กลุ่มพลังบุญสร้างพลังใจ

วันที่ 06 ส.ค. 2559 เวลา 12:11 น.
กลุ่มพลังบุญสร้างพลังใจ
โดย...กันย์

เป็นการรวมกลุ่มกันของผู้ค้าปลีกและค้าส่งเสื้อผ้าแฟชั่นและนำเข้า ของแม่ค้าย่านประตูน้ำ ที่เป็นกลุ่มสาวๆ รวมตัวกันเกือบ 10 คน โดยมีแกนนำหลักเป็น 2 สาวอารมณ์ดีอย่าง เบญจมาศ ริ้วเกียรติศักดิ์ เจ้าของร้านค้าส่งเสื้อผ้าสตรีที่ตึกกรุงทองพลาซ่า และ นิษา กฤษแก้ว เจ้าของร้าน เจแอนด์จีน เจ้าของร้านปลีกและส่ง ที่ตึกแพลนทินัม เธอทั้งสองทำธุรกิจค้าเสื้อผ้าแฟชั่นมานานเกือบ 10 ปี เวลาว่างมักจะชวนกันไปทำบุญอยู่เสมอแล้วแต่โอกาสอำนวยหรือมีคนบอกบุญกันมา โดยเริ่มอย่างจริงจังเมื่อปี 2554

เบญจมาศ เล่าว่าเมื่อปี 2554 ตอนที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ บ้านเราน้ำไม่ท่วมดูข่าวแล้วก็สงสารคนที่บ้านน้ำท่วม โดยเฉพาะย่านที่ความช่วยเหลือเข้าไปไม่ถึง เราก็ชวนกัน 3-4 คนซื้อน้ำ ซื้อของแห้งไปแจก ใส่รถกระบะกันไป 3-4 คัน ปรากฏว่าไปครั้งเดียวของไม่พอแจกเราก็ไปอีก ไปชานเมืองกรุงเทพฯ และรอบๆ อย่างอ่างทอง อยุธยา ขับไปเจอก็แจกกันเลย ช่วงน้ำท่วมนี่พวกเราไปกัน 10 กว่าครั้งๆ ละ 3-4  คันรถกระบะ

 

พอไปทำครั้งนั้นเรารู้สึกสบายใจและมีความสุข ก็เลยบอกกันว่า แม้หมดน้ำท่วมแล้วเราหาโอกาสไปทำบุญกันอีกนะ ซึ่งการทำบุญเอาของไปบริจาคนั้น ไม่มีกำหนดแน่นอนว่าต้องไปทุกเดือนหรืออะไร สะดวกตอนไหนก็ไป เช่น ไปเจอย่านที่สุนัขจรจัดเยอะไม่มีใครให้ข้าว ก็ซื้ออาหารสุนัขไป 5-6 กระสอบ เอาจานพลาสติกไปวางเป็นจุดๆ หรือไม่ก็ไปบริจาคคนที่เขาเลี้ยงสุนัขเยอะๆ แล้วเขากำลังลำบากก็ทำ บางครั้งหากมีเพื่อนๆ มาชวนว่าไปที่นั่นที่นี่ เด็กชาวเขาขาดเสื้อผ้าอาหารเราก็ซื้อของกันไป โดยเธอและนิษา จะเป็นแกนหลัก แล้วก็มีเพื่อนคนอื่นๆ ฝากเงินมาสมทบบ้าง ฝากของบริจาคบ้าง ได้ทุกรูปแบบไม่มีข้อจำกัด ข้าวสาร น้ำ ของเล่น เราจะเน้นของแห้งเป็นหลักเวลาไปต่างจังหวัด

“บางทีร้านเสื้อเขามีเสื้อยืดค้างสต๊อกเหลืออยู่ 50-60 ตัว ก็ฝากเราไปแจกเด็กก็มี หรือบางทีเราก็ไปเหมาเสื้อไปแจกคนเร่ร่อนก็มี อย่างล่าสุดเดือนที่แล้วเราสั่งข้าวไข่เจียวไป 300 กล่อง ไปแจกคนไร้บ้านที่ลาน กทม. แล้วเราก็ไปซื้อเสื้อเหลืองไปแจกอีก 100 กว่าตัว ให้พวกเขาได้มีเสื้อเหลืองใส่กันบ้าง” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้ม

 

ทางด้านนิษา แกนนำอีกคนเล่าเสริมว่า เราชอบทำบุญกับเด็ก กับคนแก่ คนยากลำบากต่างๆ ที่ไม่ใช่บ้านหรือมูลนิธิ แต่จะเป็นกลุ่มคนที่ไม่มีสังกัด เพราะพวกเขาเหล่านั้นแทบจะไม่ได้เข้าถึงความช่วยเหลือใดๆ มากนัก ส่วนไปทำบุญที่วัดหรือการสร้างวัตถุสถานต่างๆ เราก็ไม่นิยม วัดส่วนใหญ่ไม่ลำบากขัดสนเท่าไหร่ “เราอยากช่วยคนที่ลำบากจริงๆ เช่น เด็กยากจนตามชายแดน เด็กกะเหรี่ยง อุปกรณ์การเรียน อาหารแห้ง นม อุปกรณ์กีฬา หรือไปช่วยทหารที่แขนขาขาดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เราก็เอาของใช้ หนังสือ ของที่เขาต้องการไปบริจาค ก่อนไปจะถามก่อนว่าขาดอะไร อยากได้อะไร เพื่อจะได้จัดไปให้ตรงความต้องการให้มากที่สุด” เธอกล่าวอย่างตั้งใจ

สองสาวบอกว่า หลังจากปี 2554 เป็นต้นมาพวกเธอและเพื่อนๆ ก็ไปทำบุญกันบ่อยขึ้นคือทุกปี ปีละ 3-4 ครั้ง อย่างเมื่อ 3-4 เดือนที่แล้วตอนมีข่าวชายพิการเจ้าของร้านขนมปังยิ้มถูกโจ๋รุมฆ่า พวกเธอก็โทรไปสั่งขนมปังร้านนี้ 5,000 กว่าบาทเพื่อไปแจกคนเร่ร่อนแถวหัวลำโพงบ้าง ไปแจกเด็กกำพร้าบ้าง อย่างร้านขนมปังที่ให้คนเป็นออทิสติกมาทำขนมขายที่มีคุณคริส เบญจกุล เป็นประชาสัมพันธ์ เราก็สั่งไปแจกที่ลานคนเมืองคือช่วยในแบบที่เราทำได้คนละนิดคนละหน่อย

 

“การไปทำบุญของเราไม่มีวาระโอกาส แล้วแต่สะดวก แล้วแต่มีคนชักชวนบอกบุญมา ถ้าเป็นกฐินผ้าป่า เราจะฝากซองไปตามสมควร ไม่เน้น แต่ถ้าคนเจ็บป่วย ยากไร้ เด็ก อุปกรณ์การศึกษา อุปกรณ์กีฬา เราจะสนใจมาก เพราะมองว่าเด็กคืออนาคตของชาติที่ควรช่วยกันดูแล คนแก่ยากไร้ก็น่าสงสาร หรือรั้วของชาติที่เขาไปทำหน้าที่ปกป้องเรา หมาแมวก็ได้ นอกเหนือจากนี้จะไม่ค่อยทำ เราทำบุญเราก็สบายใจ ชีวิตเราก็ดีขึ้นด้วย ไม่ค่อยมีอุปสรรคปัญหาอะไร ถ้ามีก็มักจะมีทางออกอยู่เสมอ เราคิดว่าสังคมควรจะมีการแบ่งปันให้น้อยให้มากอย่างไรก็ได้ เอาที่เหมาะสมสบายใจแล้วไม่ลำบากเกินไป ทำนิดทำหน่อยตามกำลังศรัทธาดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย บ้านรถเงินทองมันได้แค่ชาตินี้ แต่บุญกรรมมันตามเราไปถึงชาติหน้า เราเชื่อเรื่องทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วนะ เราทำกันกลุ่มเล็กๆ เพื่อนแม่ค้าด้วยกัน 7-8 คน ค่ะ ง่ายๆ เอาสะดวกเป็นหลัก” เบญมาศกล่าวทิ้งท้าย

สนใจร่วมบุญ โทร. 02-121-8831 อีเมล Navikron@gmail.com