My First Book Project ชวนเด็กๆ รักการอ่าน

วันที่ 10 ก.ย. 2559 เวลา 11:41 น.
My First Book Project ชวนเด็กๆ รักการอ่าน
โดย...วราภรณ์

คุณจำหนังสือเล่มโปรดของคุณในวัยเด็กได้หรือไม่ แล้วยังจำความรู้สึกที่เข้าร้านหนังสือและเลือกหนังสือที่อยากเป็นเจ้าของได้ไหม เหล่านี้คือคำถามที่ทำให้เกิด “My First Book Project” ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างกลุ่มคนเล็กๆ ได้แก่ นุ่ม-ณวรรณ ภู่วรวรรณ ปัจจุบันทำงานเป็น Head of Customer Experience, Google Marketing Solution, Google Japan ผู้ริเริ่มโครงการนี้เมื่อ 6 ปีที่แล้ว กับอดีตเพื่อนร่วมงานอย่าง นิ้ง-ศารณีย์ บุญฤทธิ์ธงไชย หัวหน้าฝ่ายการตลาดภาคธุรกิจ Google และ แพน-พินิดา ดาวพิเศษ ผู้บริหาร Onsquare รวมทั้ง โณ-อโณทัย แก้วแก่น คนไทยที่เกิดในไทย แต่ไปเติบโตในอเมริกา

 นอกจากนี้ ยังมีองค์กรที่พวกเธอประสานงานด้วยเพื่อทำให้โครงการสำเร็จลุล่วง ได้แก่ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ช่วยเฟ้นหาโรงเรียนที่น้องๆ ขาดแคลนด้านหนังสือ บริษัท คิวบิกครีเอทีฟ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น มาร่วมกันจับมือทำหนังสือคำกลอนขึ้น เพื่อนำไปจำหน่ายและหารายได้มาจัดซื้อหนังสือเพื่อให้น้องๆ ในถิ่นทุรกันดารได้เลือกอ่านหนังสือเล่มใหม่ตามความสนใจส่วนตัวไม่ใช่หนังสือที่ได้จากการบริจาคมาอีกทอดหนึ่ง

 ณวรรณ ได้เล่าถึงแรงบันดาลใจจากการคิดทำโครงการ เกิดขึ้นเมื่อ 6 ปีที่แล้ว เนื่องจากเธอทำงานอยู่ต่างประเทศเสียส่วนใหญ่ จึงเกิดแนวคิดว่าแล้วเธอจะทำอะไรให้ประเทศที่ตนเองเกิดได้บ้าง ก็นึกไปถึงตอนเด็กๆ สิ่งที่ทำให้นุ่มมีโอกาสได้เรียนหนังสือในโรงเรียนดีๆ ได้อ่านหนังสือดีๆ เพราะการที่มีคุณพ่อ อาจารย์ที่ส่งเสริมด้านการอ่าน ทำให้เธอได้อ่านหนังสือเยอะมากเมื่อวัยเด็ก และส่งผลให้นุ่มมีหน้าที่การงานและสังคมที่ดีก็เพราะการอ่าน อีกทั้งการอ่านทำให้เธอเห็นโลกกว้าง ทำให้พยายามค้นหา อยากทำอะไรใหม่ๆ ทำให้เธอเห็นคุณค่าของการอ่านและการศึกษามาก อยากอ่านหนังสืออะไรก็ได้อ่าน 

 

 เธอจึงมาคิดว่า หากเธอและเพื่อนๆ อยากสร้างประโยชน์ให้สังคมเรื่องการอ่านน่าจะดี ซึ่งประเทศไทยมีโครงการเรื่องหนังสือเยอะมาก เช่น การเอาหนังสือที่คนอื่นไม่อ่านแล้วไปให้เด็ก มีห้องสมุดเคลื่อนที่ แต่เธอคิดว่ายังไม่ตอบโจทย์ เพราะเธอไม่รู้ว่าสิ่งที่ให้ คนรับต้องการหรือไม่ ดังนั้นจะดีกว่าไหม หากให้น้องๆ ได้เลือกหนังสือเล่มแรกที่เขาได้เลือกอ่านเองตามความสนใจส่วนตัว

 “นุ่มจำความรู้สึกได้ตอนเข้าร้านหนังสือ แล้วเราอยากอ่านหนังสืออะไรก็ได้อ่าน นุ่มเลยอยากมอบความรู้สึกนั้นให้น้องๆ ที่ด้อยโอกาสบ้าง เพราะนุ่มคิดว่าการอ่านหนังสือช่วยต่อเติมความฝันและสร้างจินตนาการที่ไม่รู้จบ นุ่มและเพื่อนๆ อยากจุดประกายอยากให้น้องๆ ได้มีโอกาสเลือกหนังสืออ่านด้วยตัวเองคนละหนึ่งเล่มในชีวิตก็พอ”

 เมื่อเธอเกิดแนวคิดปุ๊บ เธอต้องหาเงินทุนเพื่อไปหาซื้อหนังสือให้น้องๆ ได้เลือก โชคดีที่นุ่มชอบเขียนคำกลอนเพราะเป็นความฝันตั้งแต่เด็ก เธอจึงรวบรวมและเขียนคำกลอนได้ราวๆ 60 บท จัดตีพิมพ์เพื่อหาเงินทุนมาต่อยอดความฝันโครงการ โดยชักชวนเพื่อนๆ ที่มีความสามารถหลายๆ ด้านมาทำให้โครงการเป็นจริง โดยได้ นิ้ง-ศารณีย์ มาช่วยวาดภาพประกอบ แพน-พินิดา เป็นผู้ออกแบบรูปเล่ม และได้ โณ-อโณทัย มาเป็นผู้แปลบทกลอนจากไทยเป็นอังกฤษ ซึ่งโปรเจกต์แรกประสบความสำเร็จมาก เพราะพวกเธอไปมอบหนังสือให้น้องๆ ใน จ.สระแก้ว จำนวน 1,000 คนได้มีโอกาสเป็นเจ้าของหนังสือที่เลือกเองเล่มแรกในชีวิต ในปีที่ 2 ของโครงการ พวกเธอได้มอบโอกาสให้น้องๆ จำนวนถึง 3,000 คนใน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี มีโอกาสเลือกหนังสือของตัวเองเล่มแรกในชีวิต

 “เราอยากขยายโครงการ หาโอกาสให้น้องๆ ได้เลือกหนังสือเอง ซึ่งได้ศุภนิมิตช่วยหาโรงเรียน ปีแรกเราไปที่โรงเรียนที่อรัญประเทศ เรายังมีพาร์ตเนอร์คือซีเอ็ดใจดีให้ส่วนลดหนังสือมา หลักการเลือกหนังสือให้น้องๆ ก่อนอื่นเราจะเลือกหนังสือที่มีประโยชน์กับเด็กก่อนคือหมวดหนังสือเด็ก มีทั้งหนังสือนิทาน หนังสือการ์ตูน วรรณกรรมเยาวชน หนังสือหลากหลายมาก มีหนังสือสองภาษาด้วย เราซื้อไประดับหนึ่งค่อนข้างมากประมาณ 2-3 ร้อยเล่ม ขนหนังสือใส่รถไป อารมณ์เหมือนเปิดแผงหนังสือให้เด็กๆ ได้เลือก

 

 “จำได้ว่าโครงการแรกเริ่มเมื่อปี 2554 ตอนนั้นเมืองไทยประสบปัญหาน้ำท่วม ความรู้สึกตอนนั้นคือประทับใจ ภูมิใจ มีความสุขที่เราสามารถต่อยอดในกำลังที่เราทำได้ นุ่มคิดว่าพลังของการได้เลือกมันยิ่งใหญ่ เพื่อบอกให้น้องๆ ได้รู้ว่า ชีวิตเลือกได้ เลือกเป็นคนดี เลือกเป็นคนเรียนเก่ง ถ้าเราเลือกหนังสือได้ตอนนี้ ในอนาคตชีวิตเขาจะเลือกได้ เช่น ถ้าเพื่อนติดยา เขาจะติดยาด้วยไหม ความตั้งใจของนุ่มกับเพื่อนๆ คือตั้งใจทำโครงการไปเรื่อยๆ ตอนนี้เรากำลังจะทำหนังสือนิทานให้เด็กอ่านเอง เพราะนุ่มได้พาร์ตเนอร์เป็นชาวออสเตรเลียน เขาทำหนังสือนิทานเขียนภาษาอังกฤษของเขาไปแล้ว แล้วเราจะมาแปลเป็นไทย หนังสือของเขาออกแนวหนังสือผจญภัยหน่อยๆ เป็นหนังสือแห่งทางเลือกเหมือนกัน เพราะเขาอยากให้เด็กมีจินตนาการในการเลือก เราจะทำหนังสือนิทานสองภาษาค่ะ”

 สำหรับบุคคลทั่วไปหากอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการด้วยวิธีง่ายๆ คือ ซื้อหนังสือคำกลอน หรือการ์ดอวยพรในโอกาสต่างๆ ซึ่งปัจจุบันยังวางจำหน่ายอยู่ หรืออยากร่วมไปมอบหนังสือให้น้องๆ สามารถติดต่อข่าวสารผ่านทางเฟซบุ๊ก My First Book Project ก็ได้ เพราะในอนาคตเธออยากขยายโครงการให้ประชาชนหรือผู้ที่มีจิตอาสาทั่วไปสามารถร่วมแจกหนังสือให้น้องๆ ได้ และอยากให้อาสาสมัครไปร่วมทำกิจกรรมกับน้องๆ ด้วยกัน

 “บุคคลทั่วไปอยากร่วมทำกิจกรรมกับเราสามารถติดต่อผ่านอีเมลแอดเดรสได้ firstbook.in.th ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของโครงการ หรือหากผู้มีความสนใจอยากสนับสนุนโครงการสามารถสนับสนุนได้ โดยร่วมสั่งซื้อ กลอนเพื่อทุกโอกาส การ์ดเพื่อทุกคน โดยผ่านทางเว็บไซต์ http://firstbook.in.th ก็ได้ หรือสนใจข่าวสารโครงการว่าจะเริ่มทำกิจกรรรมเมื่อไหร่ สามารถติดต่อนุ่มได้ที่ nawan.poovarawan@gmail.com หรือ facebook My First Book Project ก็ได้ค่ะ”