคเหนือและอีสานของประเทศ ซึ่งปีล่าสุดสามารถประมูลและนำเงินบริจาคได้เกือบ 10 ล้านบาท

เราตั้งใจว่าเราจะทำโครงการนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะไม่มีแรงทำจนแก่เฒ่าไปเลย การทำตรงนี้เราเหมือนเป็นสื่อกลาง โดยอาศัยจากเนื้องานที่เราทำอยู่ต่อยอดชวนคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเราร่วมมือกัน โดยไม่ต้องใช้เงินมากมาย ช่วยกันคนละไม้คนละมือก็สำเร็จเป็นงานจิตอาสาที่เป็นประโยชน์และน่าภาคภูมิใจเกิดขึ้น และเราเปิดกว้างถ้าใครอยากจะมาช่วยกัน มีเสื้อผ้า อาหารแห้ง อุปกรณ์การเรียนการศึกษาคนละนิดละหน่อยตามที่คุณสะดวก ไม่ต้องมีเงินมากมายก็ช่วยกันได้เธอกล่าวอย่างมีความสุข

สนใจกิจกรรมของกลุ่มนี้ติดตามและติดต่อผ่าน www.gourmet-one.com