ดีเอสไอแถลงยึดรถจดประกอบมูลค่าความเสียหายกว่า500ล้าน

วันที่ 17 ส.ค. 2559 เวลา 12:04 น.
ดีเอสไอแถลงยึดรถจดประกอบมูลค่าความเสียหายกว่า500ล้าน
"ดีเอสไอ" แถลงผลตรวจยึดรถยนต์ของขบวนการรถยนต์จดประกอบ มูลค่าความเสียหายกว่า 500 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และพ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ร่วมกันแถลงการขยายผลการสอบสวนในคดีพิเศษ กรณีขบวนการลักลอบนำรถยนต์จดประกอบจากอุปกรณ์ชิ้นส่วนเก่าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายฯ หรือ รถยนต์หรู

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุรถยนต์ถูกไฟไหม้ที่ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และเราได้มีการดำเนินคดีมาส่วนหนึ่ง โดยมีการแถลงผลการตรวจสอบให้ประชาชนได้ทราบความคืบหน้าการดำเนินการในคดีดังกล่าวอยู่เป็นระยะ ในจำนวนรถยนต์ 7,123 คัน หลังจากช่วงที่ผ่านมาเราได้แถลงผลการดำเนินการไปแล้ว 8 คัน โดยวันนี้เราจะแถลงผลการตรวจสอบรถยนต์จดประกอบเพิ่มเติม ซึ่งในวันนี้มีอยู่ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 มีรถ 37 คัน และกลุ่มที่ 2 มีรถ 12 คัน ซึ่งทั้งหมดเป็นรถที่หลักเลี่ยงภาษี โดยกลุ่มแรกมีการเตรียมการนำรถยนต์จดประกอบโดยแจ้งเอกสารอันเป็นเท็จในส่วนขอการนำเข้าของเลขตัวถังและเครื่องยนต์ ส่วนกลุ่มที่สองมีการปลอมเอกสารการนำเข้าและดำเนินการในรถยนต์จดประกอบ ซึ่งทั้งสองกลุ่มจะทำให้รัฐได้รับความเสียหายกว่า 500 ล้านบาท ที่เป็นภาษีที่รัฐไม่ได้เก็บไป ทั้งนี้ รถยนต์ส่วนที่เหลือขณะนี้อยู่ระหว่างเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ

ด้าน พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า ดีเอสไอได้ดำเนินการตรวจสอบกรณีที่มีการปลอมแปลงเอกสารการนำเข้านั้น สืบเนื่องจากกรณีการดำเนินการสืบสวนสอบสวนจนพบกลุ่มขบวนการลักลอบนำรถยนต์หรูทั้งคัน ที่มีมูลค่าสูง หรือซุปเปอร์คาร์ เข้ามาในราชอาณาจักรโดยวิธีการหลีกเลี่ยงภาษี และมีการปลอมแปลงเอกสารเพื่อยื่นจดทะเบียนมีรถยนต์ คณะพนักงานสอบสวนได้มีการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของพลเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐแล้ว รวมถึงพยานเอกสาร จึงเชื่อว่าเอกสารมีการปลอมและนำเอกสารปลอมเหล่านี้ไปยื่นจดทะเบียน พนักงานสอบสวนจึงได้ทำการตรวจยึดรถยนต์ต้องสงสัย 12 คันประกอบด้วย รถยนต์ ยี่ห้อเบนท์ลี่ย์ 1 คัน, รถยนต์ ยี่ห้อเฟอร์รารี่ 2 คัน, รถยนต์ ยี่ห้อโรลส์-รอยซ์ 1 คัน และรถยนต์ ยี่ห้อปอร์เช่ 8 คัน ซึ่งมูลค่ารถยนต์ที่ตรวจยึดประมาณ 70 ล้านบาท โดยคิดเป็นมูลค่าความเสียหายต่อรัฐประมาณ 280 ล้านบาท

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวต่อว่า ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 มาตรา 27 ทวิ ซึ่งความผิดมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับ 4 เท่าของราคารวมค่าอากร และความผิดในการใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ทั้งนี้ ดีเอสไอขอแจ้งให้ผู้ครอบครองรถยนต์จดประกอบหรือผู้ที่ได้มาโดยสุจริตทราบว่า คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษมุ่งดำเนินการตามความผิดกฎหมายต่อขบวนการที่ลักลอบนำเข้าและกลุ่มบุคคลที่ปลอมแปลงเอกสารเพื่อนำไปจดทะเบียน โดยหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามที่ หมายเลขโทรศัพท์ 1202

ด้าน พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวว่า สำหรับการดำเนินการเตรียมการนำรถยนต์จดประกอบโดยแจ้งเอกสารอันเป็นเท็จในส่วนขอการนำเข้าของเลขตัวถังและเครื่องยนต์ สืบเนื่องจากกรณีการเข้าตรวจค้น บริษัท เอส เค ที มอเตอร์ จำกัด เลขที่ 125 ม.1 ต.บางกระเบา อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี พบว่า เป็นสถานที่จดประกอบรถยนต์นำเข้าและสำแดงภาษีเท็จ และได้ทำการตรวจยึดรถยนต์ต้องสงสัย 37 คัน ประกอบด้วย รถยนต์ ยี่ห้อเบนท์ลี่ย์ 2 คัน, รถยนต์ ยี่ห้อเบนท์ 14 คัน, รถยนต์ ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิ้ลยู 5 คัน, รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า 7 คัน, รถยนต์ ยี่ห้อนิสสัน 6 คัน, รถยนต์ ยี่ห้อปอร์เช่ 1 คัน, รถยนต์ ยี่ห้อดอดจ์ 1 คัน และรถยนต์ ยี่ห้อเลกซัส 1 คัน มูลค่าความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท โดยเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 มาตรา 27 ทวิ